กบง.ลดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนฯ50สต./ลิตร
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sh/0/di/no-thumbnail-image.jpgกบง.ลดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนฯ50สต./ลิตร

กบง.ลดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนฯ50สต./ลิตร

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ลดอัตรเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมเรียกเก็บอยู่ 1.80 บาทต่อลิตร เหลือเก็บเพียง 1.30 บาทต่อลิตร หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าการตลาดของผู้ค้าอยู่ในระดับต่ำ ประมาณ 73 สตางค์ต่อลิตร จึงต้องมีการลดการจัดเก็บเงินเพื่อพยุงราคาขายปลีก ไม่ให้ปรับสูงขึ้นเกิน 30 บาทต่อลิตร

ขณะจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีเงินไหลเข้าลดลง จากวันละ 49 ล้านบาท เหลือเพียง 22 ล้านบาท โดยฐานะกองทุนฯ มีเงินสดสุทธิติดลบอยู่ 600 ล้านบาท

นอกจากนี้กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ได้รับทราบเรื่องคำสั่งนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการแก้ไขป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เรื่องมาตรการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หรือ แอลพีจี ภาคอุตสาหกรรม ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 8 ก.ค. และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น แต่ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทางกรมธุรกิจพลังงาน ส่งเรื่องให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความอีกครั้งเพื่อความรอบคอบ ในเรื่องของข้อกฎหมาย โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 ก.ค. นี้

ทั้งนี้ จะส่งผลให้วันที่ 19 ก.ค. ราคาแอลพีจี ภาคอุตสาหกรรม ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมอยู่ที่ 18 บาท 13 สตางค์ เป็น 21 บาท 13 สตางค์ ต่อกิโลกรัม และจะปรับขึ้นอีก 3 บาทต่อกิโลกรัม ในงวดถัดไป คือ วันที่ 1 ต.ค.
ปี 2554 นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงาน ไปติดตามตรวจสอบและป้องกันการลักลอบใช้ แอลพีจี ข้ามภาค