4 เคล็ดลับขับรถให้ "ประหยัดน้ำมัน" เซฟเงินในกระเป๋าแถมช่วยถนอมเครื่องยนต์!

4 เคล็ดลับขับรถให้ "ประหยัดน้ำมัน" เซฟเงินในกระเป๋าแถมช่วยถนอมเครื่องยนต์!

4 เคล็ดลับขับรถให้ "ประหยัดน้ำมัน" เซฟเงินในกระเป๋าแถมช่วยถนอมเครื่องยนต์!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

4 เทคนิคขับรถให้ประหยัดน้ำมัน: เซฟเงินในกระเป๋า พร้อมถนอมเครื่องยนต์ให้ใช้ได้นาน

ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน การปรับพฤติกรรมการขับขี่เพียงเล็กน้อยไม่เพียงแต่จะช่วย ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการ ถนอมเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนต่างๆ ของรถให้เสื่อมสภาพช้าลงอีกด้วย วันนี้เรามี 4 เทคนิคขับรถให้ประหยัดน้ำมันง่ายๆ ที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันทีในทุกการเดินทางครับ

1. รักษาความเร็วให้คงที่ (Sweet Spot)

การขับรถด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอในช่วง 80-90 กม./ชม. ถือเป็นช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเผาผลาญเชื้อเพลิง การรักษาความเร็วในระดับนี้อย่างต่อเนื่องสามารถช่วย ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้เฉลี่ยถึง 20% เมื่อเทียบกับการขับขี่ที่ความเร็วไม่คงที่

2. ขับขี่ให้นิ่มนวล "ไม่เบิ้ล ไม่กระชาก"

พฤติกรรมการเหยียบคันเร่งจนมิดหรือการเร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำมันถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้ตามน้ำหนักเท้า ยิ่งเท้าหนักเท่าไหร่ น้ำมันก็ยิ่งหายไปเร็วเท่านั้น โดยควรค่อยๆ เติมคันเร่งอย่างนิ่มนวล ออกตัวให้สมูท และใช้ความเร็วให้สม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้โดยอัตโนมัติ

3. เลี่ยงการเบรกกะทันหัน หมั่นสังเกตทาง

การเร่งแล้วเบรกอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง ไม่เพียงแต่จะทำให้เครื่องยนต์และเกียร์ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น แต่ยังส่งผลเสียต่อระบบเบรกและยางรถยนต์ด้วย โดยให้หมั่นสังเกตสถานการณ์รอบข้างและมองไปข้างหน้าไกลๆ หากเห็นสิ่งกีดขวางหรือสัญญาณไฟแดง ให้ใช้วิธี ถอนคันเร่งเพื่อชะลอความเร็ว แทนการเหยียบเบรกกะทันหัน ซึ่งจะช่วยยืดอายุผ้าเบรกและรักษาสภาพหน้ายางได้เป็นอย่างดี

4. ตรวจเช็คลมยางให้พอดีอยู่เสมอ

ลมยางที่ผิดปกติส่งผลโดยตรงต่อการกินน้ำมัน:

  • หากลมยางอ่อนเกินไป: หน้าสัมผัสยางกับถนนจะมากขึ้น เกิดแรงเสียดทานสูง เครื่องยนต์จึงต้องออกแรงดึงมากกว่าปกติ

  • หากลมยางแข็งเกินไป: แม้จะลื่นไหลดีแต่จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลงและขับขี่ไม่นุ่มนวล

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่เพียงเล็กน้อยตามเทคนิคข้างต้น ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณ ประหยัดเงินในกระเป๋า ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลรักษารถคู่ใจให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ลดความเสี่ยงในการซ่อมบำรุงหนัก และที่สำคัญที่สุดคือช่วยเพิ่ม ความปลอดภัย ให้กับตัวคุณและเพื่อนร่วมทางในทุกการเดินทางครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก 

  1. ขับขี่ปลอดภัย by DLT

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล