Synthetic Securitization
Securitization มีทั้งที่เป็น True Sale และ Synthetic ซึ่งความแตกต่างหลักอย่างหนึ่งคือ True Sale Securitization นั้น สินทรัพย์จะอยู่นอกงบดุล เพราะถูกโอนขายไปให้นิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือ SPV ส่วน Synthetic Securitization นั้น สินทรัพย์จะยังอยู่ในงบดุล ทั้งนี้อาจเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง True Sale และ Synthetic Securitization ได้ดังตาราง
Issue Securitization
True Sale Synthetic
การโอนสินทรัพย์ ขายให้ SPV ไม่มีการโอน
Portfolio คงที่ (เมื่อปิดขาย) คงที่หรือเปลี่ยนแปลงได้
การระดมเงิน จากสินทรัพย์ที่ขาย จากสินทรัพย์ (กรณี CLN)
การโอนความเสี่ยง ความเสี่ยงด้านเครดิตของ Reference Portfolio - ความเสี่ยงด้านเครดิตของ Reference Portfolio
- ความเสี่ยงด้านเครดิตของ Originator (CLN)
- ความเสี่ยงด้านเครดิต/ตลาด (ตามที่กำหนดใน Credit Event)
การจัดอันดับ (Rating) ขึ้นกับสินทรัพย์เป็นหลัก ขึ้นกับ Originator (Originator linked)
บัญชี นอกงบดุล ในงบดุล
เงินทุนตามข้อบังคับ (Regulatory Capital) ขึ้นกับสินทรัพย์ที่ขาย - ขึ้นกับสินทรัพย์ (CLN)
- ความเสี่ยงคู่ค้าที่ยังมีอยู่ (CDS)
ข คุณภาพเครดิตของตราสารที่ SPV ขาย จะสะท้อนถึงคุณภาพเครดิตของ Reference Portfolio
ข ถ้าพอร์ตสินเชื่ออ้างอิงหรือ Reference Portfolio มีความสูญเสียเกิดขึ้น ผู้ปล่อยสินเชื่อดังกล่าวจะได้รับชดเชยด้วยเงินที่ได้จากการ liquidate พอร์ตที่ใช้เป็นหลักประกัน หรือ Collateral Portfolio
ข ตราสารที่ยังคงอยู่จะถูกไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดจากการ liquidate ส่วนที่เหลือของพอร์ตที่ใช้เป็นหลักประกัน ดังนั้นเท่ากับว่าผู้ลงทุนในตราสารที่ขายโดย SPV จะร่วมรับความสูญเสียที่เกิดจากพอร์ตสินเชื่ออ้างอิงด้วย
ข สำหรับดอกเบี้ยที่ผู้ถือตราสารได้ จะประกอบด้วยดอกเบี้ยรับจากพอร์ตที่เป็นหลักประกันและค่าธรรมเนียมที่ SPV ได้รับจากผู้ปล่อยสินเชื่อจำนอง
Synthetic Securitization อาจทำโดยมีลักษณะ
- Fully funded นั่นคือ ตราสารที่ขายนักลงทุน มีจำนวนเท่ากับพอร์ตสินเชื่ออ้างอิง หรือเป็น Credit-linked notes (CLN)
- Partially funded นั่นคือ ตราสารที่ขายนักลงทุน มีจำนวนน้อยกว่ามูลค่าของพอร์ตสินเชื่ออ้างอิงมาก และความเสี่ยงด้านเครดิตบางส่วนของพอร์ตสินเชื่ออ้างอิงจะถูกถ่ายโอนต่อไปให้คู่ค้าอื่นผ่านการทำ Credit Default Swap
- Fully unfunded นั่นคือ ไม่มีการออกตราสารขายให้นักลงทุน และความเสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมดของพอร์ตสินเชื่ออ้างอิงจะถูกถ่ายโอนไปให้คู่ค้าผ่านการทำ Credit Default Swap
Synthetic Securitization เป็นประโยชน์กับสถาบันผู้ให้สินเชื่อจำนอง ซึ่งต้องการเก็บสินเชื่อดังกล่าวไว้ในพอร์ต ขณะที่สามารถจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตของพอร์ตสินเชื่อที่คัดเลือกแล้ว (โดยโอนไปที่ SPV) เพื่อที่จะได้ลดเงินทุนที่ทางการกำหนดให้ต้องมีตามความเสี่ยงที่ลดลง
Synthetic Securitization เป็นที่นิยมในบางประเทศ เช่น ในประเทศเยอรมนี สิงคโปร์ ฮ่องกง และเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายประเทศ อาทิเช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการจัดอันดับ Synthetic Transactions ด้วย สำหรับในประเทศไทยเอง สถาบันการเงินที่ต้องการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของสินเชื่อโดยยังเก็บสินเชื่อไว้ในพอร์ต และลดภาระด้านเงินทุนลง Synthetic Securitization เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ