เลือกตั้ง 2562 ผ่า “นโยบายเศรษฐกิจ” พรรคการเมือง ใครเด็ด-ใครโดน?

เลือกตั้ง 2562 ผ่า “นโยบายเศรษฐกิจ” พรรคการเมือง ใครเด็ด-ใครโดน?
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ใกล้ถึงวันเลือกตั้งเข้ามาทุกที พรรคการเมืองแต่ละพรรคทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ต่างงัดนโยบายขึ้นมาประชันกันอย่างดุเดือด ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจ ถือเป็นหัวใจหลักที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะคนระดับฐานราก หรือที่เรียกว่า "รากหญ้า" 

ซึ่งแต่ละพรรคมีจุดขายด้านเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง Sanook! Money ได้รวบรวมข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองมาฝากกันได้หอมปากหอมคอกัน

พรรคอนาคตใหม่ 

"ทลายเศรษฐกิจผู้ขาด" ด้วย  4 นโยบาย

  1. จัดประมูลสัมปทานของรัฐให้มีความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลาง-เล็กเข้ามามีส่วนร่วมในการประมูล
  2. แก้ไขกฎหมายที่เอื้อต่อการผูกขาดของนายทุน
  3. เปิดใบอนุญาตสร้างธนาคารท้องถิ่น เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
  4. บังคับใช้กฎหมายการแข่งขันการค้าอย่างจริงจัง

เกษตรก้าวหน้า

1. ปลดล็อกที่ดินทำกินด้วย 4 ข้อ

  • ระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนที่ต้องการที่ดินทำกิน
  • สะสางพื้นที่ป่า ขีดเส้น และแก้กฎหมายป่าไม้ที่มันซ้ำซ้อน
  • จัดการพื้นที่ร่วมกันให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ชุมชนกับองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องทำงานร่วมกัน ใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม
  • เอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่มันหมดสภาพป่าไปแล้ว และให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

2. ปลดหนี้เกษตรกร

3. ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการทำเกษตรกรรม

เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน

1. เชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานรัฐให้เป็นฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ง่ายมากขึ้น

2. ส่งเสริมอุตสาหกรรมไอทีภายในประเทศและยกระดับสู่ต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจและการลงทุนได้คล่องตัว

3. การเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยเพื่อที่จะเข้าสู่โลกดิจิทัล

  • เพิ่มหลักสูตรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับโรงเรียนสายสามัญ และสายอาชีวะ
  • เปิดโรงเรียนสายอาชีพ เน้นภาคปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในวัยทำงานกลับมาเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี
  • ให้ข้าราชการไทยมีทักษะในด้านดิจิทัลในการวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น

ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน

สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ

  • สามารถสร้างงาน 150,000 ตำแหน่ง และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน 540,000 ล้านบาทต่อปี

พรรคพลังประชารัฐ

"นโยบาย 7-7-7" 

  • 7 สวัสดิการประชารัฐ
  • 7 สังคมประชารัฐ
  • 7 เศรษฐกิจประชารัฐ

7 สวัสดิการประชารัฐ

  • บัตรประชารัฐ ต่อยอดมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้มีรายได้น้อย
  • สวัสดิการรายกลุ่ม ตามความต้องการหรือความจำเป็นพื้นฐานที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มผู้พิการ กลุ่มแรงงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้าง
  • สวัสดิการคนเมือง ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเล่าเรียนบุตร
  • หมดหนี้มีเงินออม ช่วยทุเลาภาระหนี้ให้กับ 6 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ ผู้ใช้แรงงาน ชาวนา ข้าราชการ SMEs ครู และนักศึกษา
  • โครงการบ้านล้านหลัง ให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตัวเอง
  • บ้านสุขใจวัยเกษียณ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย
  • สิทธิที่ดินทำกินให้เกษตรกร

7 สังคมประชารัฐ

  • การศึกษา 0 พัฒนาคน เตรียมความพร้อมให้ทุกคนมีโอกาส ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงคนทำงาน
  • กระจายศูนย์กลางความเจริญสู่ภูมิภาค เช่น EEC และต่อยอดไปยังภูมิภาคอื่นๆ
  • สร้างเมืองน่าอยู่ ใกล้บ้าน มีงานทำ
  • ชุมชนประชารัฐ ร่วมพัฒนาบ้านเกิด โดยจะมี ‘กองทุนพัฒนาชุมชนประชารัฐ’ มีแหล่งน้ำชุมชน โครงการป่าไม้มีค่า และสร้างวิสาหกิจชุมชน
  • เมืองอัจฉริยะสีเขียวโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคน
  • สังคมประชารัฐสีขาว ปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดยา
  • Bangkok 5.0 ผุด 9 ย่านนวัตกรรม พัฒนาย่านการค้า คืนคลองสวยน้ำใสให้คนกรุง สร้างเครือข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ ผ่านเทคโนโลยี 5G

7 เศรษฐกิจประชารัฐ

  • ยกระดับความสามารถผู้ผลิต 5 ล้าน Smart SMEs 1 ล้าน, Smart Farmers 1 ล้าน, Startups 1 ล้าน, Makers และ 1 ล้านค้าปลีกชุมชน
  • ก้าวสู่เกษตรประชารัฐ 0 ปรับโครงสร้างภาคเกษตร ด้วยนโยบาย ‘3 เพิ่ม 3 ลด’ นั่นคือ เพิ่มรายได้ เพิ่มนวัตกรรม เพิ่มทางเลือก และ ลดภาระหนี้ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน
  • กระจายรายได้ กระจายโอกาส ด้วยการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้
  • ชูเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจแบ่งปัน
  • สร้างเศรษฐกิจชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน นวัตกรรมสีเขียว
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เน้นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G
  • ลดอุปสรรค เพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจ เน้นการปฎิรูประบบราชการ ทำให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

พรรคเพื่อไทย

ชู 10 มาตรการ “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย รับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก”

  1. ปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมรับมือวิกฤติ ให้กับประชาชน และธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กลุกขึ้นยืนตั้งตัวได้ พร้อมรับมือวิกฤติ
  2. เติมเงินทุน ด้วยสถาบันพัฒนารายได้ โดยขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนด้วยสถาบันพัฒนารายได้ทุกจังหวัด
  3. เพิ่มที่ขาย นำสินค้าไทยบุกตลาดโลก
  4. กิโยตินกฎหมาย ขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน โดยจะนำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวก เพิ่มความโปร่งใส ให้ประชาชนเป็นเจ้าของธุรกิจได้โดยง่าย
  5. ลดภาษีอย่างชาญฉลาด เพิ่มรายได้รัฐบาลโดยไม่ขูดรีดประชาชน
  6. กองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน โดยปรับโครงสร้างรายได้เกษตรกร พักชำระหนี้เพื่อให้เกษตรกรตั้งตัวได้
  7. เพิ่มนักท่องเที่ยวให้ถึง 50 ล้านคนต่อปี โดยฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพิ่มความปลอดภัย ดึงนักท่องกำลังซื้อสูง สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่
  8. ศูนย์สร้างเถ้าแก่ใหม่ กองทุนคนเปลี่ยนงาน โดยลดงบกลาโหม 10% ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เพื่อนำเงิน 2 หมื่นล้านบาท และเด็กรุ่นใหม่ของชาติมาสร้างธุรกิจ พร้อมตั้งกองทุนคนเปลี่ยนงาน พัฒนาทักษะใหม่ สร้างงาน สร้างธุรกิจให้พนักงานบริษัทที่ถูกเลิกจ้างจากความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
  9. สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับธุรกิจของคนไทย ต้องการให้ธุรกิจของคนไทย ธุรกิจของคนตัวเล็กทั่วประเทศได้มีโอกาสได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเช่นเดียวกันด้วยบัตรทอง StartUp
  10. สามสิบบาทยุคใหม่ สร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับคนไทยทุกคน

พรรคประชาธิปัตย์

ชูนโยบาย "ประกันรายได้คนไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

  1. โครงการโฉนดสีฟ้า โดยการออก พ.ร.บ.โฉนดชุมชน ให้สิทธิ์ในการจัดการไปยังชุมชนอย่างแท้จริง ยกระดับเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.กู้ได้ โฉนดสืบทอดถึงลูกหลานได้ ธนาคารที่ดินจัดสรรและเพิ่มการกระจายตัวของที่ดินให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชน สะสางโฉนดที่ดินที่ค้างท่อมานาน
  2. น้ำถึงทุกไร่นา จัดตั้ง "กองทุนน้ำชุมชน" เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี
  3. ประกันรายได้เกษตรกร
  4. ประกันรายได้แรงงาน เป้าหมายค่าแรงของคนไทยต้องไม่ต่ำกว่า 120,000 บาทต่อปี
  5. เบี้ยผู้ยากไร้ 800 บาท/เดือน โอนตรงสู่บัญชีเงินอุดหนุนให้แก่ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี
  6. เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน โอนตรงสู่บัญชีผู้สูงอายุรับ 1,000 บาท เพื่อดูแลค่าครองชีพและจุนเจือชีวิตความเป็นอยู่ในวัยเกษียณ

พรรคภูมิใจไทย

ชูนโยบาย “ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน”

กัญชาเสรี

  • แก้พรบ.ยาเสพติด พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างความร่ำรวยให้คนไทย เนื่องจากในต่างประเทศมีการซื้อขายกันสูงถึงกิโลกรัมละ 70,000 โดยที่มีการคาดการณ์ มูลค่าการตลาดของพืชกัญชา ในอนาคต สูงถึง 6 ล้านล้านบาท

บุรีรัมย์โมเดล

  • นำความคิดสร้างสรรค์ หาจุดเด่นในการพัฒนาเมือง อย่างเช่นจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อทำให้เป็นเมืองกีฬาและการท่องเที่ยวที่โด่งดัง เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชน และเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน

ทวงคืนกำไรให้ชาวนา

  • เสนอกฎหมายตั้งกองทุนข้าว ระบบกำไรแบ่งปัน เพิ่มรายได้ให้ชาวนา ยุติความไม่เป็นธรรม โดยจัดตั้ง “กองทุนข้าว” ทำหน้าที่บริหารกำหนดโควตาการส่งออก จัดทำประกันภัยความเสี่ยง และบริหารแบ่งปันกำไร โดยกรรมการ3ฝ่าย คือ ชาวนา โรงสี พ่อค้า และฝ่ายราชการ ตกลงราคารับซื้อเบื้องต้นก่อนฤดูกาลเพาะปลูก จากนั้นจะมีการคำนวณต้นทุน และ กำไร ของการผลิตทั้งระบบ แล้วนำผลกำไรมาแบ่งปันอย่างเป็นธรรมซึ่งการผลิตข้าวในระบบมี ชาวนา โรงสี ผู้ค้าข้าว ทั้งในและต่างประเทศ โดยที่พรรคภูมิใจไทย จะนำระบบนี้ไปใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ด้วย ยาง มันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มทะลาย

ทวงคืนกำไรให้ชาวสวนปาล์ม

  • เปลี่ยนสวนปาล์มเป็นบ่อน้ำมัน สร้างโรงไฟฟ้าน้ำมันปาล์ม ปาล์มทะลาย ก.ก.ละ 5 บาท

พัฒนาเขตเศรษฐกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้

  • เปลี่ยนเสียงระเบิด เป็นเสียงเครื่องจักร เปลี่ยนงบลับ เป็นงบลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ โดยนำพรบ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลักคิดว่า เมื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วจะช่วยบรรเทาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ลงไป

ทำงานที่ออฟฟิศ สัปดาห์ละ 4 วัน

  • โลกออนไลน์ ทำงานที่ไหนก็ได้ เงินเดือนเท่าเดิม แก้ปัญหามลภาวะและการจราจร กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชน จัดให้ข้าราชการหรือพนักงานบริษัทเอกชนในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีมาตรการจูงใจทางด้านภาษี สำหรับภาคเอกชน ในการลดปริมาณการจราจรบนท้องถนนของกทม.และปริมณฑล อย่างน้อย ๆ สัปดาห์ละ 1 วัน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

ขับ Grab ถูกกฎหมาย

  • แก้กฎหมายขนส่ง สร้างทางเลือกใหม่ให้กับการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานครด้วยการนำทรัพย์สินส่วนตัวมาสร้างรายได้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นต่างๆที่สามารถจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการด้วยความรวดเร็วทันเวลาส่งผลให้เป็นการส่งเสริมและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทยเป็นไปได้โดยรวดเร็วปลอดภัยและเป็นธรรมเกิดการทำธุรกิจการประกอบอาชีพสร้างงานสร้างรายได้มากที่สุด

พรรคชาติพัฒนา

"รวมพลังชาติพัฒนา ไทยไร้ปัญหา" โดยเน้นนโยบายเศรษฐกิจรากหญ้า

เกษตรกรทันสมัย (Smart Farmer)

  • ใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต เข้าถึงความรู้และข้อมูลการเกษตร และใช้นวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนสินค้าเกษตรให้กลายเป็นสินค้านวัตกรรมได้

จัดตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อเกษตรกร

  • เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นสวัสดิการในครอบครัว โดยเฉพาะราคาพืชผลตกต่ำ การช่วยเหลือจะคำนึงถึงประมาณการผลผลิตและราคาพืชผลตามราคาตลาดเพื่อเป็นทุนแก่เกษตรกรก่อนเริ่มฤดูการผลิต โดยมีกองทุนเริ่มต้นในการดำเนินงาน 20,000 ล้านบาท

สร้างตลาดทุนขนาดย่อม (Low Cap) สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs)

  • รองรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก และสร้างความสร้างความแข็งแรงมั่นคงให้กับผู้ประกอบกิจการเพื่อยกระดับสู่การเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ด้วยการสร้างกลไกและพัฒนา ตลาดทุนขนาดย่อม เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กสามารถยกระดับตัวเอง เข้าสู่แหล่งเงินทุน และสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจได้

จัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการพัฒนาสมาร์ท เอสเอ็มอี (Smart SMEs)

  • จัดตั้งกองทุนกู้ยืมในวงเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งรวมถึงวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย

สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

  • จัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประจำตำบล (One Tambon – One Tourist  Attraction Fund หรือ OOF) เพื่อเป็นทุนสนับสนุนให้แก่ทุกตำบล ตำบลละ 2 ล้านบาท เพื่อปลุกเศรษฐกิจรากหญ้าให้ฟื้นคืนภายใต้นโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว

ปรับปรุงกลไกตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้า

  • ยกระดับสินค้าที่มีความผันผวนในด้านราคา เช่น ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้มีประสิทธิภาพ ลดการแทรกแซงและสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้า ประกันความเสี่ยงด้านราคาในกระบวนการซื้อขาย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!