เปิด 10 อันดับ "แซ่สกุลจีน" ในเมืองไทย สกุลไหนเยอะสุด ถอดรหัสความหมาย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/286/1431575/552292929.jpgเปิด 10 อันดับ "แซ่สกุลจีน" ในเมืองไทย สกุลไหนเยอะสุด ถอดรหัสความหมาย

เปิด 10 อันดับ "แซ่สกุลจีน" ในเมืองไทย สกุลไหนเยอะสุด ถอดรหัสความหมาย

แชร์เรื่องนี้

"ส่องรากเหง้าแผ่นดินแม่! เปิดทำเนียบ 10 อันดับ 'แซ่จีน' ยอดฮิตในเมืองไทย สกุลไหนมีประชากรมากที่สุด พร้อมถอดรหัสความหมายประวัติศาสตร์ที่ส่งต่อมานับร้อยปี"

หากย้อนมองประวัติศาสตร์สังคมไทย หนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนานคือ "ชาวไทยเชื้อสายจีน" ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลทางตอนใต้ของประเทศจีนในยุคโล้สำเภาค้าขายทางทะเล สิ่งที่บรรพบุรุษชาวจีนนำติดตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมานอกเหนือจากหยาดเหงื่อแรงงานและวิถีชีวิต ก็คือ "แซ่" หรือนามสกุลประจำตระกูล ซึ่งเปรียบเสมือนรหัสพันธุกรรมทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงต้นกำเนิดและวงศ์ตระกูล วันนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึก 10 อันดับแซ่จีนที่ได้รับความนิยมและมีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย เพื่อร่วมย้อนรอยความยิ่งใหญ่ของแต่ละสายตระกูลที่ฝังรากลึกในสยามประเทศ

ถอดรหัส 10 แซ่สกุลของจีนในประเทศไทย มีนามสกุลไหนบ้าง?

โครงสร้างการออกเสียงของแซ่จีนในไทย ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกันในสำเนียงจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดที่อพยพเข้ามา โดยสามารถเรียงลำดับแซ่ที่มีผู้ใช้บริการและสืบเชื้อสายมากที่สุดได้ดังนี้

1. แซ่ตั้ง หรือ แซ่เฉิน (Chen / 陈)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: แซ่ที่ครองแชมป์มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย มีความหมายเดิมสื่อถึงความเก่าแก่ ความมั่นคง หรือสิ่งที่มีการจัดเตรียมไว้อย่างมีระบบ เป็นตระกูลใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงธุรกิจไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

2. แซ่ลิ้ม หรือ แซ่หลิน (Lin / 林)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: แปลตรงตัวว่า "ป่าไม้" สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และการเติบโตอย่างมั่นคง เป็นอีกหนึ่งแซ่เก่าแก่ของชาวจีนแต้จิ๋วและจีนฮกเกี้ยนในไทยที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ

3. แซ่ลี้ หรือ แซ่หลี (Li / 李)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: แปลว่า "ต้นพลัม" หรือ "ลูกพลัม" ถือเป็นหนึ่งในแซ่ที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และในประเทศไทยก็มีทายาทสืบเชื้อสายแซ่นี้อยู่เป็นจำนวนมาก มักเชื่อมโยงกับความอุตสาหะและความสำเร็จ

4. แซ่อึ้ง หรือ แซ่หวง (Huang / 黄)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: มีความหมายอันเป็นมงคลแปลว่า "สีเหลือง" ซึ่งในวัฒนธรรมจีนโบราณสีเหลืองคือสีของจักรพรรดิและความมั่งคั่ง เป็นตระกูลใหญ่ที่สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจในเมืองไทยไว้มากมาย

5. แซ่โง้ว หรือ แซ่อู๋ (Wu / 吴)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: มีต้นกำเนิดมาจากชื่อแคว้นโบราณในประวัติศาสตร์จีน สื่อถึงความยิ่งใหญ่และการมีอำนาจ เป็นแซ่ที่แพร่หลายอย่างมากในกลุ่มชาวจีนตอนใต้ที่อพยพเข้ามารับราชการและทำธุรกิจในไทย

6. แซ่โค้ว หรือ แซ่สวี่ (Xu / 许)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: มีความหมายสื่อถึงการยอมรับ การยกย่อง หรือความซื่อสัตย์ เป็นตระกูลที่มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานในแถบชายฝั่งทะเลของจีนก่อนจะขยายสาขาเข้ามาสู่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ของไทย

7. แซ่เตีย หรือ แซ่จาง (Zhang / 张)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: แปลตามรูปอักษรโบราณหมายถึง "ผู้โก่งธนู" หรือ "การแผ่ขยาย" สื่อถึงความแข็งแกร่งและความก้าวหน้า เป็นอีกหนึ่งแซ่ทรงอิทธิพลที่มีประชากรหนาแน่นในหลายมณฑลของจีนและส่งต่อมาถึงไทย

8. แซ่แต้ หรือ แซ่เจิ้ง (Zheng / 郑)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: มีที่มาจากชื่อรัฐโบราณในยุคชุนชิว สื่อถึงความประณีตและความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ชาวไทยเชื้อสายจีนแซ่แต้จำนวนมากได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลไทยที่มีความหมายมงคลในปัจจุบัน

9. แซ่เล่า หรือ แซ่หลิว (Liu / 别)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: เป็นแซ่ของราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ในอดีต มีความหมายดั้งเดิมเกี่ยวข้องกับอาวุธและความเด็ดขาด เป็นตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีทายาทสืบสายเลือดกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

10. แซ่เฮ้ง หรือ แซ่หวัง (Wang / 王)

  • ความหมายทางประวัติศาสตร์: แปลตรงตัวว่า "พระราชา" หรือ "กษัตริย์" แม้จะเป็นแซ่ที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศจีน แต่สำหรับในไทยจะอยู่ในอันดับที่สิบเนื่องจากสัดส่วนการอพยพของประชากรแต่ละมณฑลที่แตกต่างกัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References)
  • สมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย (The Tchew Association of Thailand): ข้อมูลสถิติและการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมตระกูลแซ่ต่างๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีน
  • สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: งานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์และการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนอพยพในสมัยรัตนโกสินทร์
  • National Statistics Bureau of China: ข้อมูลเปรียบเทียบการจัดอันดับความหนาแน่นของประชากรตามตระกูลแซ่ในจีนตอนใต้