จอดแช่ระวังโดน EV Station PluZ ปรับค่าจอดแช่ สูงสุด 10 บาทต่อนาที
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/99527/ev0s.jpgจอดแช่ระวังโดน EV Station PluZ ปรับค่าจอดแช่ สูงสุด 10 บาทต่อนาที

จอดแช่ระวังโดน EV Station PluZ ปรับค่าจอดแช่ สูงสุด 10 บาทต่อนาที

แชร์เรื่องนี้

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จกับ EV Station PluZ ต้องรู้ไว้ เพราะล่าสุดมีการประกาศมาตรการใหม่เกี่ยวกับ ค่าปรับกรณีชาร์จเสร็จแล้วไม่ถอดหัวชาร์จและไม่นำรถออกจากช่องจอด หรือที่หลายคนเรียกว่า “จอดแช่หลังชาร์จเสร็จ” มาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วยเพิ่มการหมุนเวียนการใช้งานหัวชาร์จ ลดปัญหาผู้ใช้รายอื่นต้องรอคิว และทำให้การใช้งานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีความเป็นระเบียบมากขึ้น โดยจะมีผลกับทั้งหัวชาร์จ AC และ DC ในทุกสถานีของ EV Station PluZ

เช็กค่าปรับได้ผ่านแอป EV Station PluZ

EV Station PluZ ระบุว่า ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบค่าปรับได้ผ่านแอปพลิเคชัน EV Station PluZ และจะมี Notification แจ้งเตือนเมื่อมีค่าปรับเกิดขึ้น

ดังนั้นผู้ใช้รถ EV ที่ชาร์จผ่านแอปนี้ ควรเปิดการแจ้งเตือนไว้เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดการแจ้งเตือนเมื่อชาร์จเสร็จ หรือเมื่อระบบเริ่มคิดค่าปรับ

2

ระบบจะเริ่มคิดค่าปรับเมื่อไหร่?

เงื่อนไขสำคัญคือ หากการชาร์จสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ใช้งานต้องถอดหัวชาร์จและนำรถออกจากช่องจอดภายใน 3 นาที

หากไม่ถอดหัวชาร์จและไม่นำรถออกภายในเวลาที่กำหนด ระบบจะเริ่มคิดค่าปรับ โดยคิดกับทุกสถานี ทุกหัวชาร์จ ทั้ง AC และ DC

  • ชาร์จเสร็จแล้ว มีเวลาผ่อนผัน 3 นาที
  • หากเกิน 3 นาที ระบบเริ่มคิดค่าปรับ
  • คิดค่าปรับทั้งหัวชาร์จ AC และ DC
  • มี Notification แจ้งเตือนผ่านแอป

อัตราค่าปรับ EV Station PluZ

อัตราค่าปรับจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นช่วงเปิดระบบ ก่อนปรับเป็นอัตราปกติในเดือนถัดไป

ช่วงเวลา อัตราค่าปรับ
9 มิถุนายน - 30 มิถุนายน 2569 1 บาทต่อนาที
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป 10 บาทต่อนาที

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป หากชาร์จเสร็จแล้วจอดแช่นาน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว เช่น จอดแช่ 10 นาที เท่ากับ 100 บาท หรือ 1 ชั่วโมง เท่ากับ 600 บาท

1

ระบบชำระค่าปรับอย่างไร?

สำหรับการชำระค่าปรับ EV Station PluZ ระบุว่า ระบบจะเรียกเก็บผ่านช่องทางชำระเงินที่ผูกไว้กับบัญชีผู้ใช้งาน

การเรียกเก็บจะเกิดขึ้นในเวลา 14.00 น. ของวันถัดไป และจะแยกจากรายการค่าชาร์จตามปกติ เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้ชัดเจน

  • เรียกเก็บผ่านช่องทางชำระเงินที่ผูกกับบัญชี
  • ตัดยอดเวลา 14.00 น. ของวันถัดไป
  • แยกรายการค่าปรับออกจากค่าชาร์จ
  • สามารถตรวจสอบผ่านแอป EV Station PluZ ได้

โดยสาเหตุที่ต้องมีการคิดค่าปรับปัญหาที่ผู้ใช้รถ EV มักพบคือ เมื่อไปถึงสถานีชาร์จแล้วหัวชาร์จไม่ว่าง แต่รถที่เสียบอยู่กลับชาร์จเสร็จแล้วและยังไม่ถูกย้ายออกจากช่องจอด

พฤติกรรมนี้ทำให้ผู้ใช้รายอื่นเสียเวลา รอคิวนานขึ้น และทำให้หัวชาร์จถูกใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ การคิดค่าปรับจึงเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้กลับมานำรถออกทันทีหลังชาร์จเสร็จ โดยเทียบตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้

เวลาจอดแช่หลังเริ่มคิดค่าปรับ ค่าปรับโดยประมาณ
10 นาที 100 บาท
30 นาที 300 บาท
1 ชั่วโมง 600 บาท
2 ชั่วโมง 1,200 บาท


ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าชาร์จตามปกติ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่เสียบชาร์จแล้วเดินไปทำธุระ รับประทานอาหาร หรือเข้าห้างเป็นเวลานาน

ผู้ใช้รถ EV ควรทำอย่างไร?

เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ผู้ใช้รถ EV ควรวางแผนก่อนเสียบชาร์จ และตรวจสอบเวลาชาร์จผ่านแอปอย่างสม่ำเสมอ

  • เปิด Notification ของแอป EV Station PluZ
  • ตั้งนาฬิกาปลุกตามเวลาชาร์จโดยประมาณ
  • ตรวจสอบสถานะการชาร์จผ่านแอปเป็นระยะ
  • กลับมาถอดหัวชาร์จทันทีเมื่อชาร์จเสร็จ
  • นำรถออกจากช่องชาร์จภายใน 3 นาทีหลังชาร์จสิ้นสุด
  • หลีกเลี่ยงการเสียบชาร์จแล้วปล่อยรถทิ้งไว้นาน

มาตรการนี้สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องมีระเบียบการใช้งานมากขึ้น เพราะจำนวนรถ EV เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หัวชาร์จในบางพื้นที่ยังมีจำนวนจำกัด ค่าปรับจอดแช่อาจดูเป็นภาระสำหรับผู้ใช้บางคน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ช่วยให้ผู้ใช้รายอื่นมีโอกาสเข้าถึงหัวชาร์จได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะช่วงเดินทางไกล วันหยุด หรือสถานีที่มีคิวหนาแน่น

สำหรับผู้ใช้ EV สิ่งสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่แค่หาสถานีชาร์จให้เจอ แต่ต้องบริหารเวลาให้ดี และเคลื่อนย้ายรถออกทันทีเมื่อชาร์จเสร็จ เพื่อไม่ให้กระทบคนอื่นและไม่ต้องเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น ดังนั้นแล้วชาร์จไฟเสร็จควรดึงออกจะเป็นการดีที่สุด จะได้ไม่เป็นปัญหากับคนอื่นเช่นเดียวกัน

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Facebook EV Station PluZ