เปิด Checklist การบำรุงรักษา EV ที่คนรักรถต้องรู้
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/98176/car_ev_service.jpgเปิด Checklist การบำรุงรักษา EV ที่คนรักรถต้องรู้

เปิด Checklist การบำรุงรักษา EV ที่คนรักรถต้องรู้

แชร์เรื่องนี้

หลายคนที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคงมีคำถามว่า ถ้ามีรถไฟฟ้า ไม่เห็นมีเครื่องยนต์ ทำไมต้องเข้าศูนย์บริการเพราะอะไร วันนี้ Sanook Auto จะมาไขเรื่องนี้ว่าเวลารถยนต์ไฟฟ้าเข้าศูนย์ต้องทำอะไรบ้าง

เปิดรายการเช็ครถไฟฟ้าที่ศูนย์มักจะทำให้คุณ

1. ตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ 

ต้องยอมรับว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนที่พังแล้วขะเสียเงินได้เยอะโดยเฉพาะ แบตเตอรี่ เมื่อเข้าศูนย์แล้ว ช่างจะใช้เครื่องมือพิเศษเชื่อมต่อกับระบบ OBD ของรถเพื่อตรวจสอบ State of Health (SOH) ของแบตเตอรี่แรงดันสูงว่ายังเก็บไฟได้ดีแค่ไหน มีเซลล์ไหนผิดปกติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความแน่นหนาของจุดเชื่อมต่อสายไฟต่าง ๆ เพื่อป้องกันการลัดวงจร

2. ตรวจสอบยางและระบบเบรก 

รถ EV มีน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมากจากแบตเตอรี่และมีแรงบิดมหาศาล ทำให้ "ยาง" สึกหรอไวกว่ารถน้ำมันทั่วไป ดังนั้นแล้วมักจะมีการเข้าศูนย์เพื่อจะ สลับยางและตั้งศูนย์ เพื่อให้หน้ายางสึกเท่ากันและยืดอายุการใช้งาน หรือแม้จะมีระบบ Regenerative Braking ช่วยชะลอรถ แต่ช่างยังต้องเช็กผ้าเบรกและ "น้ำมันเบรก" ตามรอบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

3. อัปเดตซอฟต์แวร์ 

รถ EV ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์เป็นหลัก การเข้าศูนย์จะเป็นการอัปเดต Firmware ใหม่ๆ ที่บางครั้งอาจจะช่วยให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น ชาร์จไวขึ้น หรือเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับตัวรถ เหมือนการอัปเดตระบบปฏิบัติการมือถือนั่นเอง

4. ระบบระบายความร้อน (Thermal Management)

แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ถูกกับความร้อนครับ รถ EV จึงมีระบบหล่อเย็นที่ซับซ้อน ช่างจะทำการตรวจเช็กระดับ Coolant (น้ำยาหล่อเย็น) และตรวจสอบการทำงานของปั๊มน้ำเพื่อให้มั่นใจว่าระบบคุมอุณหภูมิยังทำงานได้ดีเยี่ยมแม้ในวันที่อากาศร้อนจัด

5. ไส้กรองอากาศและที่ปัดน้ำฝน

และสุดท้ายกับเรื่องพื้นฐานก็ยังทิ้งไม่ได้ครับ ศูนย์จะทำการเปลี่ยน ไส้กรองแอร์ (Cabin Filter) เพื่อให้อากาศในห้องโดยสารสะอาด รวมถึงเช็กสภาพใบปัดน้ำฝนและเติมน้ำยาฉีดกระจกให้พร้อมใช้งานเสมอ

ถึงแม้ค่าบำรุงรักษาของ EV จะต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด แต่การเข้าศูนย์ตามระยะยังคงเป็นเรื่องจำเป็นครับ นอกจากเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการรักษา "เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่" (ที่มักจะยาวนาน 8 ปี) ให้ยังคงอยู่กับเราไปนานๆ