อยากซื้อ EV ต้องอ่าน! 5 เรื่องจริงที่คนใช้รถไฟฟ้าเจอเต็มๆ แต่ไม่ค่อยมีใครบอก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/98527/ev-5-t.jpgอยากซื้อ EV ต้องอ่าน! 5 เรื่องจริงที่คนใช้รถไฟฟ้าเจอเต็มๆ แต่ไม่ค่อยมีใครบอก

อยากซื้อ EV ต้องอ่าน! 5 เรื่องจริงที่คนใช้รถไฟฟ้าเจอเต็มๆ แต่ไม่ค่อยมีใครบอก

แชร์เรื่องนี้

รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องความประหยัด เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง การใช้งานจริงก็มีรายละเอียดที่หลายคนอาจยังไม่รู้ หรือรู้ตอนใช้ไปแล้วเท่านั้น ที่สามารถบอกคุณได้ เหมือนกับเก็บความเจ็บใจไม่อยากบอกใคร

Sanook Auto จะมาเล่ากับ “เรื่องจริง” ของคนใช้รถ EV ที่ไม่ได้แย่ แต่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ใช้งานได้แบบไม่พลาดและไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง

5 เรื่องที่คนใช้รถไฟฟ้ารู้แต่จำต้องปิด

1. ขับทางไกลต้องวางแผนมากกว่าที่คิด

ต่างจากรถน้ำมันที่เติมแล้วไปได้เลย การใช้รถ EV โดยเฉพาะเวลาออกต่างจังหวัด ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ทั้งการเช็กสถานีชาร์จ ระยะทาง และระดับแบตเตอรี่

บางครั้งยังต้องมีแผนสำรอง หากจุดชาร์จเต็มหรือใช้งานไม่ได้ ยิ่งช่วงเทศกาล การเดินทางอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะถ้าไฟหมดก็คือ ดับเรียกรถสไลด์เพื่อนยากเลย

 gettyimages-1003369244-170667

2.  จะชาร์จไฟทีถ้าไม่จอง ได้สวมบท "นักรบหน้าตู้"

หนึ่งในประสบการณ์ที่ผู้ใช้ EV หลายคนเจอคือปัญหาการใช้จุดชาร์จร่วมกัน เช่น รถจอดแช่นานเกินไป หรือจองคิวแล้วไม่มา

ทำให้บางครั้งการชาร์จรถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้ใช้งานร่วมด้วย

3. รถหนัก ช่วงล่างย้วย

ด้วยความที่รถ EV มีน้ำหนักมากกว่ารถน้ำมันจากแบตเตอรี่ ส่งผลให้ยางและช่วงล่างสึกหรอเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะการขับแบบเร่งแรงหรือใช้งานหนัก หลายครั้งที่เพื่อนๆ คุณบอกว่ามึนหัวก็ไม่ใช่ใคร เกิดจากช่วงล่างรถ EV นั่นแหล่ะ

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงเป็นอีกจุดที่ควรเผื่อไว้ในการทำช่วงล่างใหม่ แม้จะประหยัดค่าน้ำมันได้มากก็ตาม

 gettyimages-2236979068-170667

4. เลิกคิดราคาขายต่อไปเลย!

แม้ว่ารถไฟฟ้าจะมีราคาที่ถูกแล้ว แต่ว่าตลาดรถ EV มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและราคา ทำให้รถรุ่นใหม่มักได้สเปกดีกว่าในราคาถูกลง

ส่งผลให้ราคามือสองของรถ EV บางรุ่นลดลงเร็วกว่ารถทั่วไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา

5. ประกันแพง

แม้รถ EV จะประหยัดค่าเดินทาง และหลายคันก็มีประกันชั้น 1 แต่พอจะต่อปีต่อไปกลับกลายเป็นราคาแพง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากประเทศจีน จนทำให้ท้อเวลาที่จะต่อประกัน เพราะมันแพงกว่ารถสันดาบและไฮบริตเป็นเท่าตัวเลยนะ แถมชนขึ้นมามักจะไม่ซ่อมคืนซากไปเลย

แล้วจริงๆ รถ EV เหมาะกับใคร

ที่พูดไปฟังแล้วดูว่าไม่ดีเลยนะ แต่จริงๆ แล้วการเลือกรถ EV ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ใช้รถในเมืองเป็นหลัก ต้องการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และชอบเทคโนโลยีใหม่ และรับได้กับหลากหลายๆ อย่าง 

แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจข้อจำกัดบางอย่างของการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนชาร์จ การดูแลรถ หรือแนวโน้มราคาตลาด เพื่อให้ตัดสินใจได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด ถ้ารู้ก่อน ใช้จริงก็สบายกว่า และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การใช้รถไฟฟ้า “คุ้มจริง” มากกว่าที่หลายคนคิดอย่างแน่นอน