จดหมายจากแม่ถึงแม่ อะไรคือสิ่งเล็กๆที่สร้างลูก

จดหมายจากแม่ถึงแม่ อะไรคือสิ่งเล็กๆที่สร้างลูก
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม่ทุกคนบนโลกใบนี้

     ฉันมีอาชีพแม่ และไม่ต่างจากแม่คนอื่นๆ เราพยายามที่จะประนีประนอมชีวิตการทำงานของเรากับการเป็นแม่ เราถูกทำให้หวาดกลัวและไม่มั่นใจเสมอมาว่าเราเป็นแม่ที่ดีพอแล้วหรือยัง และในขณะเดียวกันเราเป็นผู้หญิงทำงานที่มุ่งมั่นพอหรือไม่ 

     สถิติทั้งหลายยิ่งทำให้เราไหวหวั่น ไม่ว่าจะเป็น“กว่าครึ่งของเด็กไทยมีหนังสือไม่ถึง 3 เล่ม” “คุณพ่อไทยเกือบครึ่งไม่มีเวลาเล่นกับลูก” “40 เปอร์เซ็นต์ของเด็กเล็กพลาดโอกาสทองในการพัฒนา”และ “เด็กไทยไอคิวต่ำกว่ามาตรฐาน” 

     ข้อมูลทั้งหมดนี้ทำให้เราพร้อมสู้เพื่อที่จะเป็นแม่ที่ดีขึ้น และอยากยกธงขาวเพราะมองไม่เห็นตัวช่วย หรือถึงเวลาต้องยอมรับความจริงแล้วว่า การเลี้ยงลูกในสังคมเช่นนี้ช่างยากเย็น

     หากคุณเป็นแฟนเพจของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ คุณหมอท่านนี้ย้ำเสมอว่า การเลี้ยงเด็กนั้นสำคัญที่สุดที่สามปีแรก เด็กจะสร้างตัวตนและความไว้เนื้อเชื่อใจโลกใบนี้ จากการได้รับความรักอย่างเพียงพอ… ใช่สิ ฉันรู้ คุณก็รู้ แต่ปัญหาเศรษฐกิจรัดรึงเราไว้กับเก้าอี้ทำงาน และเราต้องจ้างใครสักคนมาเลี้ยงเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง…โลกก็เป็นเช่นนี้ และหน้าที่ของเราคือต้องยอมรับหรือ?

     ข้อมูลที่น่าตกใจคือ องค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากให้เด็กเติบโตด้วยตัวเอง ศักยภาพจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์…ตัวเลขนี้คือความหนักอึ้งที่แม่ทุกคนต้องแบกรับ

     ในฐานะแม่ ฉันรู้ดีว่าแม่ทุกคนอยากให้ลูก “เก่ง ดี ฉลาด” สามคำนี้คือความท้าทาย คำว่า “กระตุ้นพัฒนาการ” กลายเป็นที่มาของเม็ดเงินมหาศาลในธุรกิจบนความเปราะบางและอ่อนไหวของพ่อแม่…เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน หากไม่อ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง เราก็จะกลายเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องทันที 

     แต่ข่าวดีคือเงินไม่มีความหมายเท่าเวลาและความใส่ใจ การลงมือทำเลยด้วยสองมือของแม่นี้ คือสิ่งเล็กๆที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ดีที่สุด เราทุกคนควรได้รู้วิธีการสร้างพัฒนาการ 

     ฉันมีเรื่องราวจะแบ่งปัน ฉันเพิ่งเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” ที่จัดขึ้นโดย สสส. ได้รับความรู้มากมายจากวิทยากรหลายท่าน

     รู้หรือไม่ว่าภูมิดีของเด็กเล็กคืออะไร? คำตอบคือการรู้จักตัวเอง ผูกพัน เข้าใจคนอื่น ควบคุมอารมณ์ได้ ผูกพันกับธรรมชาติ ดื่มด่ำความงามของหนังสือ ศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างทักษะทางสมอง เป้าหมายคือเด็กต้องเตรียมชีวิตเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 …ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงการสร้างคนให้พร้อมสำหรับศตวรรษหน้า!



     คิดเป็น ทำงานเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และที่สำคัญที่สุดคือ “มีความสุขเป็น” คำหลังนี้เป็นคำที่สำคัญมากสำหรับฉัน เพราะฉันกลัวจริงๆเลยว่าลูกจะไม่รู้วิธีมีความสุขในโลกที่อยู่ได้ยากขึ้นทุกวัน

     การเพิ่มทักษะด้านภาษาก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ที่สำคัญคือ “การอ่านหนังสือ” 

     คุณหมอนิชรา เรืองดารกานนท์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอบคำถามที่คนเป็นแม่สงสัยมาตลอดว่า พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมอะไรคือสิ่งที่สร้างเด็กมากกว่ากัน…สูดลมหายใจเข้าลึกๆนะ เพราะคำตอบคือครึ่งหนึ่งอยู่ในหัตถ์ของพระเจ้าและอีกครึ่งอยู่ในมือของพ่อแม่ เรียกได้ว่าทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญแทบจะเท่าๆกันเลยทีเดียว

     “สิ่งจำเป็นต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กคือ ความรักความเอาใจใส่
สภาพแวดล้อมที่ดี อ่านหนังสือ และสนามเด็กเล่น” คุณหมอขยายความต่อว่าของเล่นในสนามเด็กเล่นนั้นสำคัญพอๆกับหนังสือ

     ฉันสนใจเรื่องการอ่านหนังสือเป็นพิเศษ เพราะเป็นกิจกรรมที่เรียบง่าย สร้างสรรค์ ทำได้เลย และยึดโยงสายสัมพันธ์ได้อย่างดงาม คุณหมอเล่าว่า สมองของเด็กกับการอ่านในช่วง 3 อายุนั้น จะค่อยๆพัฒนาตามลำดับ เริ่มที่การอ่านเพื่อการเรียนรู้ เรียนรู้ทักษะการอ่าน ไปจนถึงอ่านได้เองเพื่อการเรียนรู้

     การเลือกหนังสือที่มีคำคล้องจอง ไม่ต้องมีความหมายให้ค้นหา มีน้ำเสียงสูงต่ำนั้น จะทำให้สมองของเด็กเปิดรับง่ายขึ้น…มิน่าละ เจ้าลูกน้อยของฉันถึงได้หัวเราะร่าทุกทีเวลาแม่ทำเสียงสูงเสียงต่ำ หรืออ่านนิทานที่ดูเหมือนจะไม่มีเนื้อหาอะไร

     ทุกครั้งที่เหนื่อยร่างแหลกสลาย และหาข้ออ้างที่จะไม่เล่านิทานก่อนนอน ฉันจะจำไว้เสมอว่าสมองของเด็กทำงานตลอดเวลา อย่าประมาทเด็กที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่อง เพราะก่อนที่คำแรกจะออกจากปากนั้น เด็กเข้าใจคำศัพท์สูงถึง 50-200 คำเลยทีเดียว 

     เฮ้อ…ฟังแล้วเหนื่อยหรือยัง นี่ฉันยังจะมาสร้างภารกิจกู้โลกให้แม่ๆ มากเกินไปไหม การพัฒนาสมองนั้นสำคัญจริงอยู่ แต่การพักสมองก็สำคัญไม่แพ้กัน และนี่อาจเป็นข้ออ้างให้แม่ๆอย่างเราหาเวลาพัก และใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง เพราะคงจะใช่อย่างที่เขาบอกกันมาว่า แม่ที่มีความสุขจะสร้างลูกที่มีความสุขเช่นเดียวกัน

     เอาใจช่วยแม่ทุกคนอย่างแรงกล้า

     เราจะผ่านสมรภูมิแห่งการเลี้ยงลูกไปด้วยกัน

จากฉันเอง แม่คนหนึ่ง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมคลิกไปได้ที่ 
แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน https://www.facebook.com/happy2reading
และของโครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
www.facebook.com/mediaforpreschool



[Advertorial]