.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
เติมผิดชีวิตเปลี่ยน! สรุปน้ำมันแต่ละชนิด "ต่างกันยังไง" แบบไหนเติมแล้วรอด-พัง
น้ำมันแต่ละสีคืออะไร? เปิดคู่มือชนิดน้ำมันและสีที่คนใช้รถต้องรู้ จะได้ไม่พลาดเผลอทำรถพังโดยไม่รู้ตัว
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหัวจ่ายน้ำมันที่ปั๊มถึงมีหลายสี? การเลือกน้ำมันให้ถูกประเภทไม่เพียงแต่ช่วยถนอมเครื่องยนต์ แต่ยังช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้นด้วย มาดูสรุปชัดๆ กัน

1. กลุ่มแก๊สโซฮอล์ (Gasohol): เบนซินผสมเอทานอล
กลุ่มยอดฮิตสำหรับรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ เป็นน้ำมันเบนซินที่นำมาผสมกับเอทานอลเพื่อช่วยลดมลพิษและราคาถูกลง
-
แก๊สโซฮอล์ 91 (E10) - สีเขียว: ค่าออกเทนพื้นฐาน เหมาะสำหรับรถทั่วไปที่เน้นใช้งานปกติ
-
แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) - สีส้ม: ออกเทนสูงกว่า เผาไหม้ดี ลดอาการเครื่องน็อก เหมาะกับรถรุ่นใหม่หรือรถที่ใช้ความเร็ว
-
แก๊สโซฮอล์ E20 - สีน้ำตาล: มีเอทานอล 20% ราคาถูกลง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (รถปี 2010 ขึ้นไปส่วนใหญ่รองรับ)
-
แก๊สโซฮอล์ E85 - สีม่วง: มีเอทานอลสูงถึง 85% ค่าออกเทนสูงมาก แต่ให้พลังงานต่อลิตรน้อย (ต้องเป็นรถ Flex Fuel เท่านั้น)
2. กลุ่มเบนซิน (Gasoline) - สีเหลืองใส
น้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ 100% ไม่ผสมเอทานอล ให้พลังงานสูงที่สุด เครื่องยนต์เดินเรียบ เหมาะสำหรับรถยุโรปเก่า รถสปอร์ตสมรรถนะสูง หรือเครื่องยนต์ขนาดเล็ก
3. กลุ่มดีเซล (Diesel)
ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่มีหัวเทียน เน้นแรงบิดสูงสำหรับการบรรทุก
-
ดีเซลหมุนเร็ว (B7/B10): สีเหลืองธรรมชาติ เกรดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป
-
ดีเซล B20: สีแดง มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20% เหมาะสำหรับรถกระบะหรือรถบรรทุกที่ระบุว่ารองรับ

น้ำมันแต่ละชนิด ต่างกันอย่างไร?
| ประเภทน้ำมัน | ค่าออกเทนโดยประมาณ | สัดส่วนเอทานอล | พลังงานโดยประมาณ (MJ/ลิตร) | คำอธิบาย | เหมาะกับรถประเภทใด? |
| Gasohol 91 | 91 | 10% | ∼32 | ทนแรงอัดได้ระดับพื้นฐานเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป | รถยนต์เครื่องมาตรฐาน / รถทั่วไป |
| Gasohol 95 | 95 | 10% | ∼33 | ทนแรงอัดสูงลดโอกาสน็อกเผาไหม้ได้ดีกว่า | รถใหม่, เครื่องเทอร์โบ, รถวิ่งประจำ |
| E20 | 95 | 20% | ∼30 | มีเอทานอลมากขึ้นแต่ยังให้ค่าออกเทนสูง | รถรองรับ E20(ส่วนใหญ่ปี 2010 ขึ้นไป) |
| E85 | ∼105 | 70-85% | ∼24-25 | ทนแรงอัดได้สูงมาก แต่ให้พลังงานน้อย ใช้ในระบบเฉพาะ | รถ Flex Fuel เท่านั้น |
| เบนซิน 95 (ไร้เอทานอล) | 95 | 0% | ∼34 | ไม่มีเอทานอลใช้สาร *MTBE เพิ่มออกเทนแทน | รถยุโรปเก่า/รถสปอร์ต/เครื่องแรง |
| ดีเซล B7 / B10 / B20 | -(ใช้ค่าซีเทนแทน) | 0% | ∼36-38 | จุดระเบิดเร็วใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่มีหัวเทียน | รถดีเซล/กระบะ/รถใช้งานหนัก/วิ่งไกล |
สาระน่ารู้: MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) คือสารที่ใส่ในเบนซิน 95 เพื่อเพิ่มค่าออกเทนแทนการใช้เอทานอลนั่นเอง
3 กฎเหล็ก "ต้องรู้" ก่อนเลี้ยวเข้าปั๊ม
-
ค่าออกเทน (Octane): ยิ่งสูงยิ่งทนต่อการจุดระเบิดเองได้ดี ช่วยลดอาการ "เครื่องน็อก" ในเครื่องยนต์แรงๆ
-
เอทานอล (Ethanol): แอลกอฮอล์จากพืชที่ช่วยให้เผาไหม้สะอาด ลดฝุ่น PM แต่ให้พลังงานต่อลิตรน้อยกว่าเบนซินเพียวๆ
-
พลังงานต่อลิตร: ดีเซลให้พลังงานสูงสุด วิ่งได้ระยะทางไกลกว่าน้ำมันประเภทอื่นๆ ในปริมาณที่เท่ากัน
รวมคำถามยอดฮิต "เติมผสมกันได้ไหม?"
คำถาม : แก๊สโซฮอล์ 95 กับ 91 ผสมกันได้ไหม?
- คำตอบ : "ได้" เพราะมีส่วนผสมเอทานอลเท่ากัน (10%) เพียงแต่ค่าออกเทนจะเฉลี่ยกันไป ไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์
คำถาม : เบนซินกับดีเซลผสมกันได้ไหม?
- คำตอบ : "ไม่ได้เด็ดขาด" ระบบจุดระเบิดทำงานต่างกัน ถ้าเติมผิดห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด ต้องรีบถ่ายน้ำมันออกทันที ไม่งั้นเครื่องพังยับ
คำถาม : เติม E85 ผสมกับน้ำมันอื่นได้ไหม?
- คำตอบ : ทำได้ "เฉพาะรถที่รองรับ E85 (Flex Fuel)" เท่านั้น หากรถทั่วไปเติมอาจทำให้ท่อยางและระบบเชื้อเพลิงเสียหายได้
สรุปสั้นๆ: ก่อนเข้าปั๊ม เช็กที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือรถให้ชัวร์ เลือกน้ำมันที่มีค่าออกเทนตามสเปก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยของรถคุณ