ดี.ไอ.วาย." อัลบั้มดันเด็กจากป๋า "ณรงค์วิทย์"

ดี.ไอ.วาย." อัลบั้มดันเด็กจากป๋า "ณรงค์วิทย์"
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่"หนึ่ง" ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ เคยแต่งเพลงในอัลบั้ม สลีปเลส โซไซตี้ เอาใจคนนอนไม่หลับมาแล้วถึง 2 ชุด และก่อนที่จะทำสลีปเลส โซไซตี้ 3 หนุ่มคนนี้จึงขอทำตามความฝันของตัวเอง นั่นก็คือการทำหน้าที่เป็นป๋าดัน ผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ที่อยากทำเพลงให้ได้มีสิทธิแจ้งเกิดในโปรเจกท์ที่ชื่อว่า "ดี.ไอ.วาย.บายณรงค์วิทย์" เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในศาสตร์ด้านนี้ สามารถเป็นทั้งนักร้องและนักดนตรีได้

หนึ่งเล่าถึงเหตุผลที่เขาดึงเอา "เบล" สุพล พัวศิริรักษ์ (อดีตสมาชิกวงพาย) "โบว์ลิ่ง" มานิดา เรืองศรี "แพรว" คณิตกุล เนตรบุตร "บอมบ์" ยุทธินันท์ พีรพงศ์เดชา และเหล่าสมาชิกวง "เลดี้ คิลเลอร์ส" ซึ่งได้แก่"ว่าน" รัชชุสุระจรัส (กีตาร์/ร้อง) "พลุ" เฉลิมพล ตันติ์ทวิสุทธิ์ (ร้องนำ) "พาย" จรัสพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (มือเบส) "พีท" พงษ์พจน์ ปิยะบุญสิทธิ (มือกลอง) มาร่วมกันทำอัลบั้มนี้ว่าเป็นเพราะเล็งเห็นถึงความสามารถของแต่ละคนที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ทำอะไรได้หลากหลาย ไม่ว่าจะร้อง แต่งเนื้อร้อง-ทำนอง ทุกอย่างทำเองได้เสร็จสรรพ

"คอนเซ็ปต์ของงานชิ้นนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์งานเพลงในสไตล์ของตัวเอง เพราะคำว่า D.I.Y. ย่อมาจาก Do it yourself ส่วนคำว่าบาย ณรงค์วิทย์ ที่นำมาต่อท้ายนั้นมันก็เหมือนกับโครงการนี้มาจากเรา ก็เลยรับเป็นเจ้าภาพอะไรประมาณนั้น งานชิ้นนี้ผมไม่อยากให้คนยึดติดกับภาพที่ผมทำสลีปเลส โซไซตี้ เนื่องจากค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดี.ไอ.วายฐานคนฟังจะเป็นเด็กวัยรุ่น ดนตรีจะออกเป็นป๊อป ฟังสบายๆ มีสีสันสดใสออกแนวเด็กๆ อย่างด้านภาษานั้น ก็ดูเป็นวัยรุ่น ไม่เหมือนกับสลีปเลสแน่นอน เพราะชุดนี้มีความหลากหลายทางด้านเนื้อหามากกว่า ดังนั้นในฐานะโปรดิวเซอร์ของโปรเจกท์นี้ ผมจึงยืนยันถึงความไม่เหมือนกันของงาน 2 ชิ้นนี้ได้ ในด้านวิธีการทำงานก็คนละแบบกันด้วย

สำหรับระยะเวลาในการทำงานอัลบั้มนี้ 2 ปี ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันกับน้องๆ ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับไปอยู่ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดยผมเป็นพี่ใหญ่คอยดูแลน้องๆ กลุ่มนี้ ก่อนเริ่มลงมือทำงาน จะคุยกันก่อนว่าให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากที่สุดและให้ช่วยเหลือกัน จากนั้นผมก็ปล่อยอิสระให้พวกเขาได้ทำเต็มที่ผมแค่มีหน้าที่ให้คำแนะนำน้องๆ ที่ทำงานกันมาเสร็จแล้ว เพื่อให้งานเข้าที่เข้าทางเท่านั้นเอง

นอกจากนั้นในเพลงชุดนี้ผมได้ร่วมแต่งเพลงด้วย 3 เพลง คือ ถ้าในโลกนี้ไม่มี...ให้ เบลล์ วงพาย ร้อง เพลงเสียเวลาว่ะ ให้โบว์ลิ่ง และเพลงขอบใจนะ ให้แพรว ที่เหลืออีก 7 เพลงนั้นน้องๆ ก็ทำกันเอง"

เมื่อพูดคุยกับหนึ่ง หัวเรือใหญ่ของงานแล้ว ก็วกกลับมาถามด้านว่าน นักร้องนำวง "เลดี้ คิลเลอร์ส" หรือหากใครยังจำได้ เขาคือ เด็กหนุ่มหนึ่งในนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องซีซั่น เช้นจ์ ซึ่งเขาได้เป็นตัวแทนเพื่อนร่วมวง เล่าถึงงานเพลงของตัวเองชิ้นแรกในเพลงที่ชื่อ "ไม่มีคำแก้ตัว" และ "อยากฟังจากเสียงเธอ" ว่าเป็นเพลงที่สามารถเข้าถึงคนฟังได้ง่าย ตอนนี้เวลาไปเล่นตามงานต่างๆ ก็เริ่มมีคนร้องตามได้บ้างแล้ว ส่วนหน้าที่อื่นๆ ตอนนี้ก็เล่นเป็นวงแบ็คอัพให้แก่สมาชิก ดี.ไอ.วาย. คนอื่นๆ ด้วย

ด้านเบลเล่าถึงการร่วมงานใน ดี.ไอ.วาย. เสริมต่อว่า เขาได้แต่งทำนองเพลงถ้าในโลกนี้ไม่มี...และเขียนเพลงหา ให้ตัวเองร้อง แล้วก็เขียนเนื้อร้องในเพลงอยากฟังจากเสียงเธอ ให้แก่วงเลดี้คิลเลอร์ส อีกด้วย ส่วนเรื่องการกลับไปทำวงพายนั้น ด้วยความที่สมาชิกในวงผ่านการปรับตัวมาเยอะแล้ว จึงไม่รู้ว่าจะฝืนตัวเองไปทำไม ถ้าในเมื่อเล่นดนตรีไม่มีความสุข เลยตัดสินใจแยกทางกันดีกว่า ดังนั้นต่อไปนี้คงไม่มีวงพายอีกต่อไป

"ถ้าถามว่าวันข้างหน้าวงพายจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหรือไม่นั้น ผมยังตอบไม่ได้ มันก็เหมือนกับคนที่เป็นแฟนกันแล้วเลิกกัน จึงไม่รู้จะได้คบกันอีกครั้งมั้ย แต่เร็วๆ นี้ผมกำลังจะมีอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองเหมือนกัน" เบล กล่าวทิ้งท้าย








สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย