
หูฟังเป็นอีกสิ่งที่เรียกว่า Gadget ที่ไม่มีวันตาย แม้ว่าจยะมี่เทคโนโลยีไร้สายที่ออกมาเป็นที่นิยมมากมาย แต่รู้กันหรือไม่ว่า ไอเท็มหูฟังแบบสายตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของ เหล่าครีเอเตอร์และคนรุ่นใหม่เลือกใช้ ไม่ใช่เพียงเพราะแฟชั่น ที่ไมได้เป็นเพราะ Bluetooth ไม่เสถียร แต่เกิดจากอะไร วันนี้ Sanook Hitech มีคำตอบกับ 5 เรื่องนี้
แม้ว่าเทคโนโลยี Bluetooth จะก้าวหน้าไปมาก แต่ความจริงทางเทคนิคคือการส่งข้อมูลไร้สายมักมาพร้อมกับการบีบอัดสัญญาณ เพื่อรักษาความเสถียรในการเชื่อมต่อ หูฟังแบบสายจึงยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับกลุ่มที่ต้องการคุณภาพเสียงที่แท้จริง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญเสียรายละเอียดของไฟล์เสียงระดับ Hi-Res ได้เลย

"ใครจะอยากมีอุปกรณ์ราคาแพงที่รวนง่ายและต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มอีกชิ้น?" นี่คือเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ใช้ที่เริ่มเบื่อหน่ายกับ Gadget ที่ซับซ้อนเกินไป หูฟังแบบสายมอบคุณสมบัติ Plug-and-Play ที่แท้จริง ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพในระยะยาว ตัดปัญหาเรื่องสัญญาณขาดหายหรือการดีเลย์ ขณะใช้งาน เช่นไปเดินห้างแล้วมีคลื่นรบกวน ที่สำคัญสุด ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์จากแบตเตอรี่ลิเธียมที่เปลี่ยนไม่ได้ในหูฟัง TWS เพราะหูฟังไร้สายแบตเตอรี่มักจะใช้ได้แค่ 3 ปี ก็ต้องทิ้งแล้ว
ในมุมมองของนักมานุษยวิทยาดิจิทัล สายหูฟังที่มองเห็นได้ชัดเจนทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกคนรอบข้างว่า "กำลังอยู่ในโลกส่วนตัว" ได้ดีกว่าหูฟังไร้สายขนาดเล็กที่มองเห็นได้ยาก มันเป็นการประกาศตัวตนอย่างชัดเจนว่าคุณกำลังตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่
เมื่อเปรียบเทียบในเชิงเศรษฐศาสตร์ Apple EarPods มีราคาเพียงประมาณ 17 ปอนด์ (ประมาณ 700-800 บาท) เมื่อเทียบกับ AirPods ที่มีราคาสูงถึง 99 ปอนด์ขึ้นไป แต่ให้ความทนทานและการใช้งานที่เรียบง่ายกว่ามาก นอกจากนี้แบรนด์ Tech รุ่นใหม่ๆ ยังเริ่มนำดีไซน์ "Retro Tech" มาปัดฝุ่นใหม่ เช่น FiiO Snowsky Wind ที่ให้กลิ่นอายยุค 80s แต่ใช้เทคโนโลยีไดรเวอร์สมัยใหม่
แม้หูฟังไร้สายจะยังคงเป็นยอดขายหลักในตลาด แต่การกลับมาของหูฟังแบบสายสะท้อนถึงการโหยหาความเรียบง่าย และการควบคุมที่แน่นอนในโลกที่ทุกอย่างกลายเป็นดิจิทัล หูฟังแบบสายไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแฟชั่น แต่มันคือการเลือกใช้ "Analog Solution" เพื่อแก้ปัญหา "ภาวะความเหนื่อนล้าทางดิจิทัล" ที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :The Guardian