4 วิธีออมเงินและลงทุนความเสี่ยงต่ำยอดนิยมของพนักงานบริษัท

4 วิธีออมเงินและลงทุนความเสี่ยงต่ำยอดนิยมของพนักงานบริษัท
MoneyGuru

สนับสนุนเนื้อหา

การออมเงินถือเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร ก็มักจะต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องเสมอ วันนี้ Moneyguru.co.th ก็มีวิธีออมเงินยอดนิยมของชาวพนักงานบริษัทมาฝากกัน น้องใหม่ในการทำงานหรือใครที่ทำงานแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะออมเงินอย่างไรดีหรือที่ไหนดี วันนี้ลองอ่านที่จะแนะนำกันนี้ครับ เผื่อจะถูกใจ

1.ซื้อสลากออมสิน

- สลากออมสิน ถือเป็นการเก็บออมและลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำอย่างแรก ที่เป็นนิยมอย่างมาก สาเหตุก็เพราะความเสี่ยงหลักๆ ก็คือการที่เราถอนเงินออกมาก่อนเวลาที่กำหนดไว้นั่นเอง หากเรามั่นใจในส่วนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยองค์กรที่จำหน่ายสลากสำหรับออมสิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเงื่อนไขหลักๆ ก็คือ เราต้องซื้อสลากและถือไว้จนครบเวลาที่กำหนด (ส่วนใหญ่ประมาณ 3 ปี) ซึ่งเมื่อเราถือครบตามกำหนดก็จะได้รับดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ แต่เท่านั้นยังไม่พอ พิเศษสุดในวันที่ 16 ของทุกเดือน ยังมีการลุ้นถูกรางวัลอีกต่างหาก รางวัลก็มีมากมายตั้งแต่รางวัลใหญ่ยันเลขท้าย คล้ายๆ หวยกันเลยทีเดียว

สลากออมสินถึงจะมีโอกาสถูกรางวัล แต่โดยรวมแล้วโอกาสถูกนั้นต่ำกว่าหวย แต่ข้อดีคือได้ลุ้นทั้งๆ ที่เงินต้นไม่ลดลง มีแต่ได้กับได้นั่นเอง แบบนี้แหล่ะจึงเป็นที่นิยม

Tip

สลากออมสินจะให้ผลตอบแทนประมาณ 1% ต่อปีก็จริง แต่ในกรณีที่ซื้อตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ผู้ซื้อจะถูกรางวัลเลขท้ายแน่นอนทุกงวด จะถูกมากน้อยก็แล้วแต่กันไป

2.ฝากประจำ

- ฝากประจำก็ถือเป็นวิธีออมเงินและลงทุนที่นิยมมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะง่ายและผลตอบแทนดี วิธีการก็คือ ให้เราเปิดบัญชีฝากประจำที่ธนาคาร และเราก็ทำการฝากเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้ให้ครบตามกำหนด ก็จะได้รับดอกเบี้ยตามที่ทางธนาคารกำหนดไว้ได้เลย

ตัวอย่างเช่น
ฝากเงินเข้าบัญชีเดือนละ 2,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือน ก็รับดอกเบี้ยที่อัตรา 2.65% ไปได้เลย

3.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

- สำหรับพนักงานบริษัทหลายๆ คนคงคุ้นเคยกันดีกับข้อนี้ เพราะหลายๆ บริษัทมีสวัสดิการในส่วนนี้ให้ โดยจุดประสงค์หลักของกองทุนนี้คือ “เพื่อให้เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ” ซึ่งพนักงานจะสามารถเลือกแบ่งได้เองว่าจะสะสมเข้ากองทุนตั้งแต่ 2 - 15% นอกจากนี้ยังมีส่วนสมทบของนายจ้างอีกส่วน ซึ่งส่วนนี้ต้องแล้วแต่นายจ้างว่าจะสมทบมาแค่ไหน การแบ่งเข้ากองทุนนี้ moneyguru อยากจะแนะนำว่าให้แบ่งเท่าที่ไหว ที่ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตของเราจะดีที่สุดครับ

ส่วนเงินสมทบจากนายจ้างนั้น การที่จะได้รับส่วนนี้อาจจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันตามแต่ละนายจ้างจะกำหนด เช่น ต้องทำงานครบ 3 ปี ถึงจะสามารถรับเงินสมทบในส่วนของนายจ้างได้ แต่หากลาออกก่อนเวลาที่กำหนดไว้เราก็จะไม่ได้รับ เป็นต้น ซึ่งเราต้องสอบถามทางบริษัทของเราให้ดีว่าเงื่อนไขส่วนนี้เป็นอย่างไร เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

4.กลุ่มสหกรณ์ต่างๆ

- สหกรณ์ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมเงินและลงทุนที่ดี เพราะเมื่อเรานำเงินไปลงทุนกับสหกรณ์เราก็จะได้รับเงินปันผลกลับมาในแต่ละปี และผลตอบแทนที่ได้รับก็จะมากกว่า นำเงินไปฝากธนาคารและกองทุนตราสารหนี้อีกด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่าในการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบสหกรณ์ที่เราจะลงทุนด้วยว่ามีการบริหารอย่างไร ดีหรือไม่ แล้วจึงค่อยลงทุน

จบกันไปแล้วนะครับกับ 4 วิธีออมเงินและลงทุนความเสี่ยงต่ำยอดนิยมของพนักงานบริษัท ชอบแบบไหน ก็เลือกแบบนั้นครับ เอาที่สบายใจและปลอดภัยเป็นหลักครับ ถ้าต้องออมเงินหรือลงทุนแล้วไม่สบายใจก็คงไม่ดีแน่ๆ

หากมีวินัยการเงินและการต่อยอดที่ดี เงินออมหลักร้อยวันนี้อาจกลายเป็นเงินออมหลักแสนหลักล้านในวันหน้าก็เป็นได้ครับ

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!