Honda ปรับแผนธุรกิจปี 2026 ดันรถไฮบริด 15 รุ่นใหม่ทั่วโลก ทบทวนลงทุน EV

Honda ปรับแผนธุรกิจปี 2026 ดันรถไฮบริด 15 รุ่นใหม่ทั่วโลก ทบทวนลงทุน EV

Honda ปรับแผนธุรกิจปี 2026 ดันรถไฮบริด 15 รุ่นใหม่ทั่วโลก ทบทวนลงทุน EV
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Honda Motor เปิดแผนธุรกิจปี 2026 โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับสภาพตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการรถไฮบริดที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันด้านต้นทุนที่เข้มข้นขึ้น และทิศทางรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่ยังต้องประเมินตามความต้องการของแต่ละภูมิภาค

โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานกรรมการบริหารและ Global CEO ของ Honda ได้สรุปทิศทางของ Honda ในปี 2026 ว่าจะให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะกลางถึงระยะยาว

 hondamotorbusinessbrief-

Honda ตั้งเป้ากำไรเพิ่มขึ่น

Honda ระบุว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา และจัดสรรทรัพยากรไปยังตลาดสำคัญ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวม ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน ให้ได้มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572 ซึ่งหากทำได้จะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของ Honda

3 แนวทางหลักในการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์

Honda วางแนวทางหลักสำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไว้ 3 ด้าน ได้แก่

  • การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นตลาดและผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสเติบโตสูง
  • การยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิต ทั้งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้โรงงานยืดหยุ่นขึ้น
  • การใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดต้นทุน และใช้ประโยชน์จากซัพพลายเออร์ท้องถิ่น

hondamotorbusinessbrief-_1

รถไฮบริดจะเป็นหัวใจสำคัญ

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ Honda จะปรับการจัดสรรทรัพยากรด้านการพัฒนาและการผลิตไปยัง รถยนต์ไฮบริด มากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มรถที่มีความต้องการสูงในตลาดปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป Honda จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบไฮบริดและแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด โดยมีแผนเปิดตัวรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่รวม 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030

ตลาดหลักที่ Honda จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ อเมริกาเหนือ และในปี 2029 บริษัทยังมีแผนเปิดตัวรถไฮบริดขนาดใหญ่ในกลุ่ม D-Segment ขึ้นไป เพิ่มเติมด้วย

prototypesnext-genhybridmo

ลดต้นทุนระบบไฮบริดใหม่มากกว่า 30%

Honda ตั้งเป้าลดต้นทุนของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้ลดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบไฮบริดที่เปิดตัวในปี 2023

ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า 10% โดยผสานระบบไฮบริดใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ และระบบขับเคลื่อน AWD แบบไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้าด้วยกัน

พูดง่าย ๆ คือ Honda ไม่ได้มองไฮบริดเป็นแค่ทางเลือกประหยัดน้ำมัน แต่ต้องการทำให้รถไฮบริดรุ่นใหม่ขับสนุก มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ดีขึ้นตามแนวทางของแบรนด์

เผยต้นแบบ Honda Hybrid Sedan และ Acura Hybrid SUV

ในแผนครั้งนี้ Honda ยังเผยโฉมรถต้นแบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ซึ่งมีแผนเปิดจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า

แม้ยังไม่มีรายละเอียดเชิงลึกของสเปกแต่ละรุ่น แต่ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Honda กำลังเตรียมรุกตลาดไฮบริดอย่างจริงจังกว่าเดิม โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ที่รถไฮบริดยังตอบโจทย์ทั้งราคา ระยะทาง และโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า EV ในบางพื้นที่

ADAS เจเนอเรชันใหม่ มาในปี 2028

นอกจากระบบขับเคลื่อน Honda ยังเดินหน้าพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS เจเนอเรชันใหม่ โดยมีแผนเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2028

บริษัทตั้งเป้าติดตั้งระบบ ADAS รุ่นใหม่นี้ในรถยนต์มากกว่า 15 รุ่น ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งสะท้อนว่ารถ Honda รุ่นใหม่ในอนาคตจะไม่ได้เปลี่ยนแค่ขุมพลัง แต่ยังเพิ่มความฉลาดและความปลอดภัยด้านการขับขี่มากขึ้น

ญี่ปุ่น อินเดีย และอเมริกาเหนือ คือ 3 ตลาดสำคัญ

Honda กำหนดให้ อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นตลาดหลักสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยจะจัดสรรทรัพยากรไปยังภูมิภาคเหล่านี้มากขึ้น

ในญี่ปุ่น Honda จะขยายไลน์อัป EV โดยเฉพาะกลุ่มรถ Kei car รวมถึงเตรียมเปิดตัว N-BOX EV ในปี 2028 และจะเริ่มทยอยเปิดตัวรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่พร้อม ADAS รุ่นใหม่ โดยเริ่มจาก All-new Vezel (บางตลาดรวมถึงไทยเรียกว่า HR-V)

ส่วนอินเดีย Honda เตรียมพัฒนารถรุ่นใหม่สำหรับตลาดอินเดียโดยเฉพาะในปี 2028 ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถความยาวไม่เกิน 4 เมตร และรถขนาดกลาง พร้อมตั้งบริษัท Honda Digital Innovation India เพื่อสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการต่าง ๆ ในตลาดนี้

ขณะที่จีน Honda จะปรับแนวทางแข่งขันด้วยการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานและเทคโนโลยีจากซัพพลายเออร์ท้องถิ่นมากขึ้น รวมถึงพัฒนารถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV บนแพลตฟอร์มร่วมกับพันธมิตรในจีน

hondamotorbusinessbrief-_2 

Honda ใช้ AI ลดเวลาพัฒนารถใหม่

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Honda จะใช้แนวคิด “Triple Half” เพื่อลด 3 สิ่งลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2025 ได้แก่

  • ต้นทุนการพัฒนา
  • ระยะเวลาการพัฒนา
  • ปริมาณภาระงานในการพัฒนา

Honda จะนำการจำลองสภาพแวดล้อมดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาใช้ในขั้นตอนออกแบบ ทดสอบ และผลิตช่วงต้น เพื่อทำให้กระบวนการพัฒนารถมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทตั้งเป้าลดระยะเวลาการพัฒนารถรุ่น Minor Change ลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป ส่วนรถรุ่น Full Model Change จะเริ่มลดเวลาพัฒนาลงครึ่งหนึ่งจากโปรเจ็กต์ที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาในปี 2028 เป็นต้นไป

EV ยังเดินหน้าต่อ แต่ลงทุนระมัดระวังขึ้น

แม้ Honda จะหันมาเน้นไฮบริดมากขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง แต่บริษัทระบุว่ายังคงมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และยังเดินหน้าวางรากฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม Honda จะประเมินความต้องการ EV ในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะปรับงบประมาณบางส่วนที่เคยวางไว้สำหรับ EV ไปยังรถไฮบริดแทน และควบคุมการลงทุนด้าน EV ให้อยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านล้านเยน

Honda ยังตัดสินใจระงับโครงการสร้างห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในแคนาดาออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทบทวนกลยุทธ์การจัดซื้อและการลงทุนตามสภาพตลาด

ASIMO OS จะไม่ได้อยู่แค่ใน EV

ในระยะกลางถึงยาว Honda ระบุว่าจะนำระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาใช้ไม่เฉพาะกับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่รถยนต์ไฮบริดด้วย

เป้าหมายคือยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารและการเดินทาง ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะและซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ หรือ E&E Architecture 

แผนลงทุน 3 ปี รวม 6.2 ล้านล้านเยน

ในช่วง 3 ปีจนถึงปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029 Honda วางแผนลงทุนรวม 6.2 ล้านล้านเยน แบ่งเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ 1.0 ล้านล้านเยน, กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถไฮบริด 4.4 ล้านล้านเยน และการลงทุน EV ที่ควบคุมไว้ราว 0.8 ล้านล้านเยน

Honda คาดว่าจะสามารถจัดการผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV ได้ทั้งหมดภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029 และตั้งเป้าผลตอบแทนจากเงินลงทุน หรือ ROIC ที่ 10% ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2031 

สรุปปิดท้าย

ภาพรวมจากแผนธุรกิจปี 2026 ของ Honda สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้หยุดเดินหน้า EV แต่เลือกปรับจังหวะให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รถไฮบริดยังมีความต้องการสูง และสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้จำนวนมากได้ทั้งด้านราคา ความประหยัด และความสะดวกในการใช้งาน

กลยุทธ์สำคัญจึงอยู่ที่การเร่งพัฒนารถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลก ลดต้นทุนระบบไฮบริด เพิ่มประสิทธิภาพน้ำมัน ใช้ AI ลดเวลาพัฒนารถ และค่อย ๆ วางรากฐานด้าน EV, ซอฟต์แวร์ และ ASIMO OS สำหรับอนาคต

สำหรับผู้บริโภค นี่อาจหมายความว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นรถ Honda ไฮบริดรุ่นใหม่ ๆ มากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่และระบบซอฟต์แวร์ที่ฉลาดขึ้น ขณะที่ EV ของ Honda จะยังเดินหน้าต่อ แต่ภายใต้แผนลงทุนที่รัดกุมและยืดหยุ่นกว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล