Sanook //s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png 600 60
//s.isanook.com/mn/0/ud/116/580117/000_qr3o9.jpg
10 เรื่องสุดโต่งของ "อีลอน มัสก์" 12 ก.ค. 61 (10:43 น.)
อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX และผู้บริหารบริษัท Tesla Motor เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการปล่อยจรวจ Falcon Heavy สู่อวกาศ โดยความสำเร็จของเขาเกิดจากเป้าหมายและมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไป ดังนี้
1. อีลอน มัสก์ ตั้งเป้าช่วยเหลือมนุษยชาติ ด้วยการอพยพไปอยู่บนดาวอังคาร
อีลอน มัสก์ เห็นว่าทรัพยากรลดลง แถมมีความเสี่ยงที่โลกจะถูกอุกกาบาตชน
ความทะเยอทะยานทำให้เขาตั้งเป้าหมายอย่างยิ่งใหญ่
อีลอน มัสก์ เคยต่อว่าพนักงานที่เลือกไปดูหน้าลูกเป็นครั้งแรกแทนที่จะเข้าร่วมงาน Event ของบริษัท เพราะมองว่าพนักงานคนดังกล่าวไม่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายของบริษัท อย่างไรก็ตาม พนักงานยังเคารพ อีลอน มัสก์ เนื่องจากเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนและนำมาสู่ความสำเร็จ
อีลอน มัสก์ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำให้เขาสามารถจัดตารางงานเยอะๆได้
2. สารานุกรมคือเพื่อสมัยเด็กของ อีลอน มัสก์
สมัยที่ อีลอน มัสก์ เป็นเด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเขาไม่ราบรื่น เพราะพ่อแม่เลิกกัน อีลอน มัสก์ จึงตัดสินใจไปอยู่กับพ่อเหตุผลคือต้องการเพื่อน
อีลอน มัสก์ ถูกเพื่อนแกล้งอย่างหนัก ถึงขั้นโดนซ้อมจนไปโรงเรียนไม่ได้เป็นสัปดาห์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงหลีกหนีความวุ่นวายด้วยการอ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จนเขาอ่านสารานุกรม 2 เล่มและจำได้ทุกรายละเอียด
The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy คือหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจให้ อีลอน มัสก์ ช่วยจุดประกายให้รู้ว่าการตอบคำถามง่าย แต่การถามคำถามที่ถูกต้องเป็นเรื่องยาก
อีลอน มัสก์ เริ่มตั้งคำถามถึงการพัฒนามนุษยชาติตั้งแต่เด็ก พอขึ้นมัธยมฯเริ่มมีมุมมองเกี่ยวกับแนวคิดล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ การยึดครองดาวอื่นๆ ระบบธนาคารออนไลน์ หรือจรวดอวกาศ
เมื่อ อีลอน มัสก์ อายุ 12 เขาสามารถขายวิดีโอเกม Blastar ซึ่งสร้างขึ้นเองในราคา $50
3. จีบภรรยาคนแรกโดยซื้อไอศกรีมให้
ปี 1988 อีลอน มัสก์ เดินทางไปแคนาดาเพราะไม่อยากถูกเกณฑ์ทหารในแอฟริกาใต้ เขาได้เข้าเรียนที่ Queen’s University ที่ช่วยหล่อหลอมบุคลิกตัวตนของมัสก์ให้ชัดเจน
ความทะเยอทะยานของ อีลอน มัสก์ ช่วงนี้ยิ่งใหญ่กว่าตอนอยู่มัธยมฯ เพราะเขาเข้าร่วมการแข่งขันพูดหน้าสาธารณะชน เรียนวิชาบริหารธุรกิจ และยังชนะใจ Justine Wilson ภรรยาคนแรกที่ให้กำเนิดลูกของเขาถึง 6 คน
ตอนแรก Wilson ไม่ได้สนใจ อีลอน มัสก์ เท่าไหร่ แต่เขาไม่ยอมแพ้ง่าย จึงได้แอบถามเพื่อนของ Wilson ว่าเธอชอบไอศกรีมรสอะไร แล้วซื้อไอศกรีมไปฝากเธอ
หลังเรียนที่ Queen’s ได้ 2 ปี อีลอน มัสก์ ย้ายไปเรียนที่ University of Pennsylvania เป็นที่ที่เขาเริ่มเจอเพื่อนคอเดียวกัน ไม่ใช่แค่เรื่องความชอบส่วนตัว แต่เป็นนิสัยรักการหาเงินด้วย
4. อีลอน มัสก์ ทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตในช่วงที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องโง่เง่า
หลังจบการศึกษาใหม่ๆ อีลอน มัสก์ กับน้องชายร่วมกันตั้ง Global Link Information Network(Zip2) ในปี 1995 ใช้ประโยชน์จากปรากฎการณ์ Dotcom เป้าหมายของบริษัทนี้คือช่วยเหลือธุรกิจที่อยากลงสมรภูมิออนไลน์แต่ยังงงๆ กับอินเตอร์เน็ต
การดำเนินงานของบริษัทในช่วงแรกไม่ราบรื่นเท่าไร เพราะบริษัทอื่นๆไม่ค่อยมีความรู้ว่าอินเตอร์เน็ตสามารถสร้างประโยชน์อะไรได้บ้าง พวกเขาเคยได้คำต่อว่ากลับมา “อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่โง่ที่สุดที่เคยได้ยินมา”
สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อบริษัท Venture Capitalist อย่าง Mohr Davidow Ventures เข้าร่วมลงทุนในบริษัท เพราะประทับใจวิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์ แต่ตำแหน่ง CEO ของเขาถูกแทนที่ด้วยคนใหม่อย่าง Rich Sorkin แทน
ยิ่งเงินหลั่งไหลเข้ามามากเท่าไร บริษัทก็ยิ่งจ้างวิศวกรใหม่ๆ เข้ามา พวกเขาจัดการเปลี่ยนแปลงระบบ Coding ให้ง่ายขึ้นหมด ทำให้ อีลอน มัสก์ ไม่พอใจ เพราะอุตส่าห์เรียนรู้การ Coding ด้วยตัวเองมาตั้งนาน ถึงอย่างนั้นการเข้ามาของ Mohr Davidow ก็ทำให้โครงสร้างบริษัทดีขึ้น
ในปี 1999 บริษัท Zip2 ก็ได้รับข้อเสนอขอซื้อจากบริษัทคอมพิวเตอร์อย่าง Compaq Computer ในจำนวน $307 ล้าน แต่ อีลอน มัสก์ ไม่เคยคิดจะข้องเกี่ยวกับ Compaq มาตั้งแต่ต้น เขามีไอเดียอยากทำโปรเจ็กต์ใหม่และอยากจะเป็น CEO เลยขาย Zip2 ไป
5. อีลอน มัสก์ ผู้อยู่เบื้องหลัง PayPal
อีลอน มัสก์ นำเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการขาย Zip2 ให้ Compaq มาสร้างบริษัทใหม่ นั่นคือ X.com เป็นบริษัทธนาคารออนไลน์แห่งแรกของโลก เพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการมีคู่ค้าเป็น Barclays
แต่คู่แข่งก็ถือกำเนิดขึ้น เมื่อ Max Levchin และ Peter Thiel กำลังพัฒนาระบบการจ่ายเงินที่ Confinity ก่อนที่จะสร้างเวอร์ชั่นแรกของ PayPal ขึ้นมา
หลังจากที่แข่งกันไปได้สักระยะ ทั้ง 2 บริษัทตัดสินใจควบรวมกันในปี 2000 เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีดีในแบบของตัวเอง ถ้าเอามารวมกันมันก็จะดียิ่งขึ้น
อีลอน มัสก์ ประสบปัญหาเมื่อ Thiel กับ Levchin สละเรือ แม้เพื่อนร่วมงานของเขาจะชอบ PayPal แต่ อีลอน มัสก์ อยากไปโฟกัสที่ X.com มากกว่า ระหว่างนั้นระบบเว็บไซต์ก็ล่มบ่อยครั้ง
ในระหว่างที่ อีลอน มัสก์ กับภรรยากำลังจะไปฮันนีมูน กลุ่มผู้บริหารระดับสูงได้ขอให้ Thiel กลับมาเป็น CEO แล้วลดตำแหน่งของ อีลอน มัสก์ เป็นปรึกษาแทน
บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก X.com เป็น PayPal ซึ่งภายหลังถูกขายให้ eBay ในปี 2002 ด้วยมูลค่า $1.5 พันล้าน ส่วนมัสก์ได้เงินมา $250 ล้าน
6. อีลอน มัสก์ อยากสร้างจรวจในราคาถูก
ในปี 2001 อีลอน มัสก์ ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ LA ใกล้กับศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอวกาศ
อีลอน มัสก์ เริ่มแผนบุกอวกาศ โดยวางแผนสร้างจรวดที่ใช้ต้นทุนต่ำกว่า โดยปี 2002 บริษัท SpaceX หรือ Space Exploration Technologies จึงได้ถือกำเนิด
แผนของ อีลอน มัสก์ ในตอนแรก คือการยิงจรวดภายใน 15 เดือนหลังบริษัทก่อตั้ง แต่ในความเป็นจริงต้องใช้เวลาเตรียมตัวพัฒนาจรวดถึง 4 ปี แม้รู้ว่าโอกาสล้มเหลวมีมาก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
ความพยายามของ อีลอน มัสก์ ไม่สูญเปล่าเมื่อ SpaceX เป็นบริษัทแรกที่ยิงจรวด Dragon ขึ้นไปบนอวกาศและสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย
7. อีลอน มัสก์ ไม่ได้ก่อตั้ง Tesla Motor แต่เป็นผู้ถือหุ้น เพียงหนึ่งเดียวและประธานบริษัท
อีลอน มัสก์ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดูดีขึ้นมา จากสมับก่อนไม่ได้ดูเท่เท่าไหร่นัก
เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อ J.B. Straubel, Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ร่วมกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2003 Eberhard และ Tarpenning ได้ก่อตั้ง Tesla Motors ซึ่ง Straubel มาร่วมวงด้วยทีหลัง
Tesla หมายมั่นปั้นมือว่าจะสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งไปเร็วยิ่งกว่าเฟอร์รารี่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนคล้อยตามเท่าไรนัก
ในทางตรงกันข้าม อีลอน มัสก์ ได้ลงทุนในบริษัทไป $6.5 ล้าน ทำให้เป็นผู้ถือหุ้นเพียงหนึ่งเดียว พ่วงตำแหน่งประธานบริษัท มุมมองของ อีลอน มัสก์ ที่มีต่อโปรเจ็กต์นี้ คือ ปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหามลภาวะบนโลก
Tesla ใช้เวลาตั้งตัวอยู่นาน แต่ก็ประสบความสำเร็จใจปี 2012 รถ Model S sedan ได้รับการสรรเสริญว่าเป็น “คอมพิวเตอร์ที่มีล้อ” “รถยนต์แห่งปี” “รถยนต์ที่ดีที่สุดที่เคยมีมานับตั้งแต่ Chrysler” ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสุดล้ำในตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตแรงๆ หรือระบบเซนเซอร์ที่ผู้ขับไม่ต้องแตะอะไรเลยก็สามารถสตาร์ตรถได้
8. อีลอน มัสก์ สร้างอาณาจักรของตัวเองจากหลายๆ บริษัทที่เกี่ยวข้อง
อีลอน มัสก์ อยากข้องเกี่ยบพลังงานแสงอาทิตย์มานานแล้ว เมื่อญาติของเขา (พี่น้องตระกูล Rive) มาขอไอเดียธุรกิจใหม่ เขาจึงเสนอพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นมา
ที่จริงแผงกลังงานแสงอาทิตย์ราคาไม่แพง แต่เพราะขั้นตอนการติดตั้งทำให้แพงต่างหาก ทำให้ลูกค้าหลายๆคน แหยงพี่น้องตระกูล Rive เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการเสนอบริการติดตั้งตั้งแต่ต้นจนจบ
อีลอน มัสก์ เข้ามาช่วยบริษัทถึงการวางโครงสร้างธุรกิจ จนสุดท้ายเป็นประธานบริษัท และผู้ถือหุ้นหลัก โดย 6 ปีต่อมาก SolarCity กลายเป็นผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจรับติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ขยายฐานลูกค้าจากรายบุคคลไปสู่องค์กรอย่าง Walmart และ Intelโดยในปี 2014 มูลค่าของบริษัทอยู่ประมาณ $7 พันล้าน
การผสานกันระหว่าง SpaceX, Tesla และ SolarCity ช่วยให้ อีลอน มัสก์ มุ่งสู่เป้าหมายของตัวเอง นั่นก็คือการปกป้องมนุษยชาติ ฟังก์ชั่นของแต่ละบริษัทก็ทำงานร่วมกันได้ดี เช่น Tesla สร้างแบตเตอรี่ที่ SolarCity สามารถขายให้ลูกค้าได้ ในทางกลับกัน Tesla ก็ได้แผงพลังงานแสงอาทิตย์จาก SolarCity มาประกอบเป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
9. อีลอน มัสก์ ตั้งเป้าย่นระยะเวลาเดินทางจาก 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 30 นาที
ในปี 2013 อีลอน มัสก์ เปิดเผยว่าหนึ่งโปรเจ็กต์ที่อยากทำคือ Hyperloop ซึ่งเป็นการเดินทางแบบใหม่สำหรับระยะทางที่ไม่ไกลนัก ลักษณะเป็นท่อใหญ่ เสมือนช่องทางให้ยานพาหนะเดินทางข้ามผ่านไปได้
เทคโนโลยีของ อีลอน มัสก์ ทำให้ยานพาหนะเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 800 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าเทียบ คือ การเดินทางจาก LA ไป San Francisco ภายใน 30 นาที (หากเดินทางด้วยเครื่องบินจะใช้เวลา 1.30-2 ชั่วโมง)
โปรเจ็กต์สำหรับ Tesla และ SpaceX ก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาคนขึ้นอวกาศ หรือการสร้าง Gigafactory – ฐานการผลิตแบตเตอรี่ Lithium-Ion ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบตเตอรี่เป็นพระเอกที่ทำให้รถยนต์ Tesla สามารถขับเคลื่อนในระยะทางไกลๆ ได้
มีคนบอกมาว่า อีลอน มัสก์ ใฝ่ฝันอยากจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดาวอังคาร
10. อีลอน มัสก์ แต่งงานกับภรรยาคนเดิมถึง 2 ครั้ง
อีลอน มัสก์ แต่งงาน 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งนั้นแต่งกับภรรยาคนเดิม
อีลอน มัสก์ ไม่ใช่สามีที่อ่อนโยน มีครั้งหนึ่งเขาเคยบอก Justine ภรรยาคนแรกของเขาว่า ถ้าหล่อนเป็นพนักงานในบริษัทเขา เขาคงไล่หล่อนออกไปแล้ว
หลังจากที่ อีลอน มัสก์ หย่ากับ Justine เขาได้พบกับ Talulah Riley นักแสดงวัย 22 ปีที่กลายมาเป็นภรรยาคนที่สองของเขา
อีลอน มัสก์ หย่ากับ Riley ครั้งแรกในปี 2012 และกลับมาแต่งงานกันอีก ตอนนั้นเขาเริ่มกระจ่างแจ้งว่าคงไม่สามารถคงความสัมพันธ์ไปด้วยหากยังคงทำงานหนักแบบนี้ (อีลอน มัสก์ เคยคำนวณว่าผู้หญิงต้องการให้ผู้ชายอยู่กับหล่อนอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ในปี 2014 เขาเลยหย่ากับ Riley อีกครั้ง
บางเสียงเล่าขานถึงความไม่อ่อนโยนของ อีลอน มัสก์ ที่มีต่อพนักงาน เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Mary Beth Brown ซึ่งเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเขา หลังจากที่ Brown ขอขึ้นเงินเดือน อีลอน มัสก์ บอกให้เธอไปพัก 2 สัปดาห์ ในระหว่างนั้นเขาจะพิจารณาคำขอ แต่เมื่อครบกำหนดเขากลับบอกว่าไม่ต้องการหล่อนอีกแล้ว
ถึงอย่างนั้น เสียงจากคนใกล้ตัวก็บอกว่า จริงๆ แล้ว อีลอน มัสก์ เป็นคนจิตใจดีนะ อย่าง Riley ที่เป็นภรรยาคนที่สองก็บอกว่า แม้ อีลอน มัสก์ จะตารางยุ่งมากๆ แต่เขาพยายามกลับบ้านมาทานข้าวเย็นและเล่นเกมคอมพิวเตอร์กับลูกๆ
แชร์เรื่องนี้
คัดลอกลิงก์โหลดเนื้อหาเพิ่มเติม
กลับขึ้นไปด้านบน