
ในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นอีกวันที่ดุเดือดสำหรับวงการมือถือ เพราะตอนบ่ายวันนั้นมีการเปิดตัว ASUS Zenfone 3 ซึ่งถือว่าเป็นมือถือที่มีรูปแบบตั้งแต่ระดับล่างถึงบนสุดที่มีความหลากหลาย
แต่ครั้งนี้กับการรีวิวประเดิมของ ASUS Zenfone 3 ทีม Sanook! Hitech ได้รับ ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition มารีวิว ซึ่งมีจำนวนไม่มาก และความพิเศษคือ หูฟัง Marshall ที่ติดมาด้วยในกล่องจะดีแค่ไหน มาดูกันเลย

รายละเอียดของ ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition
รูปร่างของ ASUS Zenfone 3
ด้านหน้าของ ASUS Zenfone 3 มีการเปลี่ยนแปลงจาก Zenfone 2 รุ่นที่แล้วชัดเจน ด้วยการออกแบบเรียบพร้อมกับกระจก Gorilla Glass 4 แบบ 2.5D ครอบบนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ Super IPS+ LCD ความละเอียด 1920x1080 เรียกได้ว่าคมชัดมาก พร้อมรองรับมัลติทัชทั้งหมด 10 จุด

ส่วนบนของเครื่องมีกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซลพร้อมค่ารูรับแสง F2.0 และมีไฟแจ้งเตือน LED อยู่มุมซ้ายตรงกลางเป็นลำโพงสำหรับฟังสายสนทนา

ส่วนล่างมีปุ่มกด Back, Home และ Recent ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น Option ในบางฟังก์ชั่นแค่กดค้าง

ทำจากโลหะและมีการตัดขอบที่สวยงามและมีสีเงินทำให้ดูมีราคามากขึ้น โดยฝั่งซ้ายจะมีช่องใส่ซิม ช่องแรกเป็น Micro SIM อีกช่องสามารถสลับได้ระหว่าง Nano SIM และ Micro SD



ฝั่งขวามีปรับระดับเสียงขนาดใหญ่ และปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง


ด้านบนมีช่องเสียบ หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงและตัดลวดายด้วยเส้นเสาอากาศ

ด้านล่างมีไมโครโฟนอยู่มุมซ้าย, ช่องเสียบ USB-C และลำโพงตัวเครื่อง

ด้านหลังของ ASUS Zenfone 3 จะออกแบบเงาและเรียบสวยพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash 2 ดวงและมี Laser Focus นอกจากนี้ยังมีส่วนสแกนลายนิ้วมือที่ยาวกว่ามือถือปกติ และทำงานเร็วใช้ได้ และมีโลโก้ ASUS อยู่ด้านล่าง

ภาพรวมของ ASUS Zenfone 3 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงให้ดูดีมากขึ้นและน่าใช้กว่าเดิม เพราะผิวสัมผัสของเครื่องปรับเป็นกระจกที่ดูดีและเรียบง่ายกว่ารุ่นเดิม ทำให้เกิความน่าใจมากขึ้น ข้อเสียที่พบคือตัวเครื่อง เมื่อใช้กระจกหมดทำให้ครื่งลื่นจำไม่อยู่เท่าไหร่ วิธีนี้แก้ง่าย ๆ แค่ใส่เคสก็จบเรื่อง


แต่สำหรับเครื่องที่รีวิวนี้มาพร้อมกับหูฟัง Marshall Major 2 มีข้อดีคือดูทรง Retro สวยงาม แต่ข้อเสียคือใส่นาน ๆ แล้วเจ็บหูพอสมควร
ประสิทธิภาพ ของ ASUS Zenfone 3

จากที่ได้ทดสอบจากโปรแกรม Antutu ได้คะแนนออกมาที่ 62071 อาจจะยังไม่สูงมากนัก แต่การใช้งานภาพรวมถือว่าลื่นไหลกำลังดีและการเล่นเกมไม่ช้าอย่างที่คิด ความร้อนไม่ได้เกิดเยอะจนน่าตกใจ และ GPS แม่น

ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh จัดอยู่ในกลุ่มให้เยอะ และประกอบกับ CPU Qualcomm Snapdragon 625 ที่ประหยัดไฟขึ้นทำให้การทดสอบสามารถอยู่ได้ 11 - 13 ชั่วโมงสบาย ๆ แต่ถ้าเล่นเกมเยอะ ไม่ต้องสืบครับ ลงไวแน่นอน
นอกจากนี้ยังรอบรับ Quick Charge 3.0 และมีระบบจัดการพลังงานมาให้เช่นเคย
อัลบั้มภาพ 29 ภาพ