ธ.ก.ส. พร้อมดูแลลูกหนี้เกษตรกรช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น

ธ.ก.ส. พร้อมดูแลลูกหนี้เกษตรกรช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น

ธ.ก.ส. พร้อมดูแลลูกหนี้เกษตรกรช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยตลาดโลก หลังจากเฟดประกาศพร้อมปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% กระทรวงคลังได้เชิญธนาคารของรัฐไปหารือแล้ว เกี่ยวกับการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ MRR , MLR โดยยอมรับว่า ดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือน ยังสูงกว่าธนาคารหลายแห่ง ส่วนเงินฝาก 6 เดือนยังต่ำกว่าหลายธนาคาร จึงประเมินว่าจะมีปัญหาเงินไหลออกจากแบงก์อย่างไรบ้าง

กรณีปัญหาหนี้ NPL พุ่งขึ้นเป็น 10% จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาโควิด-19 ทำให้ลูกหนี้มีปัญหาในการชำระหนี้ จึงกำชับให้ทุกสาขาทั่วประเทศ ลงพื้นที่ออกดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อหารายได้เสริม เพิ่มรายได้ใหม่ และเดินหน้าโครงการชำระดีมีคืน ซึ่งเร่ิมตั้งแต่เดือน มิ.ย.-มี.ค. 66 เพื่อให้ทุกคนชำระหนี้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังต้องปรับโครงสร้างหนี้ การประชุมร่วมกับ ธปท. ในวันจันทร์นี้ เพื่อต้องการให้สถาบันการเงินเข้าไปดูแลลูกค้า เพื่อการฟื้นฟูลูกหนี้แบบยั่งยืน เพื่อเข้าไปดูแลเป็นรายกรณี ในช่วงไตรมาส 3-4 ขณะที่ ธ.ก.ส. จับมือร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น วว. สวทช.ช่วยเหลือแต่ละชุมชน ยกระดับคุณภาพสินค้า เพื่อดูแลลูกหนี้กลุ่มสีเขียว เหลือง แดง มีทั้งการหยุดพักหนี้ การยืดระยะหนี้ ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกร กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หลังจากการตัดดอกเบี้ยให้ 50% จากนั้นให้ทยอยชำระหนี้ในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี คาดว่าาภายในสิ้นปี 65 NPL 7-9%

นอกนี้บอร์ด ธ.ก.ส. ยังเห็นชอบขยายเวลา สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย เพื่อดูแลกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร วงเงิน 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.01% หรือคิดดอกเบี้ยล้านละร้อยบาท โดยดรัฐบาลอุดหนุนภาระดอกเบี้ย 3.5% สินเชื่อจะครบกำหนด 30 พ.ย.65 บอร์ด ธ.ก.ส. จึงขยายเวลาออกไปอีก 3 ปี เตรียมให้เริ่มโครงการในวันที่ 1 ธ.ค. 65 ปรับเพิ่มยอดโครงการ 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลภาคธุรกิจ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล