รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องความประหยัด เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง การใช้งานจริงก็มีรายละเอียดที่หลายคนอาจยังไม่รู้ หรือรู้ตอนใช้ไปแล้วเท่านั้น ที่สามารถบอกคุณได้ เหมือนกับเก็บความเจ็บใจไม่อยากบอกใคร
Sanook Auto จะมาเล่ากับ “เรื่องจริง” ของคนใช้รถ EV ที่ไม่ได้แย่ แต่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ใช้งานได้แบบไม่พลาดและไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง
5 เรื่องที่คนใช้รถไฟฟ้ารู้แต่จำต้องปิด
1. ขับทางไกลต้องวางแผนมากกว่าที่คิด
ต่างจากรถน้ำมันที่เติมแล้วไปได้เลย การใช้รถ EV โดยเฉพาะเวลาออกต่างจังหวัด ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ทั้งการเช็กสถานีชาร์จ ระยะทาง และระดับแบตเตอรี่
บางครั้งยังต้องมีแผนสำรอง หากจุดชาร์จเต็มหรือใช้งานไม่ได้ ยิ่งช่วงเทศกาล การเดินทางอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะถ้าไฟหมดก็คือ ดับเรียกรถสไลด์เพื่อนยากเลย

2. จะชาร์จไฟทีถ้าไม่จอง ได้สวมบท "นักรบหน้าตู้"
หนึ่งในประสบการณ์ที่ผู้ใช้ EV หลายคนเจอคือปัญหาการใช้จุดชาร์จร่วมกัน เช่น รถจอดแช่นานเกินไป หรือจองคิวแล้วไม่มา
ทำให้บางครั้งการชาร์จรถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้ใช้งานร่วมด้วย
3. รถหนัก ช่วงล่างย้วย
ด้วยความที่รถ EV มีน้ำหนักมากกว่ารถน้ำมันจากแบตเตอรี่ ส่งผลให้ยางและช่วงล่างสึกหรอเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะการขับแบบเร่งแรงหรือใช้งานหนัก หลายครั้งที่เพื่อนๆ คุณบอกว่ามึนหัวก็ไม่ใช่ใคร เกิดจากช่วงล่างรถ EV นั่นแหล่ะ
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงเป็นอีกจุดที่ควรเผื่อไว้ในการทำช่วงล่างใหม่ แม้จะประหยัดค่าน้ำมันได้มากก็ตาม

4. เลิกคิดราคาขายต่อไปเลย!
แม้ว่ารถไฟฟ้าจะมีราคาที่ถูกแล้ว แต่ว่าตลาดรถ EV มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและราคา ทำให้รถรุ่นใหม่มักได้สเปกดีกว่าในราคาถูกลง
ส่งผลให้ราคามือสองของรถ EV บางรุ่นลดลงเร็วกว่ารถทั่วไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา
5. ประกันแพง
แม้รถ EV จะประหยัดค่าเดินทาง และหลายคันก็มีประกันชั้น 1 แต่พอจะต่อปีต่อไปกลับกลายเป็นราคาแพง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากประเทศจีน จนทำให้ท้อเวลาที่จะต่อประกัน เพราะมันแพงกว่ารถสันดาบและไฮบริตเป็นเท่าตัวเลยนะ แถมชนขึ้นมามักจะไม่ซ่อมคืนซากไปเลย
แล้วจริงๆ รถ EV เหมาะกับใคร
ที่พูดไปฟังแล้วดูว่าไม่ดีเลยนะ แต่จริงๆ แล้วการเลือกรถ EV ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ใช้รถในเมืองเป็นหลัก ต้องการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และชอบเทคโนโลยีใหม่ และรับได้กับหลากหลายๆ อย่าง
แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจข้อจำกัดบางอย่างของการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนชาร์จ การดูแลรถ หรือแนวโน้มราคาตลาด เพื่อให้ตัดสินใจได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด ถ้ารู้ก่อน ใช้จริงก็สบายกว่า และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การใช้รถไฟฟ้า “คุ้มจริง” มากกว่าที่หลายคนคิดอย่างแน่นอน
