กรุงไทย-แอกซ่าชูช่องทางจำหน่ายใหม่ ดันCorporate Agentทำเบี้ย600ล้าน
ด้วยรูปแบบ Corporate Agent หวังทำเบี้ยผ่านช่องทางใหม่เพิ่มจาก 220 ล้านบาทในปีที่แล้วเป็น 600 ล้านบาทในปีนี้ เผยเตรียมจับมือสถาบันการเงินให้กู้ซื้อประกันชีวิต
ขณะที่ล่าสุดเปิดตัวกรมธรรม์สะสมทรัพย์ ร่วมกับพันธมิตรใหม่ นวลิสซิ่ง ตั้งเป้าทำเบี้ยปีแรก 25 ล้านบาท
........................................................................................................................
นายวิชัย ชีวศรีรุ่งเรือง รองประธานบริหารอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า ปีนี้บริษัทมีแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นองค์กร เพื่อเปิดช่องทางการขายใหม่ ในรูปแบบ Corporate Agent หรือ ให้พนักงานในองค์กรทำหน้าที่ขายประกันชีวิต โดยจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ด้วย 3 แนวทาง คือ ช่องทางการขาย การทำตลาดผ่านเครือข่าย และโครงสร้างการจ่ายผลประโยชน์ เพื่อสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับ 5 บริษัท
บริษัทมีแผนสร้างจุดแข็งให้พันธมิตร โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 1-2 ปี จะช่วยพันธมิตรให้สามารถแตกธุรกิจลูกต่อไปได้ในลักษณะการทำธุรกิจนายหน้าประกัน (โบรกเกอร์) หรือมีพนักงานที่มีใบอนุญาตขาย รวมถึงสามารถนำสินค้าของบริษัทพันธมิตรมาขายให้กับลูกค้าของบริษัทกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตฯได้ ขณะที่รูปแบบของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านเครือข่ายของพันธมิตรทางธุรกิจนั้น จะเน้นแบบประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและกำหนดเบี้ยประกันที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับ บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ออกกรมธรรม์ใหม่รวมความคุ้มครองถึง 3 รูปแบบสะสมทรัพย์(25EG), เกษียณอายุ (ER60) และสุขภาพ(12PL) แบ่งเป็น 3 แพ็กเกจ ได้แก่ 1. ซิลเวอร์ จ่ายเบี้ยประกันเฉลี่ย 8,000 บาทต่อปี 2. โกลด์ เบี้ยประกันเฉลี่ย 12,000 บาทต่อปี และ3.แพล็ตทินัม จ่ายเบี้ยประกันเฉลี่ย 15,000 บาทต่อปี เริ่มทำตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม
โดยพนักงานของนวลิสซิ่งจะต้องทำหน้าที่ขายประกันด้วย หรือต้องมีเวลา
40-50% ของเวลาทำงานทั้งหมดที่มาช่วยขายประกัน โดยขณะนี้จากพนักงานทั้งหมด 330 คน เตรียมสอบใบอนุญาตตัวแทนประมาณ 110 คน เพื่อที่จะให้พนักงานในกลุ่มนี้
เจาะกลุ่มฐานลูกค้าสินเชื่อที่ผ่อนรถยนต์หมดแล้ว แต่ต้องการออมเงินสำหรับคุ้มครองชีวิต ในเบื้องต้นตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะสร้างเบี้ยประกันขั้นต่ำประมาณ 25 ล้านบาท จากฐานลูกค้า 50% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด 3,000 ราย จ่ายเบี้ยเฉลี่ย 10,000 บาทต่อคน
ขณะเดียวกันปีนี้เตรียมเพิ่มช่องทางจัดหน่ายรูปแบบ Loan For Life หรือโครงการกู้ยืมเงินสำหรับซื้อความคุ้มครองประกันชีวิต ร่วมกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ธุรกิจเช่าซื้อและเครือข่ายโบรกเกอร์ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ตั้งเป้าสิ้นปี 2552 จะมีเบี้ยรับรวมผ่านช่องทางจำหน่ายใหม่ เพิ่มเป็น 600 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีเบี้ยรับรวมประมาณ 220 ล้านบาท จากเบี้ยรับรวมของบริษัททั้งปีที่ 3,000 ล้านบาท
ปีนี้จะเริ่มเห็นธุรกิจประกันชีวิตเปลี่ยนหรือโยกย้ายจากช่องทางจำหน่ายหลักไปสู่ช่องทางใหม่ เพราะเศรษฐกิจปัจจุบัน ตัวแทนเริ่มมองหาความสำเร็จที่แท้จริงในช่องทางใหม่ๆ