.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
5 พฤติกรรมเปิด "ไฟฉุกเฉิน" สุดอันตราย ที่คนใช้รถใช้ถนนมักเข้าใจผิด เห็นบ่อยมาก
เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า หรือเมื่อต้องขับรถผ่านสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ คำถามที่ตามมาคือ "เราควรเปิดไฟฉุกเฉินหรือไม่?" เพราะหากสังเกตบนท้องถนน เราจะเห็นพฤติกรรมการใช้ไฟฉุกเฉินที่หลากหลาย จนบางครั้งสร้างความสับสนและอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้
วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ "ไฟฉุกเฉิน" อย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักความปลอดภัยสากล เพื่อให้การขับขี่ของคุณปลอดภัยและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ไฟฉุกเฉินคืออะไร? มีไว้เพื่ออะไร?
ไฟฉุกเฉิน คือสัญญาณไฟเลี้ยวทั้งซ้ายและขวาที่กะพริบพร้อมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ ตามกฎหมายจราจรทางบกและหลักความปลอดภัยสากล มีวัตถุประสงค์เดียวคือ "เพื่อเตือนให้ผู้ร่วมทางทราบว่ารถของคุณกำลังประสบปัญหาและจอดนิ่งอยู่กับที่" หรือเป็นอุปสรรคต่อการจราจร เพื่อให้รถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
3 ความเข้าใจผิดที่เห็นบ่อย แบบไหน "ห้ามทำ" เด็ดขาด!
1. เปิดไฟฉุกเฉินตอนฝนตกหนัก / หมอกลงจัด
คำตอบ: ห้ามทำเด็ดขาด
-
ทำไมถึงห้าม: การเปิดไฟฉุกเฉินขณะรถวิ่งจะทำให้ผู้ร่วมทาง "แยกไม่ออก" ว่ารถคุณกำลังจอดเสียหรือกำลังวิ่งอยู่ และที่อันตรายที่สุดคือ คุณจะไม่สามารถใช้ไฟเลี้ยวได้ เมื่อต้องการเปลี่ยนเลน รถคันหลังอาจสับสนและชนท้ายได้
-
สิ่งที่ควรทำ: เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก (ถ้ามี) เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย หากฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางจริงๆ ให้หาที่จอดที่ปลอดภัยพ้นผิวการจราจรแล้วจึงเปิดไฟฉุกเฉิน
2. เปิดไฟฉุกเฉินตอนข้ามสี่แยก (ทางตรง)
คำตอบ: เป็นพฤติกรรมที่อันตรายมาก
-
ทำไมถึงห้าม: หากคุณเปิดไฟฉุกเฉินขณะข้ามแยก รถที่มาจากด้านซ้ายจะเห็นเพียงไฟกะพริบด้านซ้าย (คิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้าย) ส่วนรถที่มาจากด้านขวาจะเห็นเพียงไฟกะพริบด้านขวา (คิดว่าคุณจะเลี้ยวขวา) ทำให้รถทั้งสองฝั่งตัดสินใจขับออกมาตัดหน้าจนเกิดอุบัติเหตุกลางแยกได้
-
สิ่งที่ควรทำ: ชะลอความเร็ว มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจ และขับผ่านไปโดยไม่ต้องเปิดสัญญาณไฟใดๆ
3. เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อขอเข้าที่จอดรถในห้าง
คำตอบ: ไม่จำเป็นและสร้างความสับสน
-
ทำไมถึงห้าม: การเปิดไฟฉุกเฉินทำให้รถคันที่ตามมาไม่รู้ว่าคุณจะเลี้ยวเข้าซองด้านซ้ายหรือขวา
-
สิ่งที่ควรทำ: เปิดไฟเลี้ยวไปในทิศทางที่ซองจอดว่างอยู่เพื่อให้รถคันหลังเข้าใจเจตนาได้ชัดเจน
แล้วเมื่อไหร่ที่ "ควรเปิด" ไฟฉุกเฉิน?
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เราควรเปิดไฟฉุกเฉินในสถานการณ์ดังต่อไปนี้เท่านั้น:
-
รถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ: เมื่อรถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้และต้องจอดนิ่งบนผิวการจราจร หรือไหล่ทาง
-
เป็นคันสุดท้ายของแถวที่เบรกกะทันหัน: ในกรณีขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเจอรถติดหนักข้างหน้าแบบกะทันหัน สามารถเปิดไฟฉุกเฉินสั้นๆ (3-5 วินาที) เพื่อเตือนคันหลังให้ระวังแรงกระแทกจากเบรก เมื่อคันหลังเบรกชะลอตามแล้วให้ปิดทันที
-
กำลังลากจูงรถ: เพื่อส่งสัญญาณให้รถคันอื่นทราบว่าเป็นรถที่เคลื่อนที่ช้าและมีความคล่องตัวต่ำ
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ไฟฉุกเฉินพร่ำเพรื่อเปรียบเสมือนการ "ตะโกนบอกว่ามีภัย" ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ความสำคัญของสัญญาณไฟนี้ลดลง (The Boy Who Cried Wolf) เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง รถคันอื่นอาจจะไม่ทันระวัง ดังนั้น "ใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อรถหยุดนิ่งและเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น" คือกฎเหล็กที่นักขับมือโปรควรยึดถือ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล:
-
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 56 และ มาตรา 11
-
กรมการขนส่งทางบก (Department of Land Transport)
-
คู่มือการขับขี่ปลอดภัย (Safe Driving Manual) โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)