กลับมาพบกับรีวิวจาก Sanook Hitech อีกครั้ง รอบนี้ใครกำลังมองหา iPhone รุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 17e ที่เปิดตัวใหม่เน้นเรื่องการใช้งานแต่ไม่ได้หวือด้านการออกแบบเท่าไหร่ วันนี้เราจะมาลองให้คุณได้ดูกันแบบเจาะลึกว่ารุ่นนี้คุ้มไหมเหมาะกับใครที่สุด พร้อมแล้วเริ่มเลย
ดีไซน์ของ iPhone 17e

สัมผัสแรกที่ทำให้ iPhone 17e โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นคือขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัด โดยมีสัดส่วนเพียง 146.7 x 71.5 x 7.8 มิลลิเมตร เท่านั้น และที่น่าประทับใจคือพิกัดน้ำหนักที่เบาเพียง 169 กรัม ช่วยให้การพกพาและการใช้งานด้วยมือเดียวทำได้อย่างสะดวกสบาย
แต่นั้นแค่ข้อดี แล้วหน้าจอเป็นอย่างไร คำตอบคือ เหมือนรุ่น 16e เพราะยังใช้หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว แบบ Super Retina XDR แถมมีติ่งหน้าจอด้านบน และมีกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบสแกนใบหน้า Face ID ทำให้มองไปแล้วเรื่องของหน้าจอนั้นอาจจะเด่นที่สีสัน แต่ Refresh Rate ทำมาให้ใช้แค่ 60Hz เท่านั้น

รอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมประกอบไปด้วย
- ฝั่งขวามีปุ่ม Power ที่สามารถเรียก Siri / Apple Intelligence ไม่มี Camera Control
- ฝั่งซ้ายมีปุ่ม ปรับระดับเสียง, Action Button ช่องใส่ซิม
- บนไม่มีอะไร
- ล่างมีไมโครโฟน, ลำโพง และ ช่องเสียบ USB-C

ด้านหลังมีกล้องเพียงตัวเดียวพร้อมกับโลโก้ Apple ซึ่งมาพร้อมกับ LED Flash ข้อดีของกระจกด้านหลังตอนนี้คือจะมีผิวสัมผัสที่สากขึ้น ทำให้จับถนัดมือและยังมาพร้อมกับ MagSafe เท่ากับ iPhone 17e จะรองรับระบบการชาร์จไฟที่เร็วกว่าเดิม และนอกจากนี้สีสันรอบนี้เพิ่มสีชมพู เสริมทัพกับสีขาว และ สีดำที่หยิบมาให้คุณได้ชมกันด้วย มาตรฐายกันน้ำยังอยู่ที่ IP68 เหมือนเดิม
ประสิทธิภาพ / ฟีเจอร์

สิ่งที่ก้าวกระโดดของ iPhone 17e จะมี 2 เรื่องหลักคือ การเปลี่ยนชิปมาเป็น A19 ใหม่ที่ประสิทธิภาพดีกว่าเดิมแบบชัดเจน จากการทดสอบ Aututu ต่อให้เครื่องร้อนก็ยังเห็น 1.6 ล้านคะแนนให้เห็น และยังได้ความจำเริ่มต้น 256GB หมดห่วงเรื่องความจำไปได้อยู่และนอกจากนี้ยังได้ชิปโมเด็มผลิตเอง C1X ตัวเดียวกับ iPhone Air ถามว่าประสิทธิภาพดีไหม จากการทดลองจับสัญญาณแล้ว ยังตอบสนองได้ดีอยู่นะ
ส่วนระบบปฏิบัติการ ลื่นไหลแบบฉบับของ Apple กับ iOS 26 และยังไปต่อได้เรื่อย เพราะรุ่นใหม่แบบนี้ใช้งาน 3 - 4 ปี สบาย แต่พอปีที่ 5 อาจจะไม่ได้ไปต่อกับ OS ใหม่ ถามว่านานไหนก็นานอยู่ ยังดีที่การเปลี่ยนชิปรอบนี้จะทำงานร่วมกับ Apple Intelligence และ Gemini รวมถึง ChatGPT จะทำได้ดีขึ้น แถบบอกภาพถ่ายสวยขึ้นด้วย
(ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 17e)





แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ
เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่ได้แบตเตอรี่ 4005 mAh นะ ถือว่าไม่ได้ให้ก้อนเล็กๆ แต่ยังสามารถใช้งานได้ยาวนาน ถ้าไม่ได้เล่นเกม แต่ถ้าเล่นเกมแล้วอาจจะต้องบอกว่ามันค่อนข้างที่จะลงไว้ตามสภาพนะส่วนการชาร์จก็มีการเปลี่ยนไป
- การชาร์จผ่านสาย: สามารถชาร์จจาก 0 - 50% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที (เมื่อใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ที่รองรับ)
- การชาร์จไร้สาย (MagSafe): รองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านมาตรฐาน MagSafe สูงสุดที่ 15W
ตารางสเปก iPhone 17e
| รายละเอียดสเปก | iPhone 17e |
|---|---|
| ขนาดตัวเครื่อง | 146.7 x 71.5 x 7.8 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 169 กรัม |
| หน้าจอ | Super Retina XDR OLED, ขนาด 6.1 นิ้ว |
| ชิปประมวลผล | A19 Bionic (3nm) |
| ชิปโมเด็ม | Apple C1X รองรับ 5G, Wi-Fi 6e, Bluetooth 5.4 |
| ความจุ | 256GB / 512GB |
| การชาร์จผ่านสาย | 0 - 50% ในเวลา 30 นาที |
| การชาร์จ MagSafe | สูงสุด 15W |
สรุปและราคาจำหน่ายในเมืองไทย

โดยรวมแล้ว iPhone 17e ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการ iPhone ที่ดีที่สุด แต่เป็นไอโฟนที่อยู่ได้นานๆ ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา อาจจะหนีจาก iPhone รุ่นเก่าที่กำลังจะพัง แต่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ถ้าจะซื้อรุ่นใหม่ควักเงินเยอะไม่คุ้ม ได้รองจาก iPhone 17 แต่ชิปถือว่า Support อนาคต หรือคนที่อยากลองกับระบบปฏิบัติการของ Apple ว่าเขาพูดว่า มา Airdrop กันหน่อย เนี่ยดียังไง การจ่ายเงินจากราคาที่จะบอกข้างล่างนี้ดูจะสาเหตุผลอยู่ แถมผู้ให้บริการราคาเริ่มต้น 15,xxx บาท ทำให้มองแล้ว ก็ไม่น่าเกลียด
แต่อย่าว่า รุ่นนี้คือตัวเริ่มต้นถ้าอยากได้จบใช้ยาวไม่หงุดหงิดหรือต้องการกล้องไปเลยแล้ว iPhone 17 / iPhone 17 Pro ยังดีกว่า หรือใครชอบหรูหราก็คบ iPhone Air ได้เลย แต่พวกนี้ค่าตัวก็จะแรง จะซื้อก็คิดหนักอยู่ แต่ที่ดีก็ต้องแลกกับราคา ดังนั้นแล้ว เลือกตามงบที่มีจะดีกว่า ไม่เดือดร้อนแน่นอน
ราคาคาดการณ์จำหน่ายในไทย
- iPhone 17e (256GB) เริ่มต้น 22,900 บาท
- iPhone 17e (512GB): เริ่มต้น 25,900 บาท
เริ่มวางจำหน่ายแล้ว พร้อม AirTag 2 ที่จะรีวิวให้ดูในภายหลัง




