Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลเยอรมันรับรอง ESM บ่ายวันนี้   แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ วานนี้ปิดบวก ทั้งนี้นักลงทุนมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมัน โดยส่วนใหญ่คาดหวังว่าศาลจะรับรองการจัดตั้งกองทุน ESM แม้ว่าอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งจะช่วยป้องกันการลุกลามของปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรป ทั้งนี้ศาลฯ มีกำหนดการอ่านคำพิพากษาบ่ายวันนี้ตรงกับเวลาราว 15.00 น.ในไทย ตลาดสัปดาห์นี้จะผันผวนอยู่บนแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังของทั้งฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งอาจตามมาด้วยแรงขายทำกำไรหากสถานการณ์ออกมาดี หรืออาจเกิดการปรับฐานแรง 50-80 จุด หากออกมาในทิศทางเป็นลบ แม้หุ้นใหญ่ (ธนาคาร/พลังงาน) อาจมีการตอบสนองที่ดีต่อข่าวเที่จะออกมา ในเชิงกลยุทธ์รายวัน การเก็งหุ้นกลุ่มบริโภคในประเทศที่ราคา ยังไม่แพง น่าจะให้ upside มากกว่า อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก หรือหุ้นที่มีประเด็นเก็งกำไรรายตัวอื่น ภาพใหญ่ของกลยุทธ์เป็นการรอซื้อจากการปรับฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงก.ย.-ต.ค. กลยุทธ์การลงทุน: SET Index มีโอกาสบวกจากจิตวิทยาการลงทุนในตลาดต่างประเทศและภูมิภาค ในเชิงกลยุทธ์เราคงคำแนะนำทยอยขายทำกำไร (Sell into strength) โดยเฉพาะหากดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่องสู่ 1270-1290 ยังคงเป็นโอกาสทยอยขายเพื่อลดความเสี่ยง และการปรับฐานในช่วงก.ย.-ต.ค.ไม่ว่าจะเพราะขายทำกำไร หรือผิดหวังจากฝั่งยุโรป/สหรัฐฯ จะเป็นโอกาสซื้อสะสมที่ดี หุ้นแนะนำ SIRI HMPRO MINT สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 15 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10% เป็น 60% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสมได้แก่ TICON TCAP KK TISCO EGCO RATCH PS AP SIRI QH PF PTTGC PTT KTB NMG RS ***หากตลาดปรับฐานก.ย.-ต.ค.นี้ เราจะขอเพิ่มน้ำหนัก โดยเน้นหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี***   หุ้นแนะนำวันนี้ - SIRI (ปิด 2.52 เป้าระยะสั้น 2.70 ขายเมื่อหลุด 2.40) ผลการดำเนินงาน 2555 จะดีขึ้นเป็นขั้นบันได + ราคาปัจจุบันคิดเป็นเพียง 7.8x PER และให้คาดการณ์ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7.5% (concensus) + ราคาหุ้นถูกและมี valuation gap ที่กว้างเทียบกับหุ้นหลัก - HMPRO (ปิด 12.60 เป้าระยะสั้น 13.80 ขายเมื่อหลุด 12.10) รายได้ของประชาชนในต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อกลุ่มค้าปลีก + คาดการเติบโตโดดเด่นถึง 77% และ 31% ในปี 55 และ 56 ทำให้ PER 56 อยู่ที่ 17.7 เท่า ต่ำสุด - MINT (ปิด 15.90 เป้าระยะสั้น 17.10 ขายเมื่อหลุด 15.30) ผลการดำเนินงานกำลังเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ในช่วง 3Q55-1Q56 + มีโอกาสปรับประมาณการเพิ่มจากดีลเทคโอเวอร์ซึ่งจะแล้วเสร็จทันในปี 2555 อย่างน้อย 1 แห่ง - หุ้นแนะนำที่ยังคงน่าสนใจ QH SCB KTB CPF PJW AH GUNKUL LOXLEY DSGT ROBINS - หุ้นกลุ่มยานยนต์ STANLY AH LHK IHL TKT - หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STEC CK ITD /โรงแรม MINT ERW CENTEL - ทยอยสะสม Commodity: PTTGC IVL TOP SCC/ LANNA KSL KBS   Today’s Best Trades   ประเด็นการลงทุนหุ้น Today’s Best Trades HOLD TICON ราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อที่ดี + ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 พลิกกลับมามีกำไรจากการขายโรงงานเข้ากองทุนอสังหาสริมทรัพย์ และไตรมาส 2 จะเร่งตัวขึ้นมาก + ราคาปัจจุบัน 6.6x PER ถูกสุดกลุ่มนิคม + ผลตอบแทนเงินปันผล 9.6% สงสดในกล่มนิคม + ห้นมีโอกาสถก concensus ปรับประมาณการขึ้น KSL เข้าสู่ช่วง high season ผลประกอบการไตรมาส 2 (ก.พ.-เม.ย.55) + ก.ค.เป็นเดือนที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย5-8% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา + แม้ราคาส่งออกน้ำตาลลดลง 5% QoQ แต่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 25% QoQ และ30% YoY กำไรจึงมีแนวโน้มดีขึ้น + ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER 10.2 เท่า ให้ผลตอบแทนปันผล 4.1% (concensus) CENTEL ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น 15% และ 14% ในปี 2555 และ 2556 + นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5M55 เพิ่มขึ้น 7% YoY นักท่องเที่ยวจากเอเชียชดเชยจากยุโรปที่ลดลง + ไตรมาส 2/55 อัตราการเข้าพักสูงถึง 65% (+7% YoY) รายได้ QH กระแสกังวล่ คอน่ โดชะลอทำให้มีแรง switching มายัง QH ที่มีสัดส่วนโครงการแนวราบสูง + คาดกำไรปี 2555  เพิ่มขึ้น 67% YoY + ราคายังถูก PER เพียง 6.1x และมี yield ถึง 8.4% + เตรียมขาย 3 อสังหาริมทรัพย์เข้ากองทนอสังหาฯ ไตรมาส 3 SCC สเปรดปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและน่าจะดีขึ้นชัดเจนใน 2H55 + ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ + ปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท (XD 9 ส.ค.) AAV ผลประกอบการผ่าน soft season ไตรมาส 2 อย่างแข็งแกร่ง คาด low season ไตรมาส 3 ดีกว่าปกติ และเริ่มเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ (4Q55-1Q56) + การย้ายฐานมายังดอนเมืองช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร + แผนเพิ่มฝูงบินจาก 24 เป็น 48 ลำใน 5 ปี คาดช่วยรักษาการเติบโตของรายได้ที่ปีละ 20-25% ได้ PTTEP ราคาสะท้อนผลประกอบการ 2Q55 ที่ย่ำแย่แล้ว + ราคาที่ Underperform หุ้นอื่นมานานเพราะกังวลเพิ่มทุน ช่วยจำกัด downside risk + โอกาสซื้อลงทุนที่ดี โดยไม่ต้องกังวลราคาน้ำมัน 3Q55 อ่อนตัวSOLAR ธุรกิจ Turnaround กำไรเริ่มมีเสถียรภาพ + ชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แห่งที่4 ของ BCP ขนาด25MW ที่อยุธยามูลค่า 620 ล้านบาท แล้วเสร็จ ม.ค.56 + ราคาปัจจุบันยังต่ำมูลค่าทางบัญชีที่ 2.44 บาท/หุ้น + การเปิดอนญาต/ประมลพลังงานแสงอาทิตย์รอบใหม่เป็นบวกกับธรกิจ SOLAR ธุรกิจ Turnaround กำไรเริ่มมีเสถียรภาพ + ชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แห่งที่ 4 ของ BCP ขนาด 25MW ที่อยุธยามูลค่า 620 ล้านบาท แล้วเสร็จ ม.ค.56 + ราคาปัจจุบันยังต่ำมูลค่าทางบัญชีที่ 2.44 บาท/หุ้น + การเปิดอนญาต/ประมลพลังงานแสงอาทิตย์รอบใหม่เป็นบวกกับธรกิจ HEMRAJ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนแข็งแกร่ง + บริษัทตั้งเป้าขยายพื้นที่โรงงานเช่าจาก 1 เป็น 2.6 แสนตารางเมตรใน 5 ปี + การขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ส่งผลดี   ปัจจัยที่ต้องติดตาม - 10-14 ก.ย. Thailand: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ - 12 ก.ย. EU: Euro-Zone Industrial Production - 12 ก.ย. US: Import and Export Prices - 13 ก.ย. US: Jobless Claims - 13 ก.ย. US: Producer Price Index - 13 ก.ย. US: FOMC Meeting Announcement - 14 ก.ย. EU: Euro-Zone CPI - 14 ก.ย. US: Consumer Price Index - 14 ก.ย. US: Retail Sales - 14 ก.ย. US: Industrial Production - 14 ก.ย. US: Consumer Sentiment - 15 ก.ย. Thailand: กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมใหญ่ครบรอบ 6 ปี รัฐประหาร - 17-19 ก.ย. Thailand: คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำหนดเผยแพร่รายงานการประชุม - 17-21 ก.ย. Thailand: กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย - 17 ก.ย. US: Empire State Mfg Survey - 18 ก.ย. US: Housing Market Index - 19 ก.ย. US: Housing Starts - 19 ก.ย. US: Existing Home Sales - 20 ก.ย. China: HSBC Flash Manufacturing PMI - 20 ก.ย. US: Jobless Claims - 20 ก.ย. US: Philadelphia Fed Survey - 24-28 ก.ย. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง/ทบทวนตัวเลข GDP ปีนี้ - 28 ก.ย. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน - 28 ก.ย. Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน   บทวิเคราะห์วันนี้ - กลยุทธ์: คาด Fed คงดอกเบี้ยต่ำนานขึ้น และอาจเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม - คาด Fed คงดอกเบี้ยต่ำนานขึ้น และอาจเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ที่ 0-0.25% ในการประชุม 12–13 ก.ย.นี้ โดยมีโอกาสที่จะขยายระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นกว่าปลายปี 2557 และมีโอกาสเช่นกันที่ Fed จะ ดำเนินนโยบายเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมโดยเน้นไปที่ตราสารที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์(MBS) เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังจากการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯอ่อนแรงลง และการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ ทั้งนี้ KS คาดว่า หาก Fed คงดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว อาจจะส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นโดยรวม แต่ถ้าหาก Fed มีการประกาศการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามเราให้น้ำหนักกับการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมของ Fed ค่อนข้างน้อย จึงแนะนำให้ระวังแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนหลังการประชุม Fed - กลยุทธ์: การขาดแคลนแรงงานในไทยไม่กระทบภาคบริการ ยานยนต์ และปิโตรเคมีแต่ส่งผลลบต่อภาคเกษตร ก่อสร้าง และอุตสาหรรมที่พึ่งพาแรงงานสูงเช่นสิ่งทอ - ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในไทยส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงปรับสูงขึ้น ซึ่งเราประเมินผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยจากภาคการผลิตสู่ภาคบริการที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่จะมีการเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในภาคการผลิต มีแนวโน้มที่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงจะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย ขณะที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งและบริการใน AEC ทั้งนี้เราคาดว่าภาคบริการจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยแม้ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมจะมีสัดส่วนการใช้แรงงานสูง แต่จากการเติบโตสูงทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นสู่ผู้บริโภค นอกจากนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ และปิโตรเคมีจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกันจาก ความต้องการที่ดี รวมถึง supply chain ที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยายยนต์ ขณะที่เราคาดว่าภาคเกษตรและก่อสร้างจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานมากที่สุด รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการใช้แรงงานสูงอาทิ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ จะต้องย้านฐานการผลิตออกจากไทย และมีความเสี่ยงที่อิเลคทรอนิคส์จะถูกแรงกดดันให้ย้านฐานการผลิตเช่นกัน - ประเทศไทยขาดแคลงแรงงาน ส่งผลค่าแรงเร่งตัว อัตราการว่างงานของประเทศในปัจจุบันต่ำกว่า 1% เทียบกับ 6% ในปี 2543 ซึ่งส่งผลต่ออัตราค่าแรงที่สูงขึ้น โดยค่าแรงเฉลี่ยรายเดือนใน 2Q55 เพิ่มถึง 17% QoQ เพิ่มต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ซึ่งเราเห็นว่าเป็นการเพิ่ม มากกว่าผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ - อัตราการเติบโตของประชากรไทยต่ำที่สุดในเอเชีย อัตราการเติบโตของประชากรไทยเฉลี่ยในปี 2550-2553 ต่ำเพียง 0.66% CAGR ต่ำที่สุดในเอเชีย เนื่องจากอัตราการเกิดที่ต่ำขณะที่อายุประชากรในวัยทำงานลดลง โดยสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปี ขึ้นไปอยู่ที่ 8.9% ของ ประชากรโดยรวม สูงเป็นอันดับสองในเอเชีย ขณะที่ประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปี อยู่ที่ 20.5% ต่ำเป็นอันดับสองในเอเชีย - แรงงานต่างด้าว การขาดแคลนแรงงานในประเทศส่งผลให้แรงงานต่างด้าวในไทยเพิ่มสูงถึง 27% CAGR ในช่วงปี 2550-2554 อย่างไรก็ตามเราคาดว่า AEC จะส่งผลให้อัตราการเพิ่มของแรงงานต่างด้าวในไทยลดลง โดย AEC เปิดให้มีการเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานที่มีทักษะ ไม่ใช่แรงงานที่ไม่มีทักษะ - Take Action กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : AREA เผยตัวเลขยอดโครงการเปิดตัวใหม่เดือนสิงหาคม +111% YoY ,PS (ซื้อ ปิด 18.2 พื้นฐาน 21.0 +15.38%) - คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 21.0บาท/หุ้น โดยเราเลือก PS เป็นหุ้นเด่นของเราโดยเราคาดกำไรใน 2H55 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของโครงการแนบราบและราคาหุ้นที่ยังไม่แพง - ยอดเปิดตัวโครงการใหม่เดือนสิงหาคม +111% YoY และ +23% MoM ยอดเปิดตัวประจำเดือนอยู่ที่ 8,208 ยูนิต แบ่งเป็น 51% ในคอนโด 28% ทาวน์โฮม และ 19% ในบ้านเดี่ยว โดยคอนโดราคาต่ำกว่า 2 ลบ. ได้รับความนิยมสูงสุด ยอดเปิดตัวรวม 8 เดือน อยู่ที่ 60,332 ยูนิต +9% YoY มูลค่ารวมอยู่ที่ 168 พันลบ. +1% YoY ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายูนิตเปิดตัวใหม่เป็นยูนิตราคาระดับล่าง ทั้งนี้ยอดเปิดตัวยูนิตใหม่คิดเป็น 62% ของคาดการณ์ของเราที่ 97,616 ยูนิต +14%YoY ขณะที่เราคาดว่าอุปสงค์จะอยู่ที่ 94,407 ยูนิต +15% YoY - ยอดขายเดือนแรกปรับตัวดีขึ้น ยอดขายเฉลี่ยสำหรับการเปิดตัวเดือนแรกของโครงการปรับตัวสูงขึ้นสู่ 34% ของยอดขายทั้งหมด สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ระดับ 21% โดยโครงการคอนโดสามารถขายได้เร็วที่สุดจากความต้องการที่แข็งแกร่ง> บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังเป็นผู้เล่นหลักในตลาด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมอยู่ที่ 65% และที่เหลือ 35% เป็นของผู้เล่นนอกตลาด ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของเรา - AOT (ขาย ปิด 70.25 พื้นฐาน 52.0 -25.97%) เผยตัวเลขการจราจรประจำเดือนสิงหาคม - คงคำแนะนำ “ขาย” ที่มูลค่าพื้นฐาน 52.0 บาท/หุ้น โดยเราเห็นความไม่สอดคล้องระหว่างผลประโยชน์ของรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กับผู้ถือหุ้นส่วนน้อย และเราคาดว่าการขยายตัวที่สูงของการจราจรทางอากาศ จะทำให้ AOT ต้องลงทุนขยายงานเพื่อรองรับการเติบโต ซึ่งทำให้เงินสดจากการดำเนินงานหมดไปกับการลงทุนดังกล่าว - ตัวเลขผู้โดยสารเติบโตแข็งแกร่ง โดยผู้โดยสารต่างประเทศ +12.5% YoY และผู้โดยสารภายในประเทศ +16.2% YoY ขณะยอดเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 8.4% YoY ซึ่งการเติบโตที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ ที่ยอดผู้โดยสารเติบโต 22% YoY และยอดเที่ยวบิน +12.1% YoY - ค่าธรรมเนียมเติบโตสูงกว่าคาด โดยค่าธรรมเนียมผู้โดยสารต่างประเทศ (700 บาท/คน)+10.3% จากสิ้นไตรมาสที่แล้วถึงปัจจุบัน สูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ +5% ขณะที่ค่าธรรมเนียมผู้โยสารในประเทศ (100บาท/คน) +12.0% และค่าธรรมเนียมลงจอด(19,000บาท/เที่ยว) +9.3% สูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 8% ซึ่งหากการเติบโตยังคงที่นระดับนี้ต่อไป จะทำให้กำไรสุทธิใน 4Q55 เพิ่มขึ้น 200ลบ. เป็น 1.5 พันลบ. จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.3พันลบ. - แต่ระวังการจ่ายโบนัสใน 4Q55 โดยคาดการณ์ของเราสำหรับโบนัสในปี 55 อยู่ที่ 1.7 พันลบ. สูงกว่า 1.5 พันลบ. ในปี 54 แต่ต่ำกว่า 1.8 พันลบ. ในปี53 ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา AOT มีการจ่ายโบนัสในระดับสูง - KSL (not rate ปิด 12.6 Bloomberg consensus 15.5 +23%) ธุรกิจโรงงานน้ำตาลครบวงจร - ธุรกิจน้ำตาล กุญแจสำคัญสำหรับกำไรของ KSL ยังขึ้นกับธุรกิจน้ำตาล จากพรบ.อ้อยและน้ำตาลทำให้ KSL ต้องแบ่งรายได้ 70% ให้กับเกษตรกร และโรงงานได้รับเพียง 30% สำหรับการควบคุมราคาน้ำตาลในประเทศและการกำหนดโควตากระทบเพียง 20% ของผลผลิตน้ำตาล ของ KSL เท่านั้น โดยระบบการแบ่งส่วนแบ่งรายได้นี้ทำให้ราคาน้ำตาลในประเทศค่อนข้างมีเสถียรภาพ และเป็น upside ตอ่ กำไรหากราคาน้ำตาลส่งออกสูงขึ้น โดยมองว่าราคาน้ำตาลที่ถูกกดดันจาก oversupply ใกล้จะถึงจุดต่ำสุดแล้ว และราคาน่าจะค่อยๆปรับตัวขึ้นจนถึงปี 57 - เอทานอล ปัจจุบัน KSL มีโรงงาน 2 แห่ง กำลังการผลิตเอทานอลรวม 350,000 lpd เพิ่มจาก 150,000 lpd ในปี 54 สำหรับ KSL ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำตาลครบวงจรและมีต้นทุนที่แข่งขันได้ มีโอกาสที่จะเพิ่มปริมาณการขายอีกในอนาคตเนื่องจาก utilization rate ในปี 54 ยังอยู่แค่ 20% - พลังงาน การเพิ่มปริมาณขายไฟฟ้าจาก 20MW ในปี 53 เป็น 40MW ในปี 54 ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้า 1H55 เพิ่มถึง 250% YoY โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าของ KSL นอกจากจะเพียงพอสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตของตนเองแล้ว ยังสามารถขายส่วนเกินได้โดยมีสัญญา การขายไฟฟ้า 21 ปีรองรับอยู่ - การเพาะปลูกอ้อย การขาดทุนจากธุรกิจเพาะปลูกอ้อยในลาวและกัมพูชา (1 หมื่น และ 2หมื่นเฮคเตอร์) ทำให้การปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจเอทานอลและไฟฟ้าถูกบดบัง เรามองว่าการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานยังต้องรอเวลา   ข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด   ข่าวบริษัท - Take Action TISCO (ซื้อ ปิด 42 พื้นฐาน 49 +16.7%) สินเชื่อส.ค.ยังโตสูง +3.3% MoM - คงคำแนะซื้อ ราคาหุ้น TISCO มี PBV 1.8 เท่า (เท่ากับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม) แต่มี PE ต่ำที่ 8.5 เท่า (ต่ำอันดับ 3 รองจาก KTB 7.2เท่า TCAP 8.4เท่า) และมีอัตราปันผลตอบแทนสูงถึง5.3% (สูงที่สุดในหมวด) - สินเชื่อ ส.ค. เพิ่มถึง +3.3% MoM สินเชื่อเพิ่ม +3.3% MoM ในเดือน ส.ค. และเพิ่มถึง21% จากสิ้นปี 2554 ซึ่งทำให้สินเชื่อทั้งปี 2555 มีโอกาสโตสูงกว่าที่เราคาดที่ +25% (เป้าธนาคาร +10-15%) - KK (ซื้อ ปิด 46.50 พื้นฐาน 46 -1.1%) สินเชื่อส.ค. +1.6% MoM - คำแนะซื้อ แต่ชอบ TISCO มากกว่า ราคา KK ปรับตัวขึ้นมามาก (+45% จากสิ้นปี 2554)โดยราคาหุ้นปัจจุบันเท่ากับมูลค่าปัจจัยพื้นฐานที่ 46 บาท แม้คำแนะนำ KK ยังคงเป็นซื้อ โดยKK อาจมี upside หาก synergy จากการเข้าถือหุ้น PHATRA ดีกว่าคาด แต่เราคาดว่าจะใช้เวลาระยะหนึ่ง ดังนั้นในระยะสั้นหากมีกำไรในหุ้น KK แนะนำให้เริ่มทยอยขายทำกำไร และเราชอบ TISCO มากกว่า (ราคาหุ้น KK มี PBV 1.2เท่า PE 11เท่า อัตราปันผลตอบแทน 4.2%) - สินเชื่อ ส.ค. เพิ่ม +1.6% MoM ดีกว่า +1.1% MoM ในเดือน ก.ค. อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตต่อเดือนน้อยกว่าในช่วง ก.พ. – พ.ค. 55 ที่โตเฉลี่ยสูงกว่า 2% ต่อเดือน และอัตราการเติบโตสิ้นเชื่อตั้งแต่ ธ.ค. 54 – ส.ค. 55 ที่ 16.6% ยังคงต่ำกว่าคาดการอัตราการโตสินเชื่อทั้งปีของเราที่ +30% แต่ใกล้เคียงเป้าบริษัทที่ +21%   สรุปภาวะตลาด - DJIA ปิด 13,323.36 จุด +69.07 จุด (+0.52%) S&P500 ปิด 1,433.56 จุด +4.48 จุด (+0.31%) Nasdaq ปิด 3,104.53 จุด +0.5 จุด (+0.02%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีจะวินิจฉัยให้เยอรมนีมีส่วนร่วมในการจัดตั้งกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ - NYMEX ส่งมอบ ต.ค. อยู่ที่ USD97.17/bbl +0.63(+0.7%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ธ.ค. อยู่ที่ USD1,734.9/ounce +3.1(+0.2%) สัญญาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมนอกจากนี้สัญญาราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการที่ Moody’s ออกมาประกาศว่าอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯลง   สรุปข่าวประจำวัน   ต่างประเทศ - ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนียืนยันว่าจะไม่เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเยอรมนีในกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิเสธคำร้องของสมาชิกสภานิติบัญญัติรายหนึ่งจากพรรคร่วมรัฐบาลที่คัดค้านกองทุน ESM โดยศาลยืนยันว่าจะประกาศคำตัดสินว่าด้วยความชอบด้วยกฎหมายของกองทุนESM ตามกำหนดเดิม ซึ่งจะตรงกับเวลา 15.00 น. ในวันนี้ตามเวลาไทย (อินโฟเควสท์) - Moody’s เตือนว่าสหรัฐอาจจะสูญเสียอันดับความน่าเชื่อถือ AAA หากสภาคองเกรสสหรัฐไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับแผนการลดหนี้สินระยะยาวในปีหน้า (อินโฟเควสท์) - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.55 จาก 4.19 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.55 เนื่องจากการส่งออกไปยังเยอรมนี ฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่นๆหดตัวลง ขณะที่การนำเข้าจากจีนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้าราว 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.55 (รอยเตอร์)   ข่าวบริษัท - IRPC ราคายังวิ่งได้ ขายที่ดินบุ๊คแวลูเพิ่ม ข่าวลือควบรวมกิจการกับ PTTGC ไม่จริงPTTGC ปัดข่าวลือควบรวมกิจการกับ “ไออาร์พีซี” ไม่จริง ย้ำไม่เคยคุยในที่ประชุมบอร์ด ฟากIRPC เล็งขายที่ดินเปล่า 1 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท หนุนบุ๊คแวลูเพิ่มอีก 2.50 บาท/หุ้น ราคาหุ้นวิ่งขึ้นรับข่าว (ข่าวหุ้น) - PTTEP ยันเพิ่มทุนฉลุย นักลงทุนนอกไม่ติดใจ PTTEP เผยเรียกประชุมผู้ถือหุ้นปลายเดือนต.ค.นี้ วาระเพิ่มทุน 650 ล้านหุ้น หวังเสนอขายก่อนวันที่ 20 ธ.ค.55 ได้เงินระดมทุนราว 9.8 หมื่นล้านบาท เดินสายชี้แจงนักลงทุนต่างชาติสร้างความเชื่อมั่น แย้มเพิ่มทุนเสร็จดันรายได้โต ก้าวกระโดด (ข่าวหุ้น) - NNCL งบQ3เริ่ด รายได้กำไรเด้ง ไม่หวั่นน้ำท่วม NNCL ไม่หวั่นน้ำท่วม มั่นใจเอาอยู่ หลังสร้างเขื่อนกั้นน้ำสูง 5.50 เมตรรอบนิคมฯ ส่งซิกรายได้-กำไรไตรมาส 3/55 เด้ง หลังลูกค้ากลับมาเดินเครื่องผลิต และจ่อบุ๊คเงินชดเชยค่าประกันน้ำท่วมบางส่วน คาดทั้งปีมียอดขายที่ดิน 150 ไร่ (ข่าวหุ้น) - TVO ลุ้นQ3กำไรกว่า500ล้าน ยันภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ช่วยตรึงราคาขาย TVO ลุ้นกำไรไตรมาส 3/55 กว่า 500 ล้านบาท ส่วนยอดขายคาดไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท “สุเมธ”เชื่ออัตราการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 5-6% ส่วนภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองอยากให้คงไว้ 2% เหตุช่วยให้โรงสกัดสามารถแข่งขันกับกากถั่วเหลืองนำเข้าได้ และยังช่วยตรึงราคาน้ำมันถั่วเหลืองในประเทศ (ข่าวหุ้น) - DEMCO โครงสร้างใหม่ โชว์ภาพธุรกิจพลังงาน โอนงานขายให้บ.ย่อย “เด็มโก้” ปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มเพื่อให้เห็นภาพธุรกิจพลังงานได้ชัดเจนขึ้น โดยโอนกิจการส่วนที่เกี่ยวกับการขายไปให้กับบริษัทย่อย “เด็มโก้ เพาเวอร์” งานนี้ “พงษ์ศักดิ์” ฟันธงเปิดทางให้ บริษัทลูกได้โชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ (ข่าวหุ้น) - MAJOR ยันรายได้ครึ่งหลังแจ่ม เล็งเปิดเพิ่ม 3 สาขา ดันทั้งปีทะลุ 400 สาขา \"MAJOR\"คาดรายได้ครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก หลังมีหนังดีเข้าฉายต่อเนื่อง เดินหน้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 3 สาขา ตั้งเป้าสิ้นปีมีทั้งหมด 400 สาขาทั่วประเทศ ส่วนปีหน้าเปิด 10 สาขา คาดมีรายได้ ธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้กว่า 200 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) - PSL ขายสัญญาต่อเรือ2พันล้าน \"PSL\" ขายสัญญาสั่งต่อเรือใหม่ 4 ฉบับ มูลค่าสินทรัพย์รวม2 พันล้านบาท เพื่อนำเงินไปซื้อเรือที่มีกำหนดการส่งมอบเรือที่มีความแน่นอนมากกว่า และอาจจะมีราคาที่ต่ำกว่า (ข่าวหุ้น) - MBK ดี๊ด๊างบครึ่งปีหลังพุ่งทุ่มงบ 4 พันล.จ่อเทกโอเวอร์ MBK ยิ้มแก้มปริหลังเห็นแววกำไรครึ่งปีหลังสูงปรี๊ดปั๊มรายได้สนั่นแตะ 1 หมื่นล้านบาท หลังอานิสงส์ไฮซีซัน แถมธุรกิจหนุนฐานโต ทุ่มงบ 4 พันล้านบาทเดินสายเทกโอเวอร์มือเป็นระวิง (ทันหุ้น) - EMC โหมงานใหม่กว่า 4-5 พันล. เล็งชิงส่วนแบ่งเกิน 50% ดันงบ EMC ลุ้นประมูลงานใหม่มูลค่ารวมกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท คาดได้งานเกินกว่า 50% ผู้บริหาร \"ชนะชัย ลีนะบรรจง\" เผยไตรมาส 3/2555 งานรับเหมาก่อสร้างภาครัฐกระจุกตัว มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า3,200-3,500 ล้านบาท พร้อมไม่ปิดกั้นพันธมิตรทางธุรกิจ (ทันหุ้น) - PYLON จ้องฮุบงาน 1.1 พันล.ปีนี้กำไรอลังการ PYLON ติดเครื่องเก็บงานใหม่ 1.1 พันล้านบาท หวังโกยเข้าพอร์ต 20% ตุน Backlog เพิ่มเติมที่มีราว 900 ล้านบาท ซดยาวถึงปี 2557 พร้อมคอนเฟิร์มปี 2555 รายได้ตามนัด 1.2 พันล้านบาท โหนกระแสรับเหมาฮอตฮิต แถมอัดงบ 50 ล้านบาท เสริมศักยภาพรับงาน (ทันหุ้น)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม - เบิกจ่ายงบ55พลาดเป้าได้89% ยกเลิกประมูลโครงการซ้ำซ้อน นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้รายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 55 ให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ พบว่า ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ 17 ส.ค. 55 เบิกจ่ายแล้วจำนวน 1,854,346 ล้านบาท คิดเป็น 77.91%ของวงเงินงบประมาณ 2,380,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีงบประมาณจะเบิกจ่ายได้ 89.40% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตามมติ ครม.ตั้งไว้ที่ 93% อยู่ 3.60% (เดลินิวส์) - กลุ่มพลังงาน: แอลพีจีขนส่งจ่อปรับขึ้น14ก.ย.เล็งถกกบง.หลังตลาดโลกพุ่ง \"อารักษ์\"เรียกถก กบง.14 ก.ย.นี้ พิจารณาปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งอีกรอบ หลังดีมานด์ตลาดโลกพุ่งสูงในช่วงฤดูหนาว ส่งผลราคาตลาดโลกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะผลประชุม 12 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติปรับลดการเก็บเงินคืนกองทุนในน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ลง 20สตางค์ต่อลิตร และเพิ่มการชดเชยแก๊สโซฮอล์ 20 สตางค์ (ไทยโพสต์) - กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: ชงครม.'สายสีเขียว'2ช่วงรวด คาดเปิดประมูลพ.ย.นี้ นายยงสิทธิ์โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม.เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 36,511 ล้านบาท และช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังจากคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเห็นชอบการก่อสร้างสถานีบริเวณวงเวียนหลักสี่แล้ว โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคาหาผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินโครงการได้ประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ (มติชน)   กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053   โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2555