"เซ็นทรัล"โหมปั้นรายได้ 2.2แสนล้าน ทุ่มงบ3.8 หมื่นล้าน บุกทั่วทิศ-ลั่น 5 ปีสร้างชื่อทั่วเอเชีย

"เซ็นทรัล"โหมปั้นรายได้ 2.2แสนล้าน ทุ่มงบ3.8 หมื่นล้าน บุกทั่วทิศ-ลั่น 5 ปีสร้างชื่อทั่วเอเชีย
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

"เซ็นทรัล กรุ๊ป" เดินหน้าลงทุนไม่หยุด 3 ปีทะลุแสนล้านบาท เฉพาะปีนี้ทุ่ม มโหฬารถึง 3.8 หมื่นล้านโตทุกรูปแบบ ควบรวมกิจการ-ร่วมทุน-สร้างเอง ปักธงทั้งใน-นอกประเทศ ตั้งเป้า 5 ปีติดอันดับต้น ๆ แบรนด์ระดับเอเชีย เงินหนา-ทีมงานพร้อมเร่งสปีดรายได้สิ้นปี 227,300 ล้านบาท พร้อมเตรียมงบฯสำรองกว้านซื้อดีล M&A

นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะกรรมการบริหาร CMB (CEO Management Board) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงนโยบายขยายธุรกิจจากนี้ว่า ปีนี้เตรียมงบฯ 38,000 ล้านบาท สำหรับแผนการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยจะเป็นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลรีเทลประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ของเซ็นทรัลพัฒนา 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็น 2 กลุ่มที่สร้างรายได้มากว่า 80% ส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจ คือเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง,

เซ็นทรัลเรสเตอรองส์กรุ๊ป และธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตเครือเซ็นทารา โดยตั้งเป้าการเติบโตทั้งกลุ่ม 24% จากปีที่ผ่านมาปิดรายได้ 183,300 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายภายในประเทศ 91% และต่างประเทศ 9%

"ปีที่แล้วเตรียมไว้ 30,000 ล้าน แต่ใช้จริง 39,600 ล้าน สูงกว่าที่วางไว้ เนื่องจากเป็นดีลพิเศษที่งอกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อตึกที่กรุงโรม อิตาลี และร่วมลงทุน กับแฟมิลี่มาร์ท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ซึ่งเราจะมีงบฯสำรองสำหรับดีลพิเศษที่แทรกเข้ามาอยู่แล้ว เป็น 3 ปีที่ลงทุนต่อเนื่องเกินกว่า 3 หมื่นล้านต่อปี เรามีความพร้อมทั้งทีมงานและเม็ดเงินลงทุน"

ทั้งนี้ ภาพการลงทุนและขยายธุรกิจจากนี้จะเน้นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศควบคู่กัน อาทิ จีน อิตาลี กลุ่มอาเชียน รวมถึงยุโรป ด้วยเป้าหมายระยะสั้นภายใน 5 ปี แบรนด์เซ็นทรัลต้องติดอันดับต้น ๆ ของเอเชียให้ได้ หลังจากนั้นต้องการที่จะติดอันดับแบรนด์ในระดับโลก ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเข้าเทกกิจการศูนย์การค้าในอิตาลี รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

ไม่เพียงเป็นสปริงบอร์ดสร้างการเติบโตก้าวกระโดด แต่ยังเหมือนประตูให้คนทั่วโลกรู้จักเซ็นทรัล ซึ่งสร้างความมั่นใจต่อการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ หลังจากนี้รวมถึงการเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจกับต่างชาติโดยในปีนี้เตรียมที่ จะเปิดศูนย์การค้าในประเทศหลายแห่ง อาทิ ห้างโรบินสัน 5 สาขา, เซ็นทรัล 2 สาขา, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ในช่วงปลายปีนี้

รวมถึงการเปิดแฟมิลี่มาร์ทและร้านสเปเชียลตี้สโตร์มากกว่า 350 แห่งทั่งประเทศ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์สินค้าใหม่ ทั้งกลุ่มแฟชั่น รองเท้า และเครื่องสำอาง ที่นำเข้ามาเพิ่ม อาทิ Versus, Ralph Lauren, Furla, b+ab, Little Sunshine, Giuseppe Zanotti Design, Azona, Jacki O, Versace Jeans, Next to Normal, Paul Smith Junior และ Kenzo Kids รวมถึงกลุ่มธุรกิจโรงแรมได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ชื่อ "COSI" เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในกลุ่มประเทศ อาเซียน