รมว.เกษตรฯปัดนำสระน้ำเอื้ออาทรสวมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรฯ ขู่ฟันจนท.-เอกชนเกี่ยวข้อง

รมว.เกษตรฯปัดนำสระน้ำเอื้ออาทรสวมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรฯ ขู่ฟันจนท.-เอกชนเกี่ยวข้อง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ธีระยินดีเปิดทางสตง.สอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกร ปัดมีเบื้องหลัง ขู่เล่นงานหนัก ถ้าเจอผู้มีเอี่ยวนำสระน้ำเอื้ออาทรมาสวม อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินยันไม่มีขรก.คนไหนกล้าเสี่ยงคุก นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิเสธการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ภายหลังจากปรากฏกระแสข่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร วงเงิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก เนื่องจากตรวจพบข้อมูลว่า มีการนำโครงการขุดสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานหรือขุดสระเอื้ออาทร ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยตรวจพบว่ามีปัญหาเข้ามาร่วมไว้ด้วย ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการนำสระเก่าที่เคยขุดไว้แล้วมาสวมทับสระใหม่

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายธีระกล่าวว่า กระทรวงยินดีที่จะให้ สตง. เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอยู่แล้ว เพราะมั่นใจว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปตามขั้นตอน และไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแน่นอน และในขั้นตอนการนำเสนอโครงการต่อรัฐบาลเพื่อขออนุมัติงบประมาณ ก็ระบุถึงโครงการขุดสระไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในภายหลัง ส่วนข้อสังเกตว่าอาจจะมีการนำสระน้ำเก่ามาสวมรอยทับโครงการใหม่ หากในขั้นตอนปฏิบัติพบว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นจริง จะสั่งการให้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ และบริษัทเอกชนที่มารับจ้างขุดสระทันที เพราะถือเป็นเรื่องการทุจริตปล่อยเอาไว้ไม่ได้

หากมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผมบอกไว้เลยว่า จะเล่นงานให้หนัก แต่ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีปัญหานี้ และโดยส่วนตัวก็ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง นายธีระกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ต้องนำโครงการขุดสระเอื้ออาทร เข้ามารวมไว้กับโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน เพราะว่าโครงการนี้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ มีความต้องการมาก และเป็นโครงการที่มีความพร้อมสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ทันที

ขณะที่นายบัณฑิต ตันศิริ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวยืนยันว่า การดำเนินงานโครงการขุดสระน้ำ ไม่มีการนำสระเก่า มาสวมทับสระใหม่อย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่มีข้าราชการคนไหนกล้าเสี่ยงคุก และขั้นตอนการปฏิบัติงานก็มีการกฎเกณฑ์ตรวจรับงานไว้อย่างเข้มงวด มีการตั้งคณะกรรมการฯเข้ามาตรวจรับงาน หากสระไม่ได้มาตรฐาน ต้องแก้ไขใหม่ และยังเปิดให้เกษตรกร เจ้าของบ่อเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งโครงการนี้กำหนดให้เกษตรกร ต้องจ่ายเงินสมทบบ่อละ 2,500 บาท คงไม่มีเกษตรกรรายไหน ยอมรับหากสระที่ขุดไปไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

นายบัณฑิตกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงาน ขณะนี้สามารถขุดสระไปได้ จำนวน 4,360 บ่อ สูงกว่าเป้าหมายโครงการที่ตั้งไว้ จำนวน 4,000 บ่อ เนื่องจากมีงบฯเหลือ โดยภาคอีสาน มีการเข้าไปขุดสระมากกว่า 60% เนื่องจากเกษตรกรมีพื้นที่มีความต้องการโครงการนี้มากกว่าพื้นที่อื่น

แหล่งข่าวจากกรมพัฒนาที่ดินกล่าวว่า ในการดำเนินงานโครงการขุดสระเอื้ออาทร ของกรมพัฒนาที่ดิน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกนั้น กรมพัฒนาที่ดินได้รับจัดสรร 66 ล้านบาท ได้นำมาดำเนินโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 4,000 บ่อ โดยให้สถานีพัฒนาที่ดินแต่ละจังหวัดเป็นผู้เปิดประมูล ค่าขุดสระน้ำเฉลี่ยบ่อละ 19,100 บาท รัฐออกงบประมาณให้บ่อละ 16,600 บาท และเกษตรกรสมทบบ่อละ 2,500 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าการดำเนินงานโครงการเดิม ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตกบ่อละ 8,980 บาท โดยรัฐบาลออกค่าใช้จ่าย บ่อละ 4,800 บาท ขณะที่เกษตรกร ออกค่าใช้จ่ายสมทบบ่อละ 2,500 บาทเท่ากัน ซึ่งเหตุผลที่ค่าใช้จ่ายการขุดสระมีราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นเพราะปัจจัยค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าน้ำมันมีราคาสูงกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล