ทะเลสีดำ

ทะเลสีดำ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมลอยคออยู่อย่างเดียวดาย มีแค่น้ำที่โอบอุ้มเกือบทั้งหมดของร่างกาย โผล่พ้นมาเพียงใบหน้า เพื่อไขว่คว้าหาอากาศหายใจ เบื้องบนมีแต่ท้องฟ้าที่มืดหม่น หลายคนเคยบอกว่าท้องทะเลยามค่ำคืนนั้นน่าหวาดหวั่นเพียงไหนในตอนนี้ความรู้สึกที่ว่านั้น มันรุมกัดกินหัวใจผมอย่างโหดร้าย ความเวิ้งว้าง ว่างเปล่า เข้ามาอยู่ในหัวผมเมื่อไหร่ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงต้องมาลอยคออยู่อย่างนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามนึกอยู่ตลอดเวลา...เวลาที่ดูเหมือนจะเดินไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หลังจากรู้สึกตัว ผมเริ่มสำรวจตัวเองเผื่อว่าจะเจออะไรที่จะบอกผมได้บ้างว่าผมมาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ ชุดที่ผมใส่อยู่เป็นชุดยางสีดำแนบลำตัวตลอดตั้งแต่หัวจรดเท้า เจาะช่องเพียงบริเวณใบหน้า ที่เท้าสวมฟิน หรือตีนกบ ซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าผมน่าจะมาดำน้ำ แต่ผมมาดำน้ำเพื่ออะไร มาท่องเที่ยว หรือมาดำหาอะไรบางอย่าง แล้วถังออกซิเจน หน้ากาก เรกกูเรเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการดำน้ำหายไปไหนหมด คำถามต่างๆ เริ่มผุดขึ้นมาในหัวผมอีกครั้ง

จากความมืดมิดที่รายล้อมรอบตัว ทำให้ผมไม่สามารถเดาได้ว่าผมอยู่ตรงส่วนไหนของโลก ร่างกายหมดเรี่ยวแรงที่จะขยับเขยื้อน เหมือนเพิ่งออกกำลังอย่างสุดชีวิตลอยตัวอยู่ได้ด้วยแรงพยุงของน้ำเท่านั้น นี่คงเป็นเหตุผลที่ผมคงต้องลอยคออย่างนี้ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย หากไม่มีใครมาช่วย ผมคงต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ถ้าไม่จมน้ำตาย ก็คงอดตาย ร้ายที่สุดอาจกลายเป็นเหยื่อของปลาฉลามหิวโซก็เป็นได้ ขณะที่ความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปกำลังหลุดลอย ภาพๆ หนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวเป็นภาพหญิงสาวที่อยู่ในชุดแบบเดียวกันกับผม ถึงแม้ส่วนของร่างกายที่โผล่พ้นมาจะมีเพียงใบหน้า แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ภาพนั้นตราตรึงอยู่ในใจของคนที่ได้พบเห็น ใบหน้าขาวหมดจด ดวงตากลมโต สดใส เป็นประกาย แก้มสีชมพูระเรื่อ เรียวปากชุ่มฉ่ำ บอบบาง เข้ากับใบหน้า เธอเป็นใครกันแน่ แต่จากภาพที่เห็นคล้ายกับว่า เราทั้งสองคนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หรือว่าเธอจะเป็นคนรักของผม ถ้าเป็นอย่างนั้นผมต้องเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นมโนภาพต่างๆ ก็ค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ เราอยู่ภายในห้องที่ลักษณะทอดยาวคล้ายอุโมงค์ มีประตูกั้นตลอดความยาวของอุโมงค์เป็นช่วงๆ มีผู้คนอีกมากมายที่อยู่ในห้องเดียวกันกับเรา ภายนอกมีเสียงดังโกรกกรากตลอดเวลา และดูเหมือนว่าเราจะอยู่ในห้องสุดท้ายของปลายอุโมงค์ ฉับพลันเสียงสัญญาณแสบหูดังขึ้นทุกคนเริ่มมีทีท่าตื่นตระหนก บางคนร้องไห้ บางคนสวดมนต์ บางคนทำสีหน้าเตรียมพร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ส่วนเธอคนนั้น เธอยืนอยู่ข้างผม มือของเราจับกันไว้แน่นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สายตาของเธอสื่อความหมายว่า เราจะไม่มีวันทิ้งกัน แต่ก่อนที่เราจะทันพูดอะไรกันออกมา พื้นของห้องก็เปิดออก ทุกๆ คนตกลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง ด้วยความสูงว่าตึก 4 ถึง 5 ชั้น ถึงแม้พื้นเบื้องล่างจะเป็นแผ่นน้ำ แต่ด้วยความสูง และความเร็วที่ตกลงไป หากลงไม่ถูกท่า ผืนน้ำก็อาจกลายเป็นพื้นคอนกรีตได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ทำให้คนที่ร่วงลงสู่ผืนน้ำบางคนไม่สามารถกลับขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้อีกต่อไป ส่วนผมและเธอเราต่างกอดกันแน่น จนร่างของเราแทบรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำตัวให้เป็นเส้นตรงเพื่อลดแรงปะทะ พร้อมกับพุ่งผ่านผิวน้ำไปให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และนั่นทำให้เราทั้งสองคนเป็นหนึ่งในผู้ที่เหลือรอดชีวิตอยู่เพียงไม่กี่คนที่ลอยคออยู่ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง มีเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ผืนน้ำเริ่มปั่นป่วน กระแสน้ำเริ่มหมุนวนเป็นวงกลม และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างลงสู่จุดศูนย์กลางของวงกลม คนแล้วคนเล่าที่ต้องสังเวยให้กับความบ้าคลั่ง และความหิวกระหายของท้องทะเล ผมและเธอต่างพยายามว่ายน้ำหนีให้พ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังฉุดกระชากลากเราไปสู่ความตาย มือของเราประสานกันไว้อย่างแนบแน่นที่สุดเท่าที่มนุษย์คู่หนึ่งจะทำได้ แต่แล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิตก็เกิดขึ้น เกลียวคลื่นและกระแสน้ำอันบ้าคลั่ง กระชากเราทั้งสองออกจากกัน เธอถูกดูดกลืนเข้าสู่ใจกลางอุ้งมือของมัจจุราชคุณต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้นะนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินจากปากของเธอ สมบัติล้ำค่าที่สุดของผม ที่จมลงสู่ใต้ท้องทะเลอันมืดมิด

...เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมต้องลอยคออยู่อย่างเดียวดาย ท่ามกลางความมืดมิดในท้องทะเล คราบของน้ำที่อยู่บนหน้า ไม่รู้ว่าเป็นน้ำทะเล หรือเป็นน้ำที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตา ในที่สุดผมก็เข้าใจทุกอย่าง ที่ร่างกายผมหมดเรี่ยวแรงเช่นนี้ เป็นเพราะหลังจากที่ผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นมา เมื่อทะเลสงบลง ผมก็เริ่มดำน้ำลงไปด้วยความหวัง ว่าจะพบกับเธอผู้เป็นสมบัติล้ำค่าของผม ดำลงใต้น้ำ สอดส่ายสายตามองหาใบหน้าขาวสดใส ภายในความมืดมิดใต้ท้องทะเล เมื่อใกล้หมดลมก็โผขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่พบอะไร นอกจากความเวิ้งว้างและความมืดมิดภายใต้ท้องทะเล จนถึงตอนนี้เสียงที่ก้องอยู่ในหัวผมตอนนี้คือเสียงของเธอ คุณต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้นะ ความต้องการสุดท้ายของเธอก่อนที่เธอจะจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ ผมจะต้องรอดไปให้ได้ ถึงแม้ว่าปลายทางนั้นจะไม่มีเธออยู่เคียงข้างเหมือนเดิมก็ตาม แต่ผมก็จะไม่ทรยศต่อความต้องการของเธอ ฉับพลันเสียงคำรามกึกก้องของท้องทะเลก็ดังขึ้นอีกครั้ง ผืนน้ำเริ่มปั่นป่วน สายน้ำเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมอีกครั้ง และดูเหมือนว่าครั้งนี้จะรุนแรง และไร้ความปราณียิ่งขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้สมองจะสั่งการให้พยายามตะเกียกตะกายหนีเงื้อมมือของมัจจุราชอีกครั้ง แต่ทว่าร่างกายกลับไม่ทำตาม พร้อมๆ กับถูกดูดลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ผมคงทำตามสิ่งที่เธอต้องการไม่ได้แล้ว คิดแต่เพียงว่าเราคงจะได้พบกันอีกในชาติภพต่อไป เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่วิญญาณของผมจะหลุดลอยไปไม่ใช่เสียงของเธออีกต่อไป แต่กลับเป็นเสียงที่เหี้ยมเกรียมดุดัน และทำให้ผมต้องตกตะลึงก่อนที่จิตสำนึกสุดท้ายจะเลือนหายไป...

เฮ้ย.. เสร็จยังวะรถทัวร์จะออกแล้ว เดี๋ยวไปไม่ทันพอดี

เออๆ เสร็จแล้วโว้ย ก้อนสุดท้ายเพิ่งลงไปนี่แหละสงสัยส้วมจะเต็มแล้วว่ะ กดชักโครกเท่าไหร่ไม่หมดสักที จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ เร่งชิบเป๋งเลยมึง

...โครกกกกกกกกกกกกกกกกกก......กกก...

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล