ความลับของนางเงือก ตอนจบ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

ความลับของนางเงือก ตอนจบ

แชร์เรื่องนี้
หัวหน้าหมู่บ้านพาจุนฮา และอินซอนกลับมาที่บ้าน ทั้งสองคนมีท่าทีอิดโรย และเสียขวัญ สมาชิกในครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านช่วยกันทำความสะอาดแผล และใส่ยาให้แผลที่เกิดจากการหกล้มและ ถูกกิ่งไม้เกี่ยว ถึงแม้บางแผลจะลึก และรู้สึกเจ็บปวดในขณะใส่ยาทั้งคู่ก็ไม่ส่งเสียงร้องใดใดออกมาเลย
ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านนำชาร้อนมาให้ทั้งคู่ดื่มเพื่อช่วยให้รู้สึกดีขึ้น หลังจากที่พักผ่อนได้สักพัก จุนฮาที่รวบรวมสติได้อีกครั้งก็เริ่มพูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน

ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่คุณลุงจะต้องเล่าความจริงให้พวกผมฟัง พวกชาวบ้านรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้? แล้วหินที่คุณลุงให้ผมไว้ติดตัวมันคืออะไรกันแน่? ทำไมมันถึงมีความร้อนออกมาตอนที่พวกผมพบกับนางเงือก? จุนฮาถามหัวหน้าหมู่บ้านหลายคำถาม พร้อมทั้งจ้องมองหน้าหัวหน้าหมู่บ้านเขม็ง

หัวหน้าหมู่บ้านมองหน้าจุนฮาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเริ่มพูด

ตั้งแต่โบราณบรรพบุรุษของหมู่บ้านเราก็มีคำเตือนเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งที่พวกเธอเรียกกันว่านางเงือก ทุกคืนเดือนแรมห้ามผู้ชายในหมู่บ้านออกไปที่ชายหาด เพราะเมื่อไรก็ตามที่ได้ยินเสียงเพลงของนางเงือก พวกผู้ชายจะเคลิบเคลิ้มควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายก็จะถูกนางเงือกควักเอาหัวใจไปกินในที่สุด ส่วนตำนานที่กล่าวเอาไว้ว่าใครก็ตามที่ได้กินเนื้อของนางเงือกแล้วจะมีชีวิตเป็นอมตะน่ะ ก็มีความเชื่อเหมือนกันว่าเป็นเรื่องจริง เพียงแต่ไม่เคยมีใครกล้าไปจับหรือยุ่งเกี่ยวกับนางเงือกเลย....ส่วนเรื่องหินสีเหลืองอำพันนั่น มันเป็นหินที่บรรพบุรุษของหมู่บ้านนำมาจากใต้ทะเลลึก เป็นหินที่มีพลังพิเศษ สามารถป้องกันอันตรายจากนางเงือกได้ ปกติแล้วชาวบ้านที่ต้องออกไปหาปลาในคืนเดือนแรม จะต้องนำหินนี้ติดตัวไปด้วยเสมอ

เมื่อฟังหัวหน้าพูดจบอินซอนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปนสะอื้น

พวกคุณรู้เรื่องนี้มาตลอด....แล้วทำไมไม่บอกเราเววตาเศร้าสร้อยพลางพูดว่า

พวกเราทุกคนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้ เพราะนางเงือกเป็นธิดาของจ้าวสมุทรหากใครพูดหรือทำอะไรก็ตามที่เป็นการลบหลู่ล่วงเกิน จ้าวสมุทรก็จะทำให้ทะเลแถบนี้ไม่มีปลา หรือไม่ก็ทำให้เกิดภัยน้ำท่วม แล้วชาวบ้านก็จะเดือดร้อน สิ่งที่พวกเราพอจะทำได้ก็คือ ห้ามไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาพักอาศัยในหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น....แต่พวกเธอเองก็ยังไม่ยอมตัดใจ แอบไปตั้งแค้มป์นอนอยู่ที่ชายป่า ถ้าเด็กในหมู่บ้านไม่บังเอิญไปพบเข้าล่ะก็ พวกเราก็คงไม่รู้ว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องขึ้น พวกเรากำลังจะออกไปตามหาพวกเธอ แต่ก็ไม่ทันเวลา!! พวกเราทุกคนก็เสียใจ...เสียใจจริงๆ.....ขอโทษนะ เรื่องเพื่อนๆของพวกเธอขอโทษจริงๆ....

หลังจากที่ได้รับรู้ความจริงทั้งหมดแล้วคืนนั้นจุนฮานอนไม่หลับ รู้สึกสับสนกับความคิดของตัวเอง ถ้าเขาไม่มาที่นี่ก็คงไม่ต้องรู้ถึงความจริงที่โหดร้ายเช่นนี้ แต่ถ้าเขาไม่ได้มาที่นี่เขาก็คงจะไม่ได้รู้เลยว่านางเงือกมีตัวตนอยู่จริง

เช้าวันรุ่งขึ้นจุนฮา และอินซอนตกลงกันว่าจะรีบเดินทางกลับให้เร็วที่สุด จุนฮาเก็บข้าวในห้องของเขา ส่วนอินซอนนั้นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านไปตามเก็บของมาให้จากที่แค้มป์ของเธอตั้งแต่เช้ามืด อินซอนกัดฟันถามถึงเรื่องที่เธอไม่คิดว่าจะได้คำตอบจากเด็กหนุ่ม
"แล้ว....เพื่อน...ฉันหมายถึง....ศพเพื่อนฉันสองคนนั้นล่ะ...?"
เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรได้แต่ก้มหน้าแล้วส่ายหัวเบาๆ
"งั้นเหรอ....เอ่อ....ขอบคุณที่เก็บของมาให้นะคะ"
อินซอนตอบด้วยเสียงเบา เหมือนกับพยายามห้ามเสียงตัวเองไม่ให้สั่น
เมื่อเก็บของเสร็จ จุนฮาไปลาหัวหน้าหมู่บ้านอีกครั้ง
"ผม...ขอบคุณสำหรับทุกเรื่องนะครับ"
พูดจบก็คืนหินสีเหลืองอำพันแก่หัวหน้าหมู่บ้าน ชายแก่ได้แต่พยักหน้าเบาๆรับ

แดดยามเช้าส่องแสงสดใส จุนฮา และอินซอนเดินออกจากหมู่บ้านไปเงียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองข้าหมู่บ้านมีรูปสลักเทพารักษ์องค์เล็กตั้งอยู่ จุนฮาหยุดเดินมองรูปสลักนั้น สักครู่ก็เดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้ารูปสลักเขาเริ่มขุดหลุมเล็กๆใกล้กับฐาน จากนั้นก็หย่อนรูปภาพของเจ้าหญิงเงือกที่เขาพกติดตัวมาตลอดลงไป จุนฮามองรูปนั้นอึดใจหนึ่งก็กลบดินลงไปที่หลุมตามเดิม เมื่อเขาลุกขึ้นยืน อินซอนซึ่งรู้ว่ารูปใบนั้นเป็นเครื่องรางที่พกติดตัวของชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาว่า
"แบบนี้ดีแล้วเหรอ?"
จุนฮาสูดลมหายใจ พยักหน้าตอบช้าๆ
"แบบนี้แหละ...ดีแล้ว"

ทั้งสองเริ่มออกเดินต่อ ขณะที่ก้าวเท้าออกไปนั้น จุนฮาบอกกับตัวเองว่า เขาพร้อมแล้วที่จะเติบโตขึ้นยอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิด ถึงแม้ว่าความเชื่อ และเรื่องจริงในชีวิตนั้น มันจะไม่ได้สวยสดสวยงามเหมือนในภาพความฝันที่เขาจินตนาการไว้ก็ตาม...
....สายลมเย็นพัดผ่านจากหมู่บ้านตามหลังหนุ่มสาวคู่นี้ไป เสียงใบไม้พริ้วไหวเมื่อต้องลม...ฟังดูราวกับว่าทุกสิ่งรับรู้ได้ถึงการลาจาก และราวกับสายลมของที่นี่จะบอกกับพวกเขาว่า....เราจะเก็บความเศร้าทั้งหมดนี้ไว้เป็น...ความลับ....ตลอดไป

THE END