กระแส “เทปคาสเซ็ตต์” รอบโลกในช่วงปี 2020 ผ่านมา โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

กระแส “เทปคาสเซ็ตต์” รอบโลกในช่วงปี 2020 ผ่านมา โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

ยอดขายเทปในอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2020

จากรายงานขององค์กรตัวแทนอุตสาหกรรมสิ่งบันทีกเสียงอังกฤษ หรือ BPI ได้สรุปยอดขายของเทปคาสเสตต์ในปี 2020 ที่ผ่านมาเฉพาะในอังกฤษ ปรากฏว่ามียอดขายเพิ่มเป็น 2 เท่าจากที่เคยขายได้

ปี 2020 อังกฤษเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ประชาชนไม่ออกมาเดินเที่ยวเหมือนอย่างเคย เช่นเดียวกับคนฟังเพลงที่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน และส่วนใหญ่ก็เวิร์ก ฟรอม โฮม (WFH) ยังส่งผลให้การบริการสตรีมมิงดนตรีทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทุกแพลตฟอร์ม หนำซ้ำยอดรวมสตรีมมิงในประเทศยังเพิ่มมากกว่าปีก่อนถึง 251 ล้านครั้งด้วยกัน

Geoff Taylor ผู้บริหารสูงสุดของ BPI กล่าวว่า "บทบาทของดนตรีที่บันทึกเสียงและผลิตกันในปี2020 นั้นเริ่มตาสว่างกันแล้ว ขณะที่การใช้ชีวิตของพวกเรากำลังสับสน แต่ดนตรีที่ผลิตออกมาทำให้เรารู้สึกได้ว่ามันยังคือสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเราอยู่"

ส่วนยอดขายอัลบัมที่เพิ่มขึ้นนั้น ระบุว่าซีดีไปได้ตามปกติ แต่แผ่นเสียงและเทปกลับมียอดพุ่งทะยานขึ้นจากปีก่อนถึง 2 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดขายของแผ่นเสียงยังคงขายดีเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา แต่เทปนี่ทำให้เซอร์ไพรส์กันมาก เพราะมันทำยอดขายแบบก้าวกระโดดนั่นเอง แซงหน้าฟอร์แมตอื่นๆ นั่นเอง

ตลอดเวลา 12 เดือน ของปี 2020 เทปขายไปได้กว่า 150,000 ตลับ ซึ่งรวมผลงานของป๊ฮปสตาร์อังกฤษอย่าง Dua Lipa, Kylie Minogue, The Streets โดยที่สามศิลปินนี้ครองอันดับขายติดยอดท็อป 3 ไปแบบไร้คู่แข่ง

ย้อนมาดูบ้านเรา ตลาดเทปที่ไปได้ดีกลับเป็นเทปมือสองของศิลปินดังในอดีต ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือสากล หากเป็นที่ผลิตในยุค '80s-'90s มักเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมนักเล่นเป็นพิเศษ ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับความต้องการครับ ส่วนหนึ่งอยู่ในระดับที่รับได้ ยิ่งตามเพจและกรุ๊ปต่างๆ ในเฟซบุ๊กจัดให้มีระบบประมูลกันมากขึ้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นักสะสมจะได้ตัดสินใจว่าเอาหรือไม่

 

"ไอ้นั่น" ที่วัยรุ่นคลั่งกันมากในยุค ‘80s น่ะ ตอนนี้เท่าไหร่แล้ว?

อย่าเพิ่งตกใจครับ "ไอ้นั่น" ที่ว่าก็คือคำแทนสิ่งต่างๆ หรือไอเทมทั้งหลายแหล่ที่ออกมาในยุค ‘80s จนฮิตติดตลาดจนเป็นกระสายอย่างแพร่หลาย แทบทั้งหมดเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น แล้วแพร่หลายมายังบ้านเรา เรียกว่าเราตามเขาติดชนิดก้าวต่อก้าวเลย ยกตัวอย่าง เช่น แฟมิคอม ไงครับ เหมาเรียกรวมทั้งตัวเครื่องเล่นและตลับเกม คนที่เคยเป็นเด็กหรือวัยรุ่นในยุค ‘80s รู้ซึ้งดีว่าแฟมิคอมคืออะไร ดูดเงินและเวลาส่วนตัวไปขนาดไหน เกมใหม่ออก พอเลิกเรียนต้องดิ่งไปสะพานเหล็ก จ่ายเงินสดๆ 2,000 บาทเพื่อให้ได้เกมโปรดมาเล่นก่อนใคร คิดดูนะครับ 30 กว่าปีก่อน เกมตลับละ 2,000 บาทนี่เรื่องใหญ่เลย ไหนพอได้ตลับแล้ว ต้องรีบกลับบ้านไป "นวด" เกมแบบไม่ได้หลับได้นอนอีก เกมแอ๊กชันอาจไม่เสียเวลามาก แต่เกม RPG นี่ อาจกินเวลา 2 วัน ถึง 1 สัปดาห์กันเลย ทุกวันนี้แฟมิคอมเป็นของหายากแล้ว ในตลาดประมูลของญี่ปุ่น ราคาไปไกลจนเกินเอื้อมนานแล้วครับ กลายเป็นว่าคนที่ซื้อได้ก็คือคนที่เคยเป็นเด็กในวันนั้น วันนี้เป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัวแล้ว มีงานการทำมั่นคง การใช้เงินหลักหมื่นเพื่อคว้าสิ่งที่รักในวัยเด็กกลับมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

นอกจากนี้ก็มีกล้องถ่ายรูปที่เป็นซากแล้ว แต่นักเล่นกล้องหามาเพื่อเป็นอะไหล่ หรือเอาชิ้นส่วนบางชิ้น ส่วนฟิล์มเก่า แม้หมดอายุไปแล้ว แต่ถ้ายังอยู่ในกล่อง ไม่เคยถูกเปิด ราคาก็ไม่ถูกเหมือนกันครับ พวกของเล่นหรือของจุกจิบที่ออกในยุคนั้นกลายเป็นแรร์ไอเทมไปหมด อาทิ กล่องดินสอ รูปลอก ยางลบ ดินสอ ขอให้มีตัวละครในการ์ตูนหรือหนังที่ชอบอยู่ด้วยแค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ

 

ทีนี้มาว่ากันถึงเทปและเครื่องเล่นกันบ้าง

เริ่มจากเทปที่เป็นเทปเปล่าสำหรับอัดเสียงที่ออกในยุคนั้น ราคาไม่เกิน 100 บาท ถูกหน่อยก็ 35 บาท แต่หากมีผู้ซื้อไว้ แล้วไม่แกะใช้งาน อยู่มาจนวันนี้ ราคามันถีบตัวไปไกลถึงตลับละ 900 บาทแล้ว (อ้างอิงจากเว็บประมูลของญี่ปุ่น Yahoo Auction) 

เคยเขียนถึงเทปและเครื่องเล่นมาแล้ว ขอเท้าความคร่าวๆ นะครับ เทปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกเสียงที่มีขายตั้งแต่ผมยังเรียนมัธยมราวเกือบ 50 ปีก่อน ราคาถูก หาซื้อง่าย เมื่อมีพ่อค้าหัวใสตามร้านขายแผ่นเสียงนำเทปเปล่ามารับจ้างอัดเพลงขาย แล้วแตกแขนงไปจนถึงเทปผี ตลาดเทปในบ้านเราก็เลยรุ่งเรืองจนมีเทปผีดังหลายยี่ห้อตั้งแต่ Original Sound, 4 Track, Peacock, Eagle มาจนถึงยุคเทปลิขสิทธิ์เต็มตัวราวปลายยุค ‘80s มาวันนี้ เทปที่เคยออกมาในช่วง 20-30 ปีก่อน (ส่วนที่ออกก่อนหน้านั้นไม่น่าจะมีคุณภาพเสียงดีพอจะเปิดฟังได้แล้ว) จึงเป็นของสะสมไปแล้ว แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าเทปผีบางรุ่นบางยี่ห้อ เวลาผ่านไปกว่า 30 ปีแล้วยังเสียงดีอยู่ ขณะที่เทปลิขสิทธิ์บางชุดบางยี่ห้อ แค่ 20 ปีก็หมดสภาพแล้ว แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยครับ หากคุณเก็บรักษาดี ทะนุถนอมสม่ำเสมอ อีก 10-20 ปีข้างหน้าก็ยังคงฟังได้อยู่

ส่วนเครื่องเล่นก็ไม่ต่างจากเทปครับ ของวินเทจยังเป็นที่ใฝ่หาของนักสะสมกันอยู่ พวกที่เก่าสภาพดีจริงๆ ราคาก็ไปไกลครับ ถ้าเน้นถูกก็อาจต้องมาซ่อมเองในบางส่วน แต่ที่เห็นเพิ่งออกมาขายเป็นเครื่องแบบ 4 in 1 เหมารวมทุกอย่างในเครื่องเดียว บริษัท Dreams Come True เป็นผู้ผลิต หลายปีก่อน ผมเคยคิดว่าสักวันต้องมีคนทำเครื่องแบบนี้ออกมาขายแน่ เพราะชีวิตประจำวันของคนทุกวันนี้ เน้นเร็ว สะดวก เป็นหลัก เครื่องนี้ประกอบด้วย ที่เล่นแผ่นเสียง, เล่นเทป, ซีดี, ช่อง USB, SD และวิทยุ อีกทั้งบันทึกเสียงได้ด้วย เรียกว่าจัดเต็มให้นักฟังเพลงยุคนี้กันเลยครับ

ดูจากภาพประกอบ เห็นลำโพงอยู่ด้านข้างของเครื่อง ซึ่งเนื้อข่าวระบุว่าเสียงดีใช้ได้ทีเดียว แต่อย่าเพิ่งเชื่ออะไรจนกว่าจะได้ฟังเองกับหูนะครับ เพราะอะไรก็ตามที่เอาหลายๆ อย่างมาอัดรวมอยู่ในเครื่องเดียว มันย่อมแย่งทรัพยากรพลังงานกันเอง ไม่เหมือนเครื่องเล่นที่เป็นซิสเตมแยกชิ้น มีตัวจ่ายไฟเป็นสัดส่วน ส่วนสนนราคาก็ 24,624 เยน (ประมาณ 7,500 บาท) อ้างอิงจาก Amezon.co.jp ครับ มาถึงยุคนี้แล้ว คงเป็นยุคที่เราต้องพึ่งพาเครื่องแบบ 4 in 1 แบบนี้กันแล้วกระมังครับ