เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 รอบนี้อาจไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งการลดทริปไกล หันเที่ยวใกล้บ้าน หรือใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็เริ่มปรับกลยุทธ์รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยเน้นการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมมากขึ้น แทนการโฟกัสเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหลักเหมือนในอดีต

จาก “เที่ยวไกล” สู่ “กระจายตัว”
ข้อมูลจากทรูสะท้อนว่า เทศกาลปีนี้ผู้ใช้งานไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะเมืองท่องเที่ยว แต่กระจายไปหลายพื้นที่มากขึ้น เช่น
- ถนนสายหลัก และจุดพักรถ
- สถานีน้ำมัน และจุดชาร์จ EV
- ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่ในเมือง
- การใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ คาดว่าคนจำนวนหนึ่งจะเลือก “อยู่เมือง” มากขึ้น ทั้งเดินห้าง ดูหนัง หรือทำกิจกรรมในร่มแทนการเดินทางไกล :contentReference[oaicite:1]{index=1}
5 จุดสำคัญที่เครือข่ายต้องรองรับหนัก
ทรูระบุว่าได้เตรียมขยายโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่หลักทั่วประเทศ ได้แก่
- แหล่งท่องเที่ยว และวัด
- จุดเล่นน้ำสงกรานต์
- สนามบิน สถานีขนส่ง และรถไฟ
- ถนนสายหลักระหว่างจังหวัด
- จุดพักรถ สถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า
สะท้อนว่าการใช้งานดิจิทัลไม่ได้ลดลง แต่ “ย้ายที่” และ “กระจายตัว” มากขึ้น

ใช้ AI มาช่วยจัดการโหลดแบบเรียลไทม์
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้คือระบบ AI บริหารเครือข่ายระดับ Autonomous Network ซึ่งสามารถสิ่งต่างๆ คือ
- คาดการณ์การใช้งานล่วงหน้า
- กระจายโหลดในพื้นที่คนหนาแน่น
- ลดสัญญาณรบกวนแบบอัตโนมัติ
- ปรับค่าระบบแบบเรียลไทม์
รวมถึงการเสริมโครงข่ายภาคสนาม เช่น รถสถานีฐานเคลื่อนที่ (COW) และเสาสัญญาณชั่วคราวในพื้นที่อีเวนต์ขนาดใหญ่

กรุงเทพฯ ยังเป็นจุดใช้งานหลัก
แม้คนบางส่วนจะออกต่างจังหวัด แต่จุดเล่นน้ำหลักในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น เช่น
- ถนนข้าวสาร
- สีลม
- สยามสแควร์
- งานเทศกาลดนตรี เช่น S2O และ SIAM Songkran
ภาพรวมปี 2569 ชัดเจนว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้ลดลง แต่มีความ “ยืดหยุ่น” มากขึ้น ทั้งคนที่เดินทางและคนที่อยู่บ้าน และนี่คือเหตุผลที่ผู้ให้บริการต้องปรับเกม จากการ “อัดสัญญาณจุดใหญ่” ไปสู่การ “กระจายคุณภาพเครือข่ายทั่วประเทศ” ให้รองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้ใช้งานยุคนี้




