อสังหาฯ พารวย

อสังหาฯ พารวย

Kitichai Taechangamlert

ผมสูญเสียพ่อ และ แม่ ในอุบัติเหตุไฟไหม้ตอนอายุ 12 ขวบ ผมต้องใช้ความเพียร อุตสาหะในการทำการค้าและส่งเสียตัวเองเรียนเพื่อสอบเทียบม.ต้นและม.ปลายและสอบเอ็นทรานซ์ ติดอันดับ 1 ของคณะวิทยาศาสตร์จุฬา (ซึ่งคะแนนที่สอบได้สามารถเข้าศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ถ้าผมเลือก) แต่ด้วยการค้าที่ทำ ทำให้ไม่สามารถเรียนเต็มเวลาได้ จึงลาออกจากคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อไปเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและธนาคาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถจบภายใน 3 ปีครึ่ง พร้อมเกียรตินิยมอันดับ 2 และเรียนฟรี 2 เทอม แล้วสอบ MBA ติดทั้ง จุฬา ธรรมศาสตร์ นิด้า โดยเลือกเรียนจุฬา ช่วงที่เรียนโทเป็นจุดเริ่มต้นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และลงทุนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 20 ปี จนเป็นที่มาของตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่ในองค์กรเอกชนมากมาย เส้นทางการเป็นนักลงทุนนอกจากหุ้น ยังต่อยอดการลงทุนด้วย อสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 14 ปี

อสังหาฯพารวย

ผมสนใจการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มานานแล้ว   เพราะเคยเห็นครอบครัวหนึ่งแถวย่านที่ผมเคยขายส่งเสื้อผ้า เขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทซื้อมาขายไป ปรากฏว่าบ้านนั้นฐานะดีกว่าบ้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด อีกคนมีอพาร์ตเมนต์ให้เช่าก็ฐานะดี เห็นแล้วอยากทำบ้าง แต่ครอบครัวผมไม่มีใครทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์เลย จึงไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร

จนกระทั่งวันหนึ่งมีการจัดประมูลที่ดินหมู่บ้านวินด์มิลล์แถวบางนา-ตราด ผมก็ไปดู ตอนแรกไม่ได้คิดจะซื้อ แค่ไปดูลาดเลาเฉย ๆ เพราะไม่เคยประมูลที่ดินมาก่อน ผมเห็นว่าเป็นหมู่บ้านที่ดีทีเดียว ราคาประมูลเริ่มที่ตารางวาละหมื่นกว่าบาท ซึ่งคิดว่าไม่แพง เพราะเคยเห็นหมู่บ้านอื่นที่มีทำเลและสภาพในหมู่บ้านแย่กว่าที่นี่ยังตารางวาละ 20,000 – 30,000 บาท

เวลานั้นผมเริ่มมีเงินจากการลงทุนในหุ้นบ้างแล้ว จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน 2 แปลง หลังจากซื้อได้ไม่นานก็ขายได้แปลงหนึ่ง แล้วไปซื้อเพิ่มมาอีก 3 แปลง ปรากฏว่าขายไปได้อีก 3 แปลง เหลือ 1 แปลง ความจริงก็มีคนมาขอซื้อ แต่คิดจะเอาไว้อยู่เองจึงไม่ได้ขาย เฉลี่ยแล้วก็ได้กำไรพอสมควรเมื่อเทียบกับระยะเวลาไม่นานก็ขายได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือเราได้เรียนรู้

หลังจากนั้นจึงลองไปดูการประมูลบ้านและที่ดินของกรมบังคับคดี ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ เผอิญไปเห็นบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านเดี่ยว มีพื้นที่มากถึง 172 ตารางวา ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าถูกมาก  จึงลองแข่งประมูลกับคนอื่น ปรากฏว่าเราดันชนะ โดยประมูลได้ในราคา 1.35 ล้านบาท แต่พอไปดูจริง ๆ กลายเป็นที่ตาบอด แต่เป็นบ้านไม้ติดคลอง อยู่ในย่านพัฒนาการ หลังจากประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตโดยตั้งราคาขายที่ 2.2 ล้านบาทมีคนสนใจมาดูเกือบ 20 ราย แต่เมื่อพบว่าเป็นที่ตาบอดและถึงแม้จะมีทางออกเป็นทางภาระจำยอม ก็ไม่มีใครอยากได้ นับเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่เลยว่าก่อนจะประมูลซื้อทรัพย์สิน ต้องไปดูให้เห็นก่อนว่าตัวบ้านและสภาพแวดล้อมจริงเป็นอย่างไร แต่ยังโชคดีที่ผมขายบ้านหลังนี้ได้ภายในเวลาเพียง 5 เดือน มีกำไรกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

เพียง 5 เดือน มีกำไรกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
เพียง 5 เดือน มีกำไรกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

ประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมเรียนรู้ว่าหากจะประมูลทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือไปดูทรัพย์สินที่เราสนใจก่อน ว่าเป็นตึกหรือบ้านไม้ เป็นที่ตาบอดหรือเปล่า สภาพบ้านและสิ่งแวดล้อมข้างบ้านเป็นโรงงานหรือทำธุรกิจที่ก่อให้เกิดเสียง กลิ่น หรือสิ่งรบกวนอื่นๆ หรือไม่  ถ้าแถวนั้นมีตึกร้างเยอะก็ไม่น่าสนใจ เพราะดูไม่ปลอดภัย ฮวงจุ้ยดีไหม เป็นทางสามแพร่งหรือไม่  ถ้าอยู่ในซอย ทางเข้าเปลี่ยวไหม บ้านมีคนอยู่หรือไม่ ใครอยู่ ผู้เช่าหรือเจ้าของบ้านอาศัยอยู่เอง ถ้าเป็นบ้านที่คนเช่าอาศัยอยู่ เมื่อเราซื้อได้แล้ว จะขอให้ออกจากบ้านก็ง่าย แต่ถ้าเป็นเจ้าของบ้านอยู่เอง มักมีปัญหายุ่งยาก อาจจะต้องฟ้องขับไล่กันอีก อย่างผมซื้อขายบ้านมาสิบกว่าปี มีบ้าน 3-4 หลังที่ต้องฟ้องขับไล่ เพราะเจ้าของไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน โดยช่วงแรก ๆ  ผมพยายามไปคุยกับเขาดี ๆ ว่า

“คุณพี่พร้อมจะย้ายออกเมื่อไหร่ครับ”

เขาบอกว่า

“อยู่ไปเรื่อย ๆ”

ผมใจเย็นถามต่อว่า

“อยู่สักเดือนหรือ 2 เดือนแล้วย้ายออกก็แล้วกันนะครับ”

เขากลับเงียบ

โดยปกติผมจะให้เวลาอย่างมากที่สุดไม่เกิน 3 เดือน เพราะว่าถ้าเขาต้องการหาที่อยู่ใหม่จริงๆ ภายในเวลา 3 เดือน เขาควรจะหาที่อยู่ใหม่ได้แล้ว

พอครบ 2 เดือน ผมไปบอกเขาว่า

“คุณพี่ ช่วยกรุณาหาที่อยู่ใหม่ได้แล้วนะครับ  ผมให้เวลาอีก 1 เดือน หรือเอาอย่างนี้ดีไหมครับ เช่าผมอยู่เสียเลย หรือจะเช่าคอนโดหรือบ้านหลังอื่นๆของผมที่มีค่าเช่าที่ถูกกว่านี้ก็ได้นะครับ”

คราวนี้เขาบอกว่า

“ทำไมฉันต้องเช่า นี่บ้านของฉัน”

มาแบบนี้ผมก็ต้องฟ้อง ในที่สุดเขาต้องออกไป แต่ใช้เวลา 2-3 ปีกว่าเรื่องจะเรียบร้อย  ดังนั้น ถ้าบ้านหลังที่คิดจะซื้อขายนั้นไม่มีคนอยู่จะดีที่สุด เพราะตัดปัญหาเรื่องการขับไล่ไปได้เลย

เป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับคนที่คิดจะประมูลบ้านมือสอง

 

หมายเหตุ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ ”ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน”

กิติชัย เตชะงามเลิศ

เพียงคุณออมแบบผมทุกเดือนๆละ 8,333 บาทผ่านไป 30 ปีคุณจะกลายเป็นเศรษฐี 100 ล้าน รายละเอียดอยู่ในหนังสือ”ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน”

หัวใจของเนื้อหาในหนังสือ “ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน”คือ
•รายได้แค่เดือนละ 15,000 บาท คุณสามารถเป็นเจ้าของคอนโดหรูย่านสุขุมวิทได้!
ออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี!
•Mindset เกี่ยวกับการออม, คุณค่าของเวลา, บัตรเครดิต-ดาบสองคม, ประเภทสินทรัพย์ที่ซื้อแล้วเพิ่มมูลค่าและสินทรัพย์ที่ซื้อแล้วเสื่อมมูลค่า
รายละเอียดอยู่ในหนังสือ”ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน”ซึ่งวางจำหน่ายตามร้าน หนังสือชั้นนำทั่วไป(ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคุนิยะ)แล้วครับ

ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai
Twitter     : http://twitter.com/value_talk
Instagram : Gid_Kitichai
Blog         : http://kitichai1.blogspot.com และ http://money.sanook.com/kitichai/
You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9
Google+  : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert
Linkedin   : https://www.linkedin.com/in/homeproperty
Pinterest   : http://www.pinterest.com/kitichai/

หรือ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า B8 ในคอลัมน์ “เขียนอย่างที่คิด by Gid” และหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “พินิจ พิเคราะห์”   และนิตยสาร Condo Guide, Glow ทุกเดือน และ คนรวยหุัน,  Me(Market Evolution) ทุกไตรมาส

หาอสังหาทั้งถูกและดีเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ได้ที่  http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty list of domains . trip planner .

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!