วิกฤตยางพ่นพิษ กระทบร้านเกษตรซบเซาหนัก เกิดหนี้ค้างชำระ-คนปิดสวนยางหนีแบงก์

วิกฤตยางพ่นพิษ กระทบร้านเกษตรซบเซาหนัก เกิดหนี้ค้างชำระ-คนปิดสวนยางหนีแบงก์
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางเท่านั้น เนื่องจากต้องแบกภาระต้นทุนหลังราคายางตกต่ำสุด ในรอบ 10 ปี ยางก้นถ้วยเหลือราคากิโลกรัมละประมาณ 12 บาท จากต้นทุนประมาณ 30 บาท ส่วนยางแผ่น ราคากิโลกรัมละ ประมาณ 30 บาท จากต้นทุนประมาณ 60 บาท ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.นครพนม จำนวนเกือบ 2 แสนราย ที่ทำการเกษตรปลูกยางพารา เนื้อที่ทั้งหมด รวมกว่า 3 ไร่ เปิดกรีดแล้วกว่า 2 แสนไร่

จากข้อมูลพบว่าทุกเดือนจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดจากการขายยางพารา เกือบ 100 ล้านบาท แต่หลังราคายางตกต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงกว่า 2 เท่า ไม่เพียงเกษตรกรเท่านั้นที่เดือดร้อน ยังมีปัญหาต่อภาคเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะร้านจำหน่วยวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ต้องเจอปัญหาวิกฤติ รายได้ลดลงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะอุปกรณ์การเกษตร ในการทำสวนยางพารา รวมถึงปุ๋ย ไม่สามารถขายได้ รวมไปถึงยังมีปัญหาหนี้ค้างชำระที่ปล่อยเครดิตให้เกษตรกร ไม่มีเงินชำระ ต้องเกิดปัญหาหนี้สูญ

เช่นเดียวกันกับ น.ส.ธิญญาภทร์ คำมุงคุณ อายุ 36 ปี ผู้ประกอบการร้านจำหน่วยวัสดุการเกษตร พชรดาการเกษตร ร้านจำหน่ายวัสดุการเกษตรขนาดใหญ่ ของ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวนมากสุดของ จ.นครพนม พื้นที่กว่า 70,000 ไร่ ระบุถึงผลกระทบจากราคายางตกต่ำว่า ทำให้ยอดขายวัสดุอุปกรณ์การเกษตร เกี่ยวกับทำสวนยางพาราลดลง จำนวนมากกว่า 60–70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเกษตรกรพยายามลดต้นทุน และขาดรายได้ บางคนต้องมีภาระหนี้สิน

โดยยอดจำหน่ายปุ๋ย ที่เคยขายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000 กระสอบ ทุกวันนี้ขายได้แค่ประมาณเดือนละ 1,000 กระสอบเท่านั้น ที่สำคัญสิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการจำหน่ายปุ๋ย และวัสดุอุปกรณ์ทำสวนยาง ที่เคยมีการปล่อยเครดิตให้กับเกษตรกร เริ่มเกิดปัญหา ไม่มีการชำระตามกำหนด ทำให้ตอนนี้มียอดหนี้ค้างชำระที่เกิดปัญหา ยอดเป็นล้านบาท บางรายต้องปิดสวนยางหนีหนี้ ไปอยู่ที่อื่น ยอมรับว่ากระทบไปหมด ทั้งภาคเศรษฐกิจการค้า หากไม่มีเกษตรกรสวนยางร้านค้าการเกษตรคงอยู่ยากเช่นกัน

จึงอยากวอนถึงรัฐบาลหาทางแก้ไขเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องของปัญหาปากท้อง และไม่อยากให้รัฐบาลแก้ไขด้วยการนำเงินมาจ่ายชดเชย ถือเป็นการแก้ไขปลายเหตุ อยากให้หาทางแก้ไขระยะยาวที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาถาวร เกี่ยวกับเรื่องราคารับซื้อยางพารามากกว่า ให้เกษตรกรอยู่ได้

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!