ผ่าแผน ''อีเอ็มซี'' รับมือวิกฤติ ปีนี้ฮึดต่อดันเป้ารายได้ 3.2 พันล.

บมจ.อีเอ็มซี เปิด 4 แผนปี 52 รับมือวิกฤติ ทั้งดูแลสภาพคล่อง -เข้มก่อหนี้ คุมต้นทุน พัฒนาบุคลากร และกระจายความเสี่ยงรับเหมางานก่อสร้าง ตั้งเป้ารายได้ 3,200 ล้านบาท โต 10 % จากปีก่อนที่พลาดเป้า ชี้มีงานในมือทยอยรับรู้รายได้ถึงกลางปีนี้ 4,000 ล้านบาท รอประมูลงานใหม่อีกหมื่นล้าน คาดชนะประมูล 2,000 ล้านบาท

นายชนะชัย ลีนะบรรจง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีเอ็มซี จำกัด(มหาชน) (บมจ.) ผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานปี 2552 ว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อรองรับเศรษฐกิจชะลอ โดยให้ความสำคัญ 4 เรื่อง คือ 1.ดูแลสภาพคล่องทางการเงิน ระมัดระวังการก่อหนี้ การเก็บเงินจากลูกค้าที่ต้องใกล้ชิดมากขึ้น 2. ควบคุมต้นทุน 3.พัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในทุกรูปแบบ

ประการที่ 4 สร้างความสมดุลของงานในมือเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเน้นรับงานก่อสร้างจากภาครัฐมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯที่คาดว่าจะมีโครงการก่อสร้างของหน่วยงานราชการหลายโครงการ ส่วนงานเอกชน เน้นโครงการก่อสร้างศูนย์การค้า โรงแรมขนาดเล็ก ที่ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ส่วนงานรับเหมาก่อสร้างในต่างประเทศคาดว่าจะลดลง หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้ไปรับในแถบตะวันออกกลาง

ปีนี้อีเอ็มซี เน้นประคับประคองตัวเอง แต่ไม่ใช่เพื่อให้รอดจากวิกฤติอย่างเดียว แต่ต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งและพร้อมจะโตเพื่อโอกาสมา นายชนะชัย กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2552 คาดว่าจะมีรายได้รวม 3,200 ล้านบาท โดยจะพยายามประคับประคองไม่ให้ลดลงเกิน 10 % จากปี 2551 ที่คาดว่ามีรายได้รวม 2,900 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ 3,200 ล้านบาท สาเหตุที่รายได้ในปีดังกล่าวพลาดเป้า เนื่องจากลูกค้าบางรายมีปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ชะลอโครงการก่อสร้าง 3-4 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม

นายชนะชัย กล่าวว่า แม้ลูกค้าบางโครงการมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง แต่ในส่วนของอีเอ็มซี ไม่ได้มีปัญหา โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดในมือ 400-500 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่สถาบันการเงินก็ยังให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับงานก่อสร้าง

ขณะที่ปี 2552 บริษัทมีงานในมือประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ถึงกลางปี 2552 นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะร่วมประมูลงานใหม่อีก 10,000 ล้านบาท และคาดว่ามีโอกาสชนะประมูลประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้คาดว่าจะลดลงมาเหลือ 6% จากปี 2551 อยู่ที่ระดับ 7-8%

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด