ราคา RAM พุ่งแรงในปี 2026 กระทบต้นทุนมือถือชัดเจน เสี่ยงดันราคาขายขึ้นทั้งตลาด
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/324/1622822/ram-pice-th.jpgราคา RAM พุ่งแรงในปี 2026 กระทบต้นทุนมือถือชัดเจน เสี่ยงดันราคาขายขึ้นทั้งตลาด

ราคา RAM พุ่งแรงในปี 2026 กระทบต้นทุนมือถือชัดเจน เสี่ยงดันราคาขายขึ้นทั้งตลาด

แชร์เรื่องนี้

ปี 2026 อาจเป็นอีกปีที่ผู้บริโภคต้องเตรียมรับมือกับ ราคาสมาร์ตโฟนที่สูงขึ้น หลังต้นทุนหน่วยความจำ โดยเฉพาะ RAM และ NAND Storage ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ราคา RAM เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ราคา NAND หรือหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล เพิ่มขึ้นมากกว่า 90% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตมือถือทุกระดับ และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องทยอยปรับราคาขาย

ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนมือถือมากกว่าที่คิด

ในโครงสร้างต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน หน่วยความจำถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญ ยิ่งราคา RAM และ NAND ปรับขึ้นแรง ต้นทุนรวมของเครื่องก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น เพราะมีอัตรากำไรต่อเครื่องไม่สูงนัก เมื่อชิ้นส่วนหลักอย่าง RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลแพงขึ้น ผู้ผลิตจึงมีทางเลือกไม่มากนักระหว่างการลดกำไร หรือขึ้นราคาขาย

  • มือถือราคาประหยัด: รุ่นที่ใช้ RAM 6GB และความจุ 128GB มีต้นทุนด้านหน่วยความจำเพิ่มขึ้นจนกินสัดส่วนสูงมากของต้นทุนรวม
  • มือถือระดับกลาง: รุ่นที่ใช้ RAM 8GB และความจุ 256GB เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนจากราคา RAM และ NAND ที่ขยับขึ้นพร้อมกัน
  • มือถือเรือธง: แม้แบรนด์จะยังพอรับต้นทุนได้ แต่ก็ต้องเจอกับต้นทุนชิปและชิ้นส่วนระดับสูงที่แพงขึ้นเช่นกัน

ram-pice

หากดูเฉพาะตัวเลข ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้น 50% อาจดูเป็นเพียงต้นทุนชิ้นส่วนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง RAM เป็นองค์ประกอบหลักของสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่น และยิ่งมือถือรุ่นใหม่ให้ RAM มากขึ้น เช่น 8GB, 12GB หรือ 16GB ผลกระทบก็ยิ่งชัด

นั่นหมายความว่าในปี 2026 ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอาจต้องปรับกลยุทธ์ เช่น ลดสเปกบางส่วน ชะลอการเพิ่มความจุในรุ่นเริ่มต้น หรือขึ้นราคาขายเพื่อรักษากำไร

คาดการณ์ผลกระทบต่อราคามือถือในปี 2026

แนวโน้มล่าสุดบ่งชี้ว่าต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ RAM และความจุสูง อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

กลุ่มสมาร์ตโฟน แนวโน้มการปรับราคา
ระดับเริ่มต้น เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บาท
ระดับพรีเมียม / เรือธง เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 - 7,000 บาท

สำหรับมือถือเรือธงที่ใช้ RAM 16GB และความจุ 512GB ต้นทุนรวมอาจเพิ่มขึ้นมากกว่ารุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งมีโอกาสทำให้ราคาขายหน้าร้านสูงขึ้นตามไปด้วย

ผู้ผลิตมือถืออาจต้องเลือกระหว่างกำไรกับส่วนแบ่งตลาด

การพุ่งขึ้นของราคา RAM และ NAND ไม่ได้กระทบแค่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกดดันโดยตรงไปยังแบรนด์สมาร์ตโฟน โดยเฉพาะผู้ผลิตที่ทำตลาดรุ่นราคาประหยัด เพราะไม่สามารถขึ้นราคาได้ง่ายเหมือนรุ่นเรือธง

หากต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แบรนด์ต่าง ๆ อาจต้องเลือกระหว่างการรักษาราคาเดิมเพื่อแข่งขันในตลาด หรือปรับราคาเพิ่มเพื่อไม่ให้กระทบกำไรในระยะยาว

ดังนั้นแล้วในประเด็นสำคัญของปี 2026 ไม่ได้อยู่แค่ราคาชิปหรือเทคโนโลยีใหม่ แต่รวมถึง ราคา RAM ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่ออุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน หากความจำเหล่านี้ยังสูง ก็มีโอกาสที่ผู้บริโภคจะเห็นการปรับราคามือถือในหลายเซกเมนต์ตลอดปีนี้ โดยเฉพาะรุ่นที่ให้ RAM และความจุสูงตั้งแต่โรงงานได้เช่นกัน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :GSMArena