อัยการรัฐนิวยอร์กสั่งสอบ “WeWork” หลังสื่อเผยจ่อลดคนงานกว่า 6,000 คน

อัยการรัฐนิวยอร์กสั่งสอบ “WeWork” หลังสื่อเผยจ่อลดคนงานกว่า 6,000 คน
Infoquest

สนับสนุนเนื้อหา

ความล้มเหลวในการนำหุ้นเข้าตลาดเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ WeWork รวมไปถึงซอฟท์แบงก์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ WeWork ด้วย โดยการปลดพนักงานได้เริ่มขึ้นในทันทีที่นายนิวแมนน์ถูกบีบให้ลาออกจากบริษัทเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการปลดพนักงานอีกหลายพันคนในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงินอยู่ในขณะนี้

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์รายงานเป็นครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า WeWork ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก กำลังเตรียมที่จะปลดพนักงานจำนวนมากในหลายธุรกิจของบริษัท โดยอาจจะมีการปลดพนักงานที่ประจำอยู่ตามสำนักงานของ WeWork ทั่วโลกจำนวนมากถึง 2,500 คนในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ในเครือ อาทิ WeGrow ซึ่งเป็นธุรกิจโรงเรียนเอกชนที่บริหารโดยรีเบคกาห์ พัลโทรว์ นิวแมนน์ ภริยาของนายนิวแมนน์ ก็จะถูกปิดกิจการด้วย ขณะที่บริษัท The We Company ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของ WeWork หวังที่จะกอบกู้ธุรกิจ และปรับลดการใช้จ่ายลง

การปิดกิจการของ WeGrow ส่งผลให้มีพนักงานตกงานราว 1,000 คน หลังจากบริษัทเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า บริษัทขาดทุนมากถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3/2562 เนื่องจากการขยายพื้นที่สำนักงานใหม่เกือบ 100 แห่งนั้นสูงเกินความต้องการ และบริษัทมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ในขณะที่ไม่มีรายได้เข้ามาเพิ่มเติม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า WeWork กำลังถูกอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์กทำการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจ โดยโฆษกของ The We Company ยืนยันว่า บริษัทได้รับการติดต่อจากอัยการสูงสุดเกี่ยวกับกรณีที่นายนิวแมนน์ทำธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองผ่านทางบริษัทหรือไม่ เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่ากับ WeWork, บริษัทต้องจ่ายเงินให้กับนายนิวแมนน์ในการใช้เครื่องหมายการค้าของเขาสำหรับคำว่า "We", นิวแมนน์ทำการกู้เงินจากบริษัทด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ และใช้เงินของบริษัทเพื่อซื้อเครื่องบินเจ็ทสำหรับใช้ประโยชน์ส่วนตัว

ด้านสำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้โดยอ้างแหล่งข่าวในแวดวงการธนาคารว่า ซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของญี่ปุ่น กำลังเตรียมกู้เงิน 6.3 พันล้านดอลลาร์จากบรรดาธนาคารเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัท เพื่อช่วยฟื้นฟูกิจการของ WeWork

แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารเจ้าหนี้ที่ทางซอฟท์แบงก์ติดต่อขอกู้เงินนั้นได้แก่ มิซูโฮ แบงก์, เอ็มยูเอฟจี แบงก์ และมิตซุย ซูมิโตโม แบงกิ้ง คอร์ป แต่ธนาคารเหล่านี้บางแห่งแสดงท่าทีที่ระมัดระวัง เนื่องจากการกู้ยืมของซอฟท์แบงก์อยู่ในระดับสูง

ซอฟท์แบงก์ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะจัดสรรเงิน 9.5 พันล้านดอลลาร์ให้กับ WeWork เพื่อช่วยในการฟื้นฟูกิจการ

รายงานระบุว่า ซอฟท์แบงก์ได้ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วใน WeWork ขณะที่นายมาซาโยชิ ซัน ซีอีโอได้ผลักดันการระดมทุนสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีผ่านทางกองทุน Vision Fund ของบริษัทที่มีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์