ฮั่น อิสริยะ เผยเป้าหมายใหญ่! ตั้งใจยกระดับการเต้นไทยสู่นานาชาติ

ฮั่น อิสริยะ เผยเป้าหมายใหญ่! ตั้งใจยกระดับการเต้นไทยสู่นานาชาติ
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าพูดถึงศิลปินที่มีพรสวรรค์การเต้นระดับแถวหน้าในยุคนี้ หลายคนต้องนึกถึง ฮั่น อิสริยะ หนุ่มสายแดนซ์จากเวทีเดอะสตาร์ ที่ก้าวจากการเป็นแดนเซอร์สู่ศิลปิน และได้กลายเป็นเจ้าของสตูดิโอการเต้น IPH Studio ในขณะที่ทำผลงานเพลงใหม่ "ร้ายกาจ" และงานการแสดงควบคู่ไปด้วยกัน

 

และล่าสุด ฮั่น เองก็มีโอกาสได้พูดคุยกับทาง Sanook! Music ถึงการทำงานเพลงใหม่เองทุกขั้นตอน และการเปลี่ยนความชอบให้เป็นธุรกิจการเต้น ที่มาพร้อมเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนสังคมการเต้นในไทยไปในทางที่ดีขึ้น

 

 

กลับมาคราวนี้มากับเพลง "ร้ายกาจ" ซิงเกิ้ลนี้มีเนื้อหาอย่างไร

ฮั่น อิสริยะ : เนื้อหาเล่าถึงวัยรุ่นปัจจุบันที่มีแฟนแล้วมีกิ๊ก แล้วเราก็มีเองด้วย คือต่างคนต่างมีคนอื่น มันเหมือนเรามารู้ตอนมีคนอื่นว่าคนที่เราคบอยู่ตอนแรกนั้นดีอยู่แล้ว ความรักเลยทวีคูณ คือมาจากเรื่องของคนรอบตัวพี่ๆน้องๆครับ

 

ซิงเกิ้ลนี้มาจากเรื่องจริง ฮั่น หรือเปล่า

ฮั่น อิสริยะ : มีบ้างครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะเป็นบางช่วงของเพลง แต่ไม่ใช่ทั้งเพลง เพราะบางเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นกับผมเอง ต้องไปหยิบเรื่องราวของคนอื่นมาเล่าด้วยครับ

 

เพลงนี้ก็มี โดม และ แกงส้ม มาร่วมแจมด้วย แต่ละคนทำหน้าที่อะไรกันบ้าง

ฮั่น อิสริยะ : มีโดมทำหน้าที่แต่งทำนอง ส่วนแกงส้มแต่งเนื้อร้อง ก็ทำเบื้องหลังกันมาแล้ว ครั้งหนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สองก็เป็นธุรกิจครอบครัวครับ และก็จะมีน้อง สอง Stay Gold และ Twiggy Tom รวมถึงผมคอย Co-produce นั่งฟังว่าคนดูจะชอบบีทแบบไหน คือถ้ามันหนักเกินไปสำหรับคนไทยเขาอาจไม่ฟัง ก็ต้องหาที่ตรงกันครับ ให้มีความเกาหลีหน่อยๆ

เอ็มวีเพลงนี้ก็มีน้อง พรอยมน มาแสดงด้วย มาร่วมงานกันได้อย่างไร

ฮั่น อิสริยะ : เป็นคนเลือกเองครับ รู้สึกว่าน้องพรอยมนแต่งตัวได้หลายแบบหลายสไตล์ ดูแล้วโอเคว่าอยากเป็นได้ทุกแบบที่เราอยากให้เป็น คือเป็นได้หลายแบบ น้องเขาเป็นคนที่ชอบแฟชั่นอยู่แล้ว เพราะเรื่องราวตอนแรกอยากให้เป็นอาร์ตตัดไปตัดมา อยากให้คนเห็นว่าคนไทยทำแบบเป็นเกาหลี ตอนนี้ก็ได้ระดับหนึ่ง คือถ้าเราจะให้เหมือนเขาก็ต้องใช้งบประมาณที่สูงมากครับ  

 

อะไรคือความยากที่สุด ในการควบคุมการทำเพลงเอง

ฮั่น อิสริยะ : การทำงานกับคนครับ คือหลายๆคนที่มาทำงานก็เก่งและมีความคิด พื้นฐานที่ชัดเจน แต่การมาทำงานด้วยกันเพื่อหาจุดกึ่งกลางมันยาก บางคนไม่ผ่อน แบบชอบความคิดแบบนี้ ต้องหาจุดที่มาเจอตรงกลางครับ

 

กระแสตอบรับเพลงนี้เป็นอย่างไร

ฮั่น อิสริยะ : ตอนเข้าไปอ่านคอมเม้นต์ ส่วนมากก็เป็นแง่บวกครับ ก็ดีใจครับ ก็เป็นกำลังใจเพราะคนบอกว่าอยากเห็นคนไทยทำเพลงแบบนี้ แต่บางคนบอกว่าเนื้อเพลงน้อยไป แต่งานนี้เป็นการเปิดหัว เพราะคิดว่าถ้าเราใส่เนื้อร้องมากไปคนไทยจะยี้กัน เลยเอาดนตรีมาทดแทนครับ

 

ช่วงนี้คุณก็มีผลงานละครด้วย  บทบาทนักแสดงและนักร้องอันไหนยากกว่ากันครับ

ฮั่น อิสริยะ : มันแตกต่างกันครับ การเป็นนักร้องต้องเป็นตัวเองมากที่สุด การเป็นนักแสดงคือการเป็นคนอื่น เราต้องเรียนรู้ในการเป็นคนอื่นและปรับใช้กับชีวิตเราครับ

 

แฟนเพลงหลายคนชมว่าคุณมีพัฒนาการ การร้องที่ดีขึ้นมากจากตอนแข่งเดอะสตาร์ คุณมีวิธีการฝึกอย่างไร

ฮั่น อิสริยะ : พอออกจากบ้านก็เรียนมาตลอด 2 ปี เรียนอยู่เรื่อยๆ และมีสนามฝึกซ้อมจริงคือเวที พอไปบ่อยๆเราก็รู้ว่าต้องทำอย่างไร เราจะรู้ว่าเพลงแบบนี้ต้องร้องอย่างไรครับ

 

คุณฮั่นมาหลงรักการเต้นได้อย่างไร

 ฮั่น อิสริยะ : คือมันมาเรื่อยๆครับ มันชอบโดยไม่รู้ตัวจนเป็นอาชีพ จนเราเลยพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นงานของเรา พอเราทำมันไปเรื่อยๆ เราก็รักมันมากขึ้นเช่นกันครับ

 

แฟนเพลงจะเห็นว่าคุณสามารถเต้นได้หลายแบบมาก คิดว่าการเต้นแบบไหนคือตัวคุณที่สุด

ฮั่น อิสริยะ : คงเป็นการเต้นแนวอาร์แอนด์บี Locking ครับ เพราะครูบอย คุณครูผมที่เรียนมาตั้งแต่เริ่มเต้นจนเป็นแดนเซอร์ และมาเป็นครู คือเราก็ได้พื้นฐานจากการเรียนมาเยอะ พอมาเต้นแบทเทิลอะไรแบบนี้ สไตล์แบบนี้จะออกมาจากจิตใต้สำนึกผมเลยครับ

 

ในปัจจุบันนี้ คนฟังเพลงแนวแดนซ์มันยังถือเป็นกลุ่มที่เล็ก คุณเคยรู้สึกท้อไหมในการทำงานด้านนี้

ฮั่น อิสริยะ : ไม่นะครับ ผมคิดว่าทุกเพลงที่เราทำขึ้นมา มันคืองานงานหนึ่ง ที่กลุ่มคนฟังเพลงแบบนี้ยังมีน้อย แต่ถ้าเราไม่ทำ มันก็จะไม่ขยายไปกว้างขึ้น ผมก็จะทำต่อไปและนี่คือสิ่งที่ผมเป็น มันเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้จักผมครับ

 

 

ปัจจุบันนี้ความชอบในการเต้นก็ได้กลายเป็น ธุรกิจ IPH Studio แล้ว ทำไมคุณถึงตัดสินใจทำธุรกิจนี้

ฮั่น อิสริยะ : คิดว่าอยากให้เป็นจุดรวมของคนเต้น อยากให้คนเก่งมารวมกัน คือต่างประเทศจะมีสถานที่ที่รวมครูเก่งๆ ไว้ด้วยกัน ผมก็เลยอยากทำแบบนั้นบ้างครับ

 

อะไรคือสิ่งที่ท้าทายในการทำโรงเรียนนี้ขึ้นมา

ฮั่น อิสริยะ : ผมว่าเป็นความเข้าใจครับ ผมอยากให้สังคมการเต้นของคนไทยสูงขึ้น คือคนไทยเก่งแต่ขาดการสนับสนุน ผมก็พยายามทำ แต่เป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าเราร่นเวลาจาก 10 ปี เป็น 5 ปีได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ครับ

 

ในปัจจุบันนี้ ผู้ใหญ่หลายๆคนก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กต้องเรียนดนตรีหรือเต้น ในฐานะเจ้าของโรงเรียนคุณคิดอย่างไร

ฮั่น อิสริยะ : ผมว่าการเรียนแบบนี้มันสร้างเสริมประสบการณ์ดีๆให้กับเด็กครับ คือหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่การเรียนดนตรีมันเป็นการเสริมสมาธิ โตขึ้นเป็นนักแต่งเพลง เรียนเต้นก็อาจจะเป็นศิลปินด้านการเต้นที่เมืองไทยมีไม่เยอะก็ได้ อันนี้มันตอบอะไรไม่ได้ แต่ถ้าพื้นฐานมันถูกปูมาตั้งแต่เด็กมันดีหมดครับถึงแม้แต่ไม่ใช่การร้องเพลงการเต้นก็ตามครับ คือคำว่า “เรียนพิเศษ” มันอาจดูน่าเบื่อไปบ้างสำหรับเด็ก แต่นานๆไปมันจะดีกับเราเองครับ

 

นักเรียนที่เข้ามาฝึกเต้นกับโรงเรียนคุณ จะได้อะไรกลับไปบ้าง

ฮั่น อิสริยะ : ผมอยากให้ทุกคนได้ความรู้และความสุขกลับไป เวลาผมเห็นลูกศิษย์ขึ้นไปเต้นบนเวทีหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ชอบ  มันเป็นสิ่งที่เงินหาซื้อไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนรู้สึก เวลานั่งดูลูกบนเวที ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากครับ

 

คุณมีแผนจะต่อยอดธุรกิจ โรงเรียนอย่างไรหลังจากนี้

ฮั่น อิสริยะ : คงดูไปเรื่อยๆครับ ว่าแนวโน้มทิศทางจะไปทางไหน แต่ด้วยเป้าหมายที่เรามีคืออยากยกสังคมการเต้นในไทย ให้ไปเท่าต่างประเทศนั้นก็ยังคงเดิมครับ

 คลิกฟังเพลง ร้ายกาจ - ฮั่น อิสริยะ

 

นอกจากจะเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์หลายด้านแล้ว ฮั่นเองก็มีความตั้งใจในการทำเพลงและการสร้างอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในการเต้นด้วย ซึ่งสิ่งนี้นั้นก็ทำให้เขาก้าวต่อไปในเส้นทางที่เขารักและมีความสำเร็จใหม่ออกมาให้แฟนเพลงได้ชมเสมอ