เปิดตัว Nothing Ear (3) เด่นที่เคสคุยได้ ในงบ 5,799 บาท
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/323/1617511/nt3.jpgเปิดตัว Nothing Ear (3) เด่นที่เคสคุยได้ ในงบ 5,799 บาท

เปิดตัว Nothing Ear (3) เด่นที่เคสคุยได้ ในงบ 5,799 บาท

แชร์เรื่องนี้

Nothing เปิดตัว Nothing Ear (3) หูฟัง True Wireless รุ่นเรือธงที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ครั้งนี้อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ทำให้มันเป็นมากกว่าหูฟังธรรมดา พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในราคา 5,799 บาท

batch_fera_4_cases_both_16x9 

ความอัจฉริยะของ Nothing Ear (3) 

จุดเด่นของหูฟัง Nothing Ear (3) แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด คือนวัตกรรมที่เน้นความ "อัจฉริยะ" ในการใช้งานจริง โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้

1. Super Mic ครั้งแรกกับไมโครโฟนเทพในเคสชาร์จ นวัตกรรมที่เป็นหัวใจของ Ear (3) โดย Nothing ได้ติดตั้งระบบไมโครโฟนคู่คุณภาพสูงไว้ที่ "เคสชาร์จ" โดยตรง ทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ คือ

  • คุยโทรศัพท์ผ่านเคส: เพียงกดปุ่ม TALK บนเคส คุณสามารถใช้เคสเป็นไมโครโฟนเพื่อการสนทนาที่คมชัดสุดๆ โดยระบบจะกรองและตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดถึง 95 dB ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงคุณชัดเจน แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังวุ่นวาย
  • บันทึกเสียงสู่ข้อความทันที: สามารถใช้เคสเป็นเครื่องบันทึกเสียงด่วนได้ทันที แค่กดปุ่ม TALK เพื่อเริ่มบันทึก เสียงจะถูกซิงค์ไปยัง Essential Space และถอดความเป็นข้อความให้โดยอัตโนมัติ (ฟีเจอร์นี้รองรับบน Nothing OS) เหมาะสำหรับการจดไอเดียเร็วๆ โดยไม่ต้องหยิบมือถือ

2. ระบบตัดเสียงรบกวนที่คิดตามสถานการณ์ (Real-time Adaptive ANC) Ear (3) ยกระดับ ANC ไปอีกขั้นด้วยระบบที่ปรับตัวแบบเรียลไทม์ โดยตัวหูฟังจะวิเคราะห์เสียงรบกวนรอบข้างทุกๆ 600 มิลลิวินาที และจะตรวจสอบการรั่วไหลของเสียงที่เกิดจากการสวมใส่ทุกๆ 1,875 มิลลิวินาที เพื่อปรับโปรไฟล์การตัดเสียงรบกวน (สูงสุด 45 dB) ให้เหมาะสมและเสถียรที่สุดอยู่เสมอ แม้ในขณะที่คุณกำลังเคลื่อนไหว

3. AI และ Bone-Conduction เพื่อเสียงสนทนาที่คมชัด นอกจาก Super Mic แล้ว ที่ตัวหูฟังแต่ละข้างยังมีไมโครโฟนอีก 3 ตัว ทำงานร่วมกับ Voice Pick-up Unit (VPU) แบบ Bone-Conduction ที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนจากกรามของผู้ใช้เพื่อจับเสียงพูดได้อย่างแม่นยำ ผสานกับ AI ที่ผ่านการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงกว่า 20 ล้านชั่วโมง ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงลมและเสียงรบกวนได้อย่างเฉียบขาด

batch_fera_lifestyle_supermic 

คุณภาพเสียงและดีไซน์ที่อัปเกรด

  • เสียงujgfjo ใช้ Dynamic Driver ขนาด 12 มม. ที่อัปเกรดใหม่ พร้อม Diaphragm ลวดลายพิเศษที่เพิ่มพื้นที่กระจายเสียงกว้างขึ้น 20% ทำให้เสียงเบสหนักแน่นขึ้น 4–6 dB และเสียงแหลมใสเคลียร์ขึ้นสูงสุด 4 dB มอบเวทีเสียงที่กว้างและรายละเอียดสูง
  • ดีไซน์ (Design): ยังคงเอกลักษณ์ความโปร่งใส แต่เสริมความพรีเมียมด้วยขอบโลหะขัดเงาและเคสชาร์จที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ผ่านกระบวนการผลิตที่แม่นยำถึง 27 ขั้นตอน ทำให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรงและไร้รอยต่อ

ประสิทธิภาพและแบตเตอรี่

หูฟังสมัยนี้ต้องแบตฯอึด เช่นเดียวกับ Nothing Ear (3) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 90 นาที) และใช้งานได้สูงสุด 38 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคส รองรับชาร์จเร็วผ่าน USB-C เพียง 10 นาที ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไร้สาย

ประสิทธิภาพที่ต้องเข้ากับความทนเพราะ รองรับ Bluetooth 5.4 พร้อม Codec เสียงคุณภาพสูง LDAC และมีโหมด Low Latency สำหรับเล่นเกม และหูฟังและเคสได้รับมาตรฐานกันฝุ่นและละอองน้ำ IP54

 batch_fera_white_bud_front_16

ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย

Nothing Ear (3) มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำและสีขาว วางจำหน่ายในราคา 5,799 บาท โดยจะเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ เช่น dotlife, AIS, Power Buy, Munkong, 425 Degree และช่องทางออนไลน์บน Lazada และ Shopee

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ เปิดตัว Nothing Ear (3) เด่นที่เคสคุยได้ ในงบ 5,799 บาท

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Nothing