ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้นแค่2.46จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดเมื่อคืนนี้ (12 ต.ค.) ขยับขึ้นเล็กน้อย 2.46 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 13,328.85 จุด หลังปิดลบมา 4 วันติดต่อกัน ดัชนี S&P 500 ลดลง 4.25 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 1,428.59 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยลดลง 5.30 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 3,044.11 จุด ซึ่งเป็นการปิดลบต่อเนื่องยาวนานสุดในปีนี้   สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 2.7% S&P ร่วง 2.21% และ Nasdaq ดิ่งลง 2.94%หลังหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงภาย หลังจากที่มีการเปิดเผยผลประกอบการของสองธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐอย่างเวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค และ เจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งบดบังปัจจัยบวกจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยดัชนีหุ้นสหรัฐปิดท้ายสัปดาห์ย่ำแย่สุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ซบเซาและฤดูการรายงานผลประกอบการที่อ่อนแอ   สำหรับในสัปดาห์หน้า นอกจากอีกหลายบริษัทจะทยอยรายงานผลประกอบการซึ่งเป็นที่จับตาแล้ว นักลงทุนยังจะรอดูความเคลื่อนไหวจากฝั่งยุโรป เมื่อบรรดาผู้นำมีกำหนดประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ขณะที่นักลงทุนหลายรายเชื่อว่า สเปนจะขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศในเร็วๆนี้ภายใต้ความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สเปนถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งยิ่งกระพือกระแสคาดการณ์ดังกล่าว แม้รัฐบาลสเปนออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่า สเปนไม่ต้องการความช่วยเหลือก็ตาม   ทั้งนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสเปนลง 2 ขั้น สู่ระดับ BBB- ซึ่งสูงกว่าระดับขยะเพียงขั้นเดียวเท่านั้น โดยเอสแอนด์พีระบุว่า เศรษฐกิจของสเปนอยู่ในภาวะที่ถดถอยรุนแรงและจำกัดทางเลือกด้านนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาหนี้ภายในประเทศ   เอสแอนด์พีเปิดเผยในรายงานครั้งล่าสุดว่า การลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงต่างๆที่มีต่อการเงินสาธารณะของสเปนนั้น เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง