ปี 2026 อาจเป็นอีกปีที่ผู้บริโภคต้องเตรียมรับมือกับ ราคาสมาร์ตโฟนที่สูงขึ้น หลังต้นทุนหน่วยความจำ โดยเฉพาะ RAM และ NAND Storage ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ราคา RAM เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ราคา NAND หรือหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล เพิ่มขึ้นมากกว่า 90% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตมือถือทุกระดับ และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องทยอยปรับราคาขาย
ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนมือถือมากกว่าที่คิด
ในโครงสร้างต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน หน่วยความจำถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญ ยิ่งราคา RAM และ NAND ปรับขึ้นแรง ต้นทุนรวมของเครื่องก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น เพราะมีอัตรากำไรต่อเครื่องไม่สูงนัก เมื่อชิ้นส่วนหลักอย่าง RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลแพงขึ้น ผู้ผลิตจึงมีทางเลือกไม่มากนักระหว่างการลดกำไร หรือขึ้นราคาขาย
- มือถือราคาประหยัด: รุ่นที่ใช้ RAM 6GB และความจุ 128GB มีต้นทุนด้านหน่วยความจำเพิ่มขึ้นจนกินสัดส่วนสูงมากของต้นทุนรวม
- มือถือระดับกลาง: รุ่นที่ใช้ RAM 8GB และความจุ 256GB เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนจากราคา RAM และ NAND ที่ขยับขึ้นพร้อมกัน
- มือถือเรือธง: แม้แบรนด์จะยังพอรับต้นทุนได้ แต่ก็ต้องเจอกับต้นทุนชิปและชิ้นส่วนระดับสูงที่แพงขึ้นเช่นกัน

หากดูเฉพาะตัวเลข ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้น 50% อาจดูเป็นเพียงต้นทุนชิ้นส่วนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง RAM เป็นองค์ประกอบหลักของสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่น และยิ่งมือถือรุ่นใหม่ให้ RAM มากขึ้น เช่น 8GB, 12GB หรือ 16GB ผลกระทบก็ยิ่งชัด
นั่นหมายความว่าในปี 2026 ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอาจต้องปรับกลยุทธ์ เช่น ลดสเปกบางส่วน ชะลอการเพิ่มความจุในรุ่นเริ่มต้น หรือขึ้นราคาขายเพื่อรักษากำไร
คาดการณ์ผลกระทบต่อราคามือถือในปี 2026
แนวโน้มล่าสุดบ่งชี้ว่าต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ RAM และความจุสูง อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
| กลุ่มสมาร์ตโฟน | แนวโน้มการปรับราคา |
|---|---|
| ระดับเริ่มต้น | เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บาท |
| ระดับพรีเมียม / เรือธง | เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 - 7,000 บาท |
สำหรับมือถือเรือธงที่ใช้ RAM 16GB และความจุ 512GB ต้นทุนรวมอาจเพิ่มขึ้นมากกว่ารุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งมีโอกาสทำให้ราคาขายหน้าร้านสูงขึ้นตามไปด้วย
ผู้ผลิตมือถืออาจต้องเลือกระหว่างกำไรกับส่วนแบ่งตลาด
การพุ่งขึ้นของราคา RAM และ NAND ไม่ได้กระทบแค่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกดดันโดยตรงไปยังแบรนด์สมาร์ตโฟน โดยเฉพาะผู้ผลิตที่ทำตลาดรุ่นราคาประหยัด เพราะไม่สามารถขึ้นราคาได้ง่ายเหมือนรุ่นเรือธง
หากต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แบรนด์ต่าง ๆ อาจต้องเลือกระหว่างการรักษาราคาเดิมเพื่อแข่งขันในตลาด หรือปรับราคาเพิ่มเพื่อไม่ให้กระทบกำไรในระยะยาว
ดังนั้นแล้วในประเด็นสำคัญของปี 2026 ไม่ได้อยู่แค่ราคาชิปหรือเทคโนโลยีใหม่ แต่รวมถึง ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่ออุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน หากความจำเหล่านี้ยังสูง ก็มีโอกาสที่ผู้บริโภคจะเห็นการปรับราคามือถือในหลายเซกเมนต์ตลอดปีนี้ โดยเฉพาะรุ่นที่ให้ RAM และความจุสูงตั้งแต่โรงงานได้เช่นกัน
