สื่อนอกคาด ตลาดรถ EV ยังมีความอ่อนไหว บางแบรนด์อาจจะปิดตัวในปี 2026

สื่อนอกคาด ตลาดรถ EV ยังมีความอ่อนไหว บางแบรนด์อาจจะปิดตัวในปี 2026

สื่อนอกคาด ตลาดรถ EV ยังมีความอ่อนไหว บางแบรนด์อาจจะปิดตัวในปี 2026
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกวันนี้เราเห็นรายวันคือยอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด (เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาพุ่งขึ้นถึง 87%) แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น "รอยร้าว" ในอุตสาหกรรมยานยนต์จีนกำลังขยายตัวจนน่าตกใจ

สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง South China Morning Post (SCMP) รายงานว่า ปี 2026 จะเป็น "ปีแห่งการคัดสรร" (The Great Shakeout) ที่โหดร้ายที่สุด ผู้ผลิตรถ EV จีนกว่า 50 รายที่ยังขาดทุน อาจต้องเผชิญชะตากรรมปิดโรงงานหรือล้มหายตายจากไป 

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ายอดขายรถใหม่ในจีนปี 2026 จะ "หดตัวลง 5%" ซึ่งถือว่าหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยมีปัจจัยรุมเร้า 3 เด้งคือ

1. รัฐเลิก "เปย์" (Subsidies Cut)

ยาหอมที่เคยช่วยพยุงชีพค่ายรถกำลังจะหมดฤทธิ์ ในเดือนมกราคมนี้ รัฐบาลจีนจะตัดสินชะตาว่าจะต่ออายุเงินอุดหนุน Trade-in 20,000 หยวนหรือไม่ ที่แน่ๆ คือ "มาตรการยกเว้นภาษีซื้อ 10%" ได้สิ้นสุดลงแล้ว และจะเริ่มเก็บภาษี 5% ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป (ก่อนจะเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วยในปี 2028)

2. สงครามราคาที่ "เจ็บตัวฟรี"

การหั่นราคาขายแข่งกันทำให้รถ EV เข้าถึงง่ายก็จริง แต่มันกัดกินกำไรของบริษัทจนเหี้ยนเตียน นักวิเคราะห์จาก AlixPartners ประเมินว่าจะมีเพียง 10% ของแบรนด์รถ EV จีนเท่านั้นที่สามารถทำกำไรและอยู่รอดได้ในระยะยาว

3. นักลงทุน "เมิน"

ยุคตื่นทองจบลงแล้ว นักลงทุนเริ่มมองออกว่าใครคือของจริง ใครคือของปลอม ทำให้แบรนด์ที่ไม่มีกำไรจะหาเงินทุนมาหมุนเวียนยากขึ้นเรื่อยๆ

 batch_leapmotor-a10-b03x-1-co

ใครคือ "ผู้รอดชีวิต"?

ในสมรภูมินี้ ผู้ชนะที่ชัดเจนคือบิ๊กเนมที่ทำกำไรได้แล้วอย่าง BYD, Li Auto และ Seres ซึ่งมีความแข็งแกร่งพอที่จะบุกตลาดต่างประเทศเพื่อหาทางรอดใหม่ๆ

ท่ามกลางข่าวร้าย Leapmotor (ที่มี Stellantis ถือหุ้น) กลับกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุด ล่าสุดได้รับเงินอัดฉีดก้อนโตจาก FAW Group รัฐวิสาหกิจยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน เข้าซื้อหุ้น 5% มูลค่ากว่า 534 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ทำให้ Leapmotor เป็นเอกชนรายแรกที่ได้รับเงินทุนจากรัฐวิสาหกิจโดยตรง

  • เป้าหมายปี 2026: ตั้งเป้าส่งมอบรถ 1 ล้านคัน (หากทำได้จะขึ้นแท่นเบอร์ 3 ของจีน รองจาก BYD และ Geely)
  • ผลงานปี 2025: แค่ 11 เดือนแรก กวาดไปแล้วกว่า 536,132 คัน


แม้ตอนนี้ยังเป็นช่วงต้นของปี 2026 การเลือกซื้อรถ EV จีนจากนี้ไป นอกจากดูสเปกและราคาแล้ว ต้องดู "ความมั่นคงของบริษัทแม่" ด้วย เพราะแบรนด์ที่ท่านซื้อวันนี้ อาจเสี่ยงปิดตัวในวันหน้า ส่วนใครที่เล็งแบรนด์ใหญ่อย่าง BYD หรือดาวรุ่งอย่าง Leapmotor ก็เบาใจได้เปราะหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ต้องดูกันในระยะยาวต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล