โลกใบนี้ดนตรีไทย - คุณค่าของครู

ความจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปตลอดแต่มันคงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ในวันจันทร์หน้า ทุกๆ อย่างก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือรถติดเหมือนเดิม อย่างไรก็ดี ในโอกาสนี้ ผมก็ถือโอกาสอวยพรให้พี่น้องชาวไทยทุกท่าน มีความสุขตลอดปี 2552 คิดอะไรก็ขอให้สมหวังทุกประการด้วยเทอญ

เอาละครับ ทีนี้เราก็กลับมาเข้าเรื่องเดิม จากเมื่อฉบับที่แล้ว ผมไม่ได้ตอบคำถามของ อ.แหม่มในเรื่องของวงดนตรีไทยในระดับมัธยมที่เก่งที่สุด และฉบับนี้ผมจะเขียนถึงวงดนตรีไทยในระดับมัธยม ที่ควรจะเอาเป็นแบบอย่างในความคิดของผม ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับวามคิดของบางท่านที่อยู่ในแวดวงดนตรีไทยในระดับนักเรียนมัธยม แต่มันก็มีเหตุมีผลที่จะบอกว่า วงโรงเรียนวงนี้แหละ เป็นแบบอย่างที่ดีและโรงเรียนนี้ก็คือโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม โดยมี อาจารย์อภิธาน สมานมิตร เป็นอาจารย์ประจำ ผู้สอนดนตรีไทยของโรงเรียนนี้ เหตุผลแรกก็คือ อ.อภิธาน จะสอนเด็กจากไม่เป็นอะไรเลย จนมีฝีมืออยู่ในระดับมืออาชีพ บอกง่ายๆ ว่า ไม่มีการใช้โควตาดึงตัว แถมยังสอนคนเดียว ไม่จ้างครูพิเศษมาช่วยสอน แค่นี้ผมคิดว่าก็เป็นแบบอย่างที่ดีในแง่ของครูที่มีความทุ่มเทให้แก่ศิษย์ ซึ่งผมกำลังจะบอกว่าครูที่ดี ก็คือ ครูที่ทุ่มเทการสอนให้แก่นักเรียน มิใช่ครูที่สอนเก่งหรือเล่นดนตรีเก่ง หรือแม้กระทั่งครูที่มีตำแหน่งอาจารย์ 3 ประดับบารมีอยู่ ประเด็นต่อไปก็คือ การเรียนการสอนของโรงเรียนนี้ จะเป็นในรูปแบบโบราณ ก็คือ จะให้นักเรียนเริ่มหัดตีเพลงสาธุการ จนไปถึงโหมโรงเช้าและโหมโรงเย็น ตามด้วยเพลงเรื่องต่างๆ ซึ่งในลักษณะนี้ จะเป็นการเรียนการสอนของวงปี่พาทย์ ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบันนี้ แต่ถ้าจะมีก็เป็นตามบ้านที่มีวงปี่พาทย์เท่านั้น และการเรียนการสอนในลักษณะนี้ ผมเองก็เคยลองใช้กับนักเรียนที่ผมเคยสอนอยู่ ผลปรากฏว่าไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก็จะค่อยๆ หายไปทีละคนสองคนจนหมดวง และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า เพลงสาธุการเป็นเพลงที่ค่อนข้างจำยาก วกไปเวียนมา ทำนองเพลงก็จะคล้ายคลึงกันทั้งหมดแถมเพลงยังมีความยาวอีกต่างหาก จึงไม่แปลกที่นักเรียนจะค่อยๆ ทยอยหายไปทีละคน แต่สำหรับ อ.อภิธาน กลับสอนให้นักเรียนเล่นเพลงสาธุการได้ทุกคน

// //

ลองแบบนี้ต้องแสดงว่ามีวิธีการสอนที่แยบยลและจิตวิทยาสูง สามารถสะกดเด็กนักเรียนไม่ให้หนีไปเรียนอย่างอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าศึกษา โดย อ.แหม่ม หรืออาจารย์ท่านอื่นสามารถติดต่อตรงไปที่เจ้าตัวของท่านเอง และท่านก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษากับครูอาจารย์ทุกท่านในเรื่องของการเรียนการสอนวงปี่พาทย์

โดยส่วนตัวของผมกับ อ.อภิธาน สมานมิตร ในตอนแรกก็มิได้สนิทสนม รู้จักกันเพียงผิวเผิน และเพิ่งจะมารู้จักกันมากขึ้นในรายการ อัศจรรย์คันธรรพ โดยก่อนหน้านี้ที่ผมเองได้รับเชิญเข้าไปในโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม เพื่อที่จะไปบรรเลงระนาดเอกประกอบพิธีไหว้ครู และในวันนั้นผมได้มีโอกาสเห็นวงปี่พาทย์ของโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงล้วนแบบเต็มๆ และประทับใจในฝีมือของเด็กนักเรียนที่มี ซึ่งหลายคนต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ผมจึงได้ชักชวนวงนี้เข้าร่วมประกวดในรายการอัศจรรย์คันธรรพและทำผลงานได้ดี โดยสามารถเข้าชิงชนะเลิศของสายที่ 2 แต่ก็แพ้ให้แก่โรงเรียนราชวินิตบางแก้วแบบสูสีและประทับใจ ซึ่งในครั้งนั้น อ.อภิธานได้บอกกับผมว่า โรงเรียนของเขาไม่เคยส่งเข้าประกวดในรายการใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากรายการอัศจรรย์คันธรรพ ทั้งๆ ที่มีลูกศิษย์ที่มีฝีมือดีๆ หลายสิบรุ่น แต่ก็ไม่เคยส่งเข้าประกวดรายการใดๆ ทุกรายการ ซึ่งเหตุผลของ อ.อภิธานได้บอกกับผมว่า เขาอยากให้ลูกศิษย์ของเขาเล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณของนักดนตรี มิใช่เล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณของนักกีฬา เพราะว่าผลการประกวดหรือแข่งขันไม่ว่าจะแพ้หรือชนะมันก็ไม่สามารถวัดเลือดความเป็นศิลปินในตัวเด็กได้แต่อย่างใด และนี่แหละครับ คือ คุณค่าของความเป็นครูที่แท้จริง โดยมิได้หวังผลงานจากตัวเด็กมาเพิ่มคุณค่าให้แก่ตัวเอง ซึ่งมันมีคุณค่าต่อสังคมไทยมากกว่าตำแหน่งอาจารย์ 3 เยอะแยะเลยครับ

สวัสดี

ขุนอิน

ตะลุยข่าว - 388 ศพสึนามิ...ยังไม่ได้กลับบ้าน

แม้พิบัติภัยสึนามิจะผ่านพ้นไปแล้ว 4 ปี ทว่าภาพความเสียหาย การล้มตาย และสูญหายไปของคนอันเป็นที่รัก ยังคงติดตรึงอยู่ในใจเหมือนภาพฝันร้ายในคืนที่แสนยุ่งเหยิง หลายครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับมหันตภัยที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และธุรกิจ เสียงหวีดร้องโหยหวนและร่ำไห้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ยังคงก้องอยู่ในมโนสำนึก