รีวิว vivo X300 Series ที่สุดของมือถือ เน้นเรื่องกำลังเต็มพิกัด

หลังจากเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยสำหรับ vivo X300 Series รอบนี้ Sanook Hitech จะพามาเจาะลึกรีวิวการใช้งานจริง ทั้งรุ่นน้องเล็กสเปกแรง vivo X300 และรุ่นพี่ตัวท็อป vivo X300 Pro ที่รอบนี้อัปเกรดแบตเตอรี่มาให้แบบจุใจ และชุดกล้องที่โหดกว่าเดิม พร้อมแล้วไปชมกันเลยครับ
ดีไซน์ของ vivo X300

ต้องบอกว่าดีไซน์ของทั้งคู่จะมีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม เพราะตัวเครื่องถูกออกแบบให้ขอบหน้าจอนั้นเล็กลงอย่างชัดเจน และของเรียบไม่โค้งอีกต่อไปต่างกันที่ความละเอียดของหน้าจอประกอบด้วย
- vivo X300: หน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2640 x 1216) รีเฟรชเรต 120Hz เหมาะกับคนชอบมือถือเครื่องเล็กจับถนัดมือ
- vivo X300 Pro: หน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2800 x 1260) รีเฟรชเรต 120Hz ให้พื้นที่การทำงานและดูหนังที่เต็มตากว่า
- ทั้งคู่ได้กล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเหมือนกัน

รอบตัวเครื่องเป็นบอดี้โลหะที่เน้นความเป็นแบบ 3D Curve ทำให้สามารถจับแล้วละมุนมือมากขึ้น ประกอบด้วย
- ฝั่งซ้าย : รุ่น Pro จะมีปุ่มกดฟังก์ชั่นเพิ่มเติม แต่ถ้ารุ่นปกติจะเรียบไม่มีอะไร
- ฝั่งขวา : มีปุ่ม Power, เพิ่ม/ลดเสียง
- ส่วนบน : ลำโพงตัวที่ 2
- ส่วนล่าง : ช่องใส่ซิม, USB-C, ไมโครโฟน และ ลำโพงเครื่อง

ด้านหลังได้กระจกที่ทำให้จับแล้วละมุนนุ่มมือ โดยทั้งสองรุ่นยังคงเอกลักษณ์โมดูลกล้องวงกลมขนาดใหญ่ พร้อมวงแหวน Solar Halo แต่มีการปรับปรุงวัสดุและสีสันให้น่าใช้ยิ่งขึ้น แต่ถ้าสังเกตดีๆ กล้องหลังของเครื่องรุ่นนี้จะมีการออกแบบที่ต่างกันเล็กน้อย ข่าวดีคือ vivo X300 Series ได้มาตรฐานกันน้ำ IP68 / 69 รับรองทนแน่นอน
ประสิทธิภาพและแบตเตอรี่
ทั้งคู่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธง MediaTek Dimensity 9500 (3nm) ที่แรงและประหยัดพลังงานที่สุดในตอนนี้ และยังให้ประสิทธิภาพสูง รองรับกับชอป V3+ และ VS1 ที่เป็นระบบช่วยประมวลผลที่ทำงานได้ดี
แต่ไฮไลต์สำคัญคือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt เจเนอเรชันใหม่ที่อัดความจุมาให้มหาศาล
- vivo X300: แบตเตอรี่ความจุ 6,040 mAh
- vivo X300 Pro: แบตเตอรี่ความจุ 6,510 mAh
แม้จะดูแตกต่างกันเรื่องขนาดแบตเตอรี่ ทั้งสองรุ่นรองรับชาร์จไวมีสาย 90W FlashCharge และชาร์จไร้สาย 40W Wireless FlashCharge เท่ากัน
ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ vivo X300 Series น่าใช้ขึ้นกว่าเดิมคือ คือการมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 6 (บนพื้นฐาน Android 16) ที่รอบนี้ vivo ไม่ได้แค่ปรับหน้าตา แต่รื้อระบบจัดการทรัพยากรและใส่สมองกล AI เข้ามาช่วยทำงานในทุกมิติ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลายจุดตั้งแต่
ดีไซน์แบบ Atomic Design ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งหน้าจอ (Personalization) ได้อิสระที่สุดในตลาด แต่รอบนี้เพิ่มความ "มีชีวิต" ด้วย Motion Blur แบบเรียลไทม์ และอนิเมชันการเปิด-ปิดแอปที่สมูทติดนิ้วยิ่งกว่าเดิม พร้อม Atomic Island บริเวณกล้องหน้าที่แจ้งเตือนสถานะต่างๆ ได้เนียนตากว่าเดิม พร้อมกับระบบ AI มาให้แบบครบครัน
- AI Voice & Text: สามารถสรุปบทความยาวๆ, แปลภาษาแบบ Real-time หรือช่วยเขียนแคปชั่นตอบแชทได้ทันที
- AI Image Editing: ฟีเจอร์แต่งรูปเก่งขึ้นมาก สามารถลบคน (AI Eraser), ขยายภาพ (Outpainting) หรือเปลี่ยนหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนเหมือนถ่ายใหม่
- Memory Fusion: ใช้ AI ช่วยจัดการ RAM ทำให้เปิดแอปค้างไว้ได้เยอะขึ้น และสลับแอปไปมาได้ลื่นไหลโดยไม่รีโหลด
ด้วยฟีเจอร์ Virtual Graphics Card 4.0 ใน OriginOS 6 ช่วยรีดประสิทธิภาพของชิป Dimensity 9500 ให้ออกมาสูงสุด โดยการแทรกเฟรมเรตให้ภาพดูสมูทขึ้น (Game Frame Interpolation) และลดการใช้พลังงานของหน้าจอลง ทำให้เล่นเกมได้นานขึ้นโดยเครื่องไม่ร้อน
ลองถ่ายภาพด้วย vivo X300 Series

รอบนี้มีการเปลี่ยนแปลงสเปกกล้องที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่ได้กล้องหลักความละเอียดสูง และรุ่น Pro ที่เน้นการซูมด้วยเลนส์ Telephoto ความละเอียดโหด กว่ารุ่นเดิม
สเปก กล้อง vivo X300
- กล้องหลัก: 200MP (Samsung HPB, f/1.68)
- กล้อง Ultra-wide: 50MP (Samsung JN1)
- กล้อง Telephoto: 50MP (Sony LYT-602) เลนส์ Periscope สำหรับซูมระยะไกล
- กล้องหน้า: 50MP
กล้อง vivo X300 Pro
- กล้องหลัก: 50MP (Sony LYT-828, f/1.57) เซนเซอร์ขนาดใหญ่ พร้อมกันสั่น Gimbal OIS ถ่ายกลางคืนสวยไร้ที่ติ
- กล้อง Ultra-wide: 50MP (Samsung JN1)
- กล้อง Telephoto: 200MP (Samsung HPB) เลนส์ ZEISS APO Periscope ที่ซูมได้ไกลและคมชัดที่สุดในตลาดตอนนี้ รองรับการถ่าย Tele-Macro
- กล้องหน้า: 50MP
นอกจากสเปกหนักทั้งคู่ฟีเจอร์ก็ไม่ได้ทอดทิ้งเพราะยังมีการละลายหลังในรูปแบบของ ZEISS, มาพร้อมกับการเพิ่มสีสันทั้งการเลือกฟิลเตอร์ถ่ายภพาพ หรือใช้ AI ในการเปลี่ยนภาพให้เป็นฤดูกาลต่างๆ มาแบบจัดเต็ม และรุ่น Pro กันสั่นที่ดีและยังรองรับการถ่ายวิดีโอถึง 8K ได้อย่างสบายๆ
ภาพจาก vivo X300 Pro




ภาพจาก vivo X300




สรุปหลังลองใช้งาน

vivo X300 Series ใหม่เรียกว่าทั้งตัวเริ่มต้นที่ได้ความเป็น Pro Mini จากรุ่นก่อนกับสเปกที่ดีกล้องโดดเด่นถ่ายภาพดีและรุ่น Pro ก้มีการอัปเกรดหลายจุดทำให้หลายคนมองว่ารุ่นนี้แหล่ะใช้เลย แต่ทั้งหมดก็ต้องคิดขึ้บคุณเองว่าต้องการเครื่องเล็ก แต่โหด หรือรุ่นโปรตัวใหญ่ สเปกอัปเกรดบางส่วน แต่ในภาพรวมถือว่าน่าคบหากว่าเดิม ก็ต้องพิจารณากันกับส่วนต่างของราคาที่ห่างพอสมควรนะ
สเปกของ vivo X300 / vivo X300 Pro
| คุณสมบัติ | vivo X300 | vivo X300 Pro |
| หน้าจอ | 6.31" LTPO AMOLED 1.5K | 6.78" LTPO AMOLED 1.5K |
| ชิปเซ็ต | MediaTek Dimensity 9500 | MediaTek Dimensity 9500 |
| RAM / ความจำ | 12GB / 256GB 16GB / 512GB |
16GB/512GB |
| การเชื่อมต่อ | 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4 | 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4 |
| กล้องหลัก | 200MP (Samsung HPB) | 50MP (Sony LYT-828) Gimbal |
| กล้อง Telephoto | 50MP Periscope | 200MP (200MP) |
| กล้อง Ultra-wide | 50MP | 50MP |
| กล้องหน้า | 50MP | 50MP |
| แบตเตอรี่ | 6,040 mAh | 6,510 mAh |
| การชาร์จ | 90W (สาย) / 40W (ไร้สาย) | 90W (สาย) / 40W (ไร้สาย) |
| สีที่วางจำหน่าย | Phantom Black Iris Purple Halo Pink |
Done Brown Phantom Black Mist Blue |
| ราคาเริ่มต้น | 31,999 บาท / 34,999 บาท | 39,999 บาท |
อัลบั้มภาพ 55 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







