เติมผิดชีวิตเปลี่ยน! สรุปน้ำมันแต่ละชนิด "ต่างกันยังไง" แบบไหนเติมแล้วรอด-พัง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/98740/all(2).jpgเติมผิดชีวิตเปลี่ยน! สรุปน้ำมันแต่ละชนิด "ต่างกันยังไง" แบบไหนเติมแล้วรอด-พัง

เติมผิดชีวิตเปลี่ยน! สรุปน้ำมันแต่ละชนิด "ต่างกันยังไง" แบบไหนเติมแล้วรอด-พัง

แชร์เรื่องนี้

น้ำมันแต่ละสีคืออะไร? เปิดคู่มือชนิดน้ำมันและสีที่คนใช้รถต้องรู้ จะได้ไม่พลาดเผลอทำรถพังโดยไม่รู้ตัว

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหัวจ่ายน้ำมันที่ปั๊มถึงมีหลายสี? การเลือกน้ำมันให้ถูกประเภทไม่เพียงแต่ช่วยถนอมเครื่องยนต์ แต่ยังช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้นด้วย มาดูสรุปชัดๆ กัน

final-aw-ptt-ebook_compressed

1. กลุ่มแก๊สโซฮอล์ (Gasohol): เบนซินผสมเอทานอล

กลุ่มยอดฮิตสำหรับรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ เป็นน้ำมันเบนซินที่นำมาผสมกับเอทานอลเพื่อช่วยลดมลพิษและราคาถูกลง

  • แก๊สโซฮอล์ 91 (E10) - สีเขียว: ค่าออกเทนพื้นฐาน เหมาะสำหรับรถทั่วไปที่เน้นใช้งานปกติ

  • แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) - สีส้ม: ออกเทนสูงกว่า เผาไหม้ดี ลดอาการเครื่องน็อก เหมาะกับรถรุ่นใหม่หรือรถที่ใช้ความเร็ว

  • แก๊สโซฮอล์ E20 - สีน้ำตาล: มีเอทานอล 20% ราคาถูกลง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (รถปี 2010 ขึ้นไปส่วนใหญ่รองรับ)

  • แก๊สโซฮอล์ E85 - สีม่วง: มีเอทานอลสูงถึง 85% ค่าออกเทนสูงมาก แต่ให้พลังงานต่อลิตรน้อย (ต้องเป็นรถ Flex Fuel เท่านั้น)

2. กลุ่มเบนซิน (Gasoline) - สีเหลืองใส

น้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ 100% ไม่ผสมเอทานอล ให้พลังงานสูงที่สุด เครื่องยนต์เดินเรียบ เหมาะสำหรับรถยุโรปเก่า รถสปอร์ตสมรรถนะสูง หรือเครื่องยนต์ขนาดเล็ก

3. กลุ่มดีเซล (Diesel)

ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่มีหัวเทียน เน้นแรงบิดสูงสำหรับการบรรทุก

  • ดีเซลหมุนเร็ว (B7/B10): สีเหลืองธรรมชาติ เกรดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป

  • ดีเซล B20: สีแดง มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20% เหมาะสำหรับรถกระบะหรือรถบรรทุกที่ระบุว่ารองรับ

final-aw-ptt-ebook_compressed_1

น้ำมันแต่ละชนิด ต่างกันอย่างไร?

ประเภทน้ำมัน ค่าออกเทนโดยประมาณ สัดส่วนเอทานอล พลังงานโดยประมาณ (MJ/ลิตร) คำอธิบาย เหมาะกับรถประเภทใด?
Gasohol 91 91 10% ∼32 ทนแรงอัดได้ระดับพื้นฐานเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป รถยนต์เครื่องมาตรฐาน / รถทั่วไป
Gasohol 95 95 10% ∼33 ทนแรงอัดสูงลดโอกาสน็อกเผาไหม้ได้ดีกว่า รถใหม่, เครื่องเทอร์โบ, รถวิ่งประจำ
E20 95 20% ∼30 มีเอทานอลมากขึ้นแต่ยังให้ค่าออกเทนสูง รถรองรับ E20(ส่วนใหญ่ปี 2010 ขึ้นไป)
E85 ∼105 70-85% ∼24-25 ทนแรงอัดได้สูงมาก แต่ให้พลังงานน้อย ใช้ในระบบเฉพาะ รถ Flex Fuel เท่านั้น
เบนซิน 95 (ไร้เอทานอล) 95 0% ∼34 ไม่มีเอทานอลใช้สาร *MTBE เพิ่มออกเทนแทน รถยุโรปเก่า/รถสปอร์ต/เครื่องแรง
ดีเซล B7 / B10 / B20 -(ใช้ค่าซีเทนแทน) 0% ∼36-38 จุดระเบิดเร็วใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่มีหัวเทียน รถดีเซล/กระบะ/รถใช้งานหนัก/วิ่งไกล

สาระน่ารู้: MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) คือสารที่ใส่ในเบนซิน 95 เพื่อเพิ่มค่าออกเทนแทนการใช้เอทานอลนั่นเอง

3 กฎเหล็ก "ต้องรู้" ก่อนเลี้ยวเข้าปั๊ม

  1. ค่าออกเทน (Octane): ยิ่งสูงยิ่งทนต่อการจุดระเบิดเองได้ดี ช่วยลดอาการ "เครื่องน็อก" ในเครื่องยนต์แรงๆ

  2. เอทานอล (Ethanol): แอลกอฮอล์จากพืชที่ช่วยให้เผาไหม้สะอาด ลดฝุ่น PM แต่ให้พลังงานต่อลิตรน้อยกว่าเบนซินเพียวๆ

  3. พลังงานต่อลิตร: ดีเซลให้พลังงานสูงสุด วิ่งได้ระยะทางไกลกว่าน้ำมันประเภทอื่นๆ ในปริมาณที่เท่ากัน

รวมคำถามยอดฮิต "เติมผสมกันได้ไหม?"

คำถาม : แก๊สโซฮอล์ 95 กับ 91 ผสมกันได้ไหม?

  • คำตอบ : "ได้" เพราะมีส่วนผสมเอทานอลเท่ากัน (10%) เพียงแต่ค่าออกเทนจะเฉลี่ยกันไป ไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์

คำถาม : เบนซินกับดีเซลผสมกันได้ไหม?

  • คำตอบ : "ไม่ได้เด็ดขาด" ระบบจุดระเบิดทำงานต่างกัน ถ้าเติมผิดห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด ต้องรีบถ่ายน้ำมันออกทันที ไม่งั้นเครื่องพังยับ

คำถาม : เติม E85 ผสมกับน้ำมันอื่นได้ไหม?

  • คำตอบ : ทำได้ "เฉพาะรถที่รองรับ E85 (Flex Fuel)" เท่านั้น หากรถทั่วไปเติมอาจทำให้ท่อยางและระบบเชื้อเพลิงเสียหายได้

สรุปสั้นๆ: ก่อนเข้าปั๊ม เช็กที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือรถให้ชัวร์ เลือกน้ำมันที่มีค่าออกเทนตามสเปก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยของรถคุณ