ครอบครัว แจ็คสัน ฉุนหมอประจำตัว ไม่ยอมแจงสังคม

ครอบครัว แจ็คสัน ฉุนหมอประจำตัว ไม่ยอมแจงสังคม
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

ครอบครัว ไมเคิล แจ็คสัน โกรธหมอประจำตัวเพิ่งจ้างมาไม่ยอมตอบคำถามสังคม แต่ย่องให้ปากคำกับตำรวจลอสแองเจลิสแล้ว ข้องใจสาเหตุราชาเพลงป๊อบตายยังไม่ชัด ให้ชันสูตรศพรอบสอง ตร.เผยได้ข้อมูลหมอเป็นประโยชน์สืบสวน ยันไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย แค่พยานคดี



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวความคืบหน้าการเสียชีวิตระดับช็อคโลกของไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป๊อป ผู้มีลีลาลูบเป้าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวบนเวทีคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ว่า ครอบครัวของไมเคิล แจ๊กสัน ได้ขอให้มีการชันสูตรศพของราชาเพลงป๊อปรอบที่สอง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่นจากความโกรธเคืองที่ผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถตอบคำถามที่ยังเป็นที่สงสัยหลายอย่างในเรื่องการตายของแจ็คสันได้



ข่าวระบุว่า ครอบครัวของแจ็คสันซึ่งไม่พอใจเรื่องที่ข้อมูลในการเสียชีวิตของแจ็คสันนั้นไม่เป็นที่กระจ่างชัดได้สั่งให้มีการชันสูตรศพรอบ 2 ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย ซึ่งหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทม์ส รายงานว่า การชันสูตรศพรอบ 2 เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยที่ยังไม่มีการเปิดเผยผลการชันสูตรออกมาแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน สำนักงานชันสูตรศพลอสแองเจลิส ระบุว่า ผลการชันสูตรศพเบื้องต้นของแจ็คสันยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงได้ และอาจต้องรอผลพิสูจน์ทางพิษวิทยาก่อนจึงจะสามารถสรุปได้แน่ชัด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาระหว่าง 6-8 สัปดาห์

สาธุคุณ เจสซี แจ็คสัน นักการเมืองผิวสีซึ่งทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับครอบครัวแจ็คสันเปิดเผยว่า ครอบครัวแจ็คสันโกรธเคืองกับคำถามซึ่งยังไม่สามารถหาคำตอบได้เกี่ยวกับการเสียชีวิตของแจ๊กสันและพุ่งเป้าความสงสัยไปที่บทบาทของนายแพทย์คอนราด เมอร์เรย์ ซึ่งแจ็คสันเพิ่งจ้างมาเป็นหมอประจำตัวเมื่อเดือนที่แล้ว

สาธุคุณแจ็คสันกล่าวว่า ครอบครัวแจ็คสันสงสัยในตัวของหมอคนนี้และพวกเขามีเหตุผลที่ควรจะสงสัยเนื่องจากถ้าเป็นหมอคนอื่นๆ จะบอกว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตแจ็คสันและผมอยู่ที่นั่น ผมได้ให้ยาแจ็คสัน และควรจะออกมาพูดให้ครอบครัวของไมเคิลและสาธารณชนได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น และนั่นเป็นสิ่งที่ควรคาดหวังว่าจะได้รับ

วันเดียวกัน สำนักงานตำรวจนครลอสแองเจลิส (แอลเอพีดี) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐได้ทำการสอบปากคำ นพ.เมอร์เรย์แพทย์โรคหัวใจซึ่งเป็นคนเดียวที่อยู่กับแจ็คสันในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะมีอาการหัวใจหยุดเต้น เป็นครั้งที่ 2 โดย มิรันดา เซฟซิก โฆษกหญิงของ นพ.เมอร์เรย์ ระบุว่า นพ.เมอร์เรย์ได้ให้ปากคำเพื่อชี้แจงในเรื่องที่ยังมีความไม่ชัดเจนบางอย่างเกี่ยวกับการตายของแจ๊กสัน และว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นพ.เมอร์เรย์ไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยและยังคงถือเป็นพยานในการเสียชีวิตที่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งนี้

แถลงการณ์ของแอลเอพีดีระบุว่า นพ.เมอร์เรย์ ซึ่งอยู่กับไมเคิล แจ็คสัน ในช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการหัวใจหยุดเต้น ไดติดต่อขอเข้าให้ปากคำกับแอลเอพีดีด้วยความสมัครใจ โดยทางตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สังกัดแผนกโจรกรรมและฆาตกรรมเป็นผู้ทำการสอบปากคำ นพ.เมอร์เรย์ และได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนเป็นอย่างมาก

ขณะที่ลอสแองเจลิสไทม์สยังรายงานอ้างคำกล่าวของเคนนี ออร์เตกา ซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดงบนเวทีของแจ๊กสันในคอนเสิร์ตที่จะฉลองการกลับมาของแจ๊กสันที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า แจ๊กสันดูกระตือรือร้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการซ้อมมากในคืนก่อนหน้าการเสียชีวิต โดยเปิดเผยว่า ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหน้าที่แจ็คสันจะเสียชีวิตซึ่งร่วมซ้อมอยู่กับผม และมีความกระตือรือร้นในการซ้อมอย่างมาก

นอกจากนี้ แรนดี ฟิลลิปส์ ประธานบริหารของ เออีจี ไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้เปิดเผยว่า ผมได้เห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมในการซ้อมเมื่อคืนวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งผมจะจดจำมันไว้ตลอดชีวิต

วันเดียวกัน ครอบครัวไมเคิลได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เผยแพร่ในนิตยสารพีเพิล ระบุว่า การเสียชีวิตของแจ็คสัน เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดในชีวิตของพวกเรา เราคิดถึงไมเคิลอย่างไม่สิ้นสุด ความเจ็บปวดของเราไม่สามารถถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือได้ แต่ขอร้องให้ทุกคนอย่าสิ้นหวัง เพราะไมเคิลจะยังอยู่กับพวกคุณทุกคน

นอกจากนี้ โจ แจ็คสันพ่อของไมเคิลยังเปิดเผยว่า ลูกๆ ทั้ง 3 คนของไมเคิล ได้แก่ พรินซ์ ไมเคิล วัย 12 ปี ปารีส วัย 7 ปี และพรินซ์ไมเคิล ที่ 2 วัย 7 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของสมาชิกครอบครัวแจ๊กสัน ที่บ้านพักในนครลอสแองเจลิส ต่างก็มีกำลังใจที่ดีด้วยกันทั้งหมด



ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก