ไขข้อข้องใจ "ล้างรถ" ใช้ "น้ำยาล้างจาน-แชมพู" ได้ไหม

ไขข้อข้องใจ "ล้างรถ" ใช้ "น้ำยาล้างจาน-แชมพู" ได้ไหม

ไขข้อข้องใจ "ล้างรถ" ใช้ "น้ำยาล้างจาน-แชมพู" ได้ไหม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำยาล้างรถหมดเกลี้ยง! ใช้อะไรแทนได้บ้าง? "น้ำยาล้างจาน-แชมพูสระผม" ใช้ได้ไหม?

เชื่อว่าคนรักรถหลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์นี้... วันหยุดสุดสัปดาห์ เตรียมถังน้ำ สายยาง ฟองน้ำพร้อมจะขัดสีฉวีวรรณลูกรักให้เงาวับ แต่พอกดขวดน้ำยาล้างรถดู... "อ้าว! หมดเกลี้ยง" วินาทีนั้นสายตาเรามักจะเหลือบไปเห็นขวด "น้ำยาล้างจาน" หรือ "แชมพูสระผม" ในห้องน้ำ แล้วเกิดคำถามในใจว่า "เอาน่า... มันก็มีฟองเหมือนกัน ใช้แก้ขัดไปก่อนได้ไหม?" วันนี้ผมในฐานะคนรักรถ จะมาไขข้อข้องใจนี้ให้กระจ่างตามหลักวิทยาศาสตร์และการดูแลสีรถครับ ว่าอะไร "รอด" และอะไร "ร่วง"

1. น้ำยาล้างจาน : "ตัวร้ายทำลายแว็กซ์"

นี่คือสิ่งที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด! หลายคนคิดว่ามันขจัดคราบมันได้ดี รถก็น่าจะสะอาด แต่ช้าก่อน

ความจริงคือ: น้ำยาล้างจานถูกออกแบบมาเพื่อ "ขจัดไขมันสัตว์และคราบหนัก" ซึ่งมีฤทธิ์ในการชะล้างรุนแรงมาก

  • ผลเสีย: มันจะชะล้าง Wax (แว็กซ์) หรือ Sealant (น้ำยาเคลือบเงา) ที่คุณเพียรพยายามเคลือบไว้จนเกลี้ยง! ทำให้รถของคุณขาดเกราะป้องกัน รังสี UV และคราบสกปรกจะทำร้ายชั้นสีรถ (Clear Coat) ได้โดยตรง

  • ใช้ได้กรณีเดียว: เมื่อคุณตั้งใจจะ "ล้างลอกแว็กซ์เก่า" เพื่อเตรียมผิวรถสำหรับการเคลือบแก้วหรือลงแว็กซ์ใหม่ชุดใหญ่เท่านั้น (Strip Wash)

2. แชมพูสระผม / สบู่เหลว : "ทิ้งคราบ ทิ้งรอย"

หลายคนคิดว่าแชมพูอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ก็น่าจะอ่อนโยนต่อรถ... ก็ถูกครึ่งหนึ่ง แต่มันไม่เหมาะ

ความจริงคือ: แชมพูสระผมและครีมอาบน้ำ มักมีส่วนผสมของ "มอยส์เจอร์ไรเซอร์" (Moisturizer), น้ำมันบำรุง หรือซิลิโคน เพื่อให้ผมนุ่มลื่น

  • ผลเสีย: สารบำรุงเหล่านี้จะทิ้ง "ฟิล์มบางๆ" (Residue) ไว้บนผิวรถ ทำให้ล้างออกยาก รถดูหมอง ไม่ใสเงางาม และอาจทิ้งคราบน้ำ ได้ง่ายกว่าเดิม

  • สรุป: ไม่แนะนำให้ใช้ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจริงๆ และต้องเป็นแชมพูสูตรธรรมดาที่สุด ไม่ผสมครีมนวด

3. ผงซักฟอก : "หายนะของสีรถ"

อันนี้ขอห้ามเด็ดขาด! อย่าหาทำ 

ความจริงคือ: ผงซักฟอกมีความเป็นด่างสูงมากและมีเม็ดบีดส์หรือผงที่ละลายไม่หมด ซึ่งมีความหยาบ

  • ผลเสีย: นอกจากจะกัดสีรถให้ซีดจางแล้ว เม็ดผงซักฟอกยังทำหน้าที่เหมือนกระดาษทรายเบอร์ละเอียด ขัดถูจนเกิด "รอยขนแมว" (Swirl Marks) ทั่วทั้งคัน

แล้วถ้าหมดจริง... ใช้อะไรแทนได้ดีที่สุด?

หากคุณจำเป็นต้องล้างรถวันนี้จริงๆ และหาน้ำยาล้างรถไม่ได้เลย ทางเลือกที่ "เจ็บตัวน้อยที่สุด"  คือ

  1. น้ำเปล่า (Water Only): ดีที่สุด ฉีดน้ำแรงดันเพื่อไล่ฝุ่นโคลน แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพดีเช็ดเบาๆ (แต่ต้องระวังรอยขีดข่วนเพราะไม่มีสารหล่อลื่นจากโฟม) วิธีนี้เหมาะกับรถที่มีฝุ่นเกาะ ไม่เลอะโคลนหนัก

  2. แชมพูเด็ก (Baby Shampoo): หากต้องใช้สารทำความสะอาดจริงๆ "แชมพูเด็กสูตรอ่อนโยน" (pH Neutral) คือทางเลือกแก้ขัดที่ดีที่สุด เพราะมีความเป็นกลาง ไม่กัดแว็กซ์ และล้างออกง่ายกว่าแชมพูผู้ใหญ่ แต่ความเงางามจะไม่เท่าแชมพูล้างรถเฉพาะทาง

  3. น้ำยาเคลือบสีรถชนิดทำความสะอาด (Waterless Wash / Detailer Spray): ถ้าในโรงรถคุณมีสเปรย์เก็บฝุ่น (Quick Detailer) ให้ใช้ตัวนี้ฉีดและเช็ดแทนการล้างน้ำครับ สะอาดและเงากว่าด้วย

บทสรุปสำหรับคนรักรถ

"น้ำยาล้างรถ ไม่ได้มีดีแค่ฟองครับ แต่มันถูกออกแบบมาให้มีค่า pH Balance (เป็นกลาง) และมี สารหล่อลื่น ที่ช่วยห่อหุ้มเม็ดทรายไม่ให้ขูดขีดสีรถตอนเราถูฟองน้ำ

ดังนั้น หากน้ำยาหมด "การขับรถออกไปซื้อใหม่" หรือ "ล้างน้ำเปล่า" คือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเอาสีรถราคาหลักล้านไปเสี่ยงกับน้ำยาล้างจานราคาหลักสิบ

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล