สัญญาณเตือน "เบรกเฟด" อันตรายถึงชีวิด รู้ก่อนเกิดพร้อมวิธีแก้ปัญหา

เวลาคุณขับรถที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายบางครั้งก็ต้องมีเร่ง และ เบรกบ้าง แต่ถ้าอยู่ดีๆ จำเป็นต้องเบรกแต่รถเบรกช้าลงจนอันตราย นั่นคืออาการ "เบรกเฟด" (Brake Fade) แล้วเกิดได้อย่างไร วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบทั้งวิธีสังเกตอาการและแก้ปัญหาก่อนเกิด ที่คุณควรรู้
"เบรกเฟด" คืออะไร?
อาการ เบรกเฟด คือ ภาวะที่ระบบเบรกสูญเสียประสิทธิภาพในการหยุดรถ เกิดจาก "ความร้อนสะสมที่สูงเกินไป" ในระบบเบรก หรือในระบบเบรกเกิดความเสียหาย
สังเกตได้ง่ายเมื่อคุณเหยียบเบรก ผ้าเบรกจะไปเสียดสีกับจานเบรกเพื่อสร้างแรงเสียดทาน และชะลอรถ แต่เมื่อการเสียดสีนั้นเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือรุนแรงต่อเนื่อง (เช่น การขับรถลงเขาชันยาวๆ หรือการเบรกหนักๆ ในสนามแข่ง) ความร้อนจะสะสมจนเกินขีดจำกัดที่ระบบเบรกจะรับไหว ทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลงอย่างรวดเร็ว
โดยทั่วไป เบรกเฟดแบ่งได้ 2 สาเหตุหลัก
- เฟดจากผ้าเบรก (Pad Fade): เกิดจากความร้อนสูงจนทำให้วัสดุในผ้าเบรกเสื่อมสภาพชั่วขณะ หรือเกิดเป็นฟิล์มก๊าซบางๆ เคลือบระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก ทำให้ความฝืด (สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน) ลดลง
- เฟดจากน้ำมันเบรก (Fluid Fade): นี่คืออาการที่อันตรายมาก! เกิดจากความร้อนสูงจนทำให้น้ำมันเบรก "เดือด" (Brake fluid boiling) โดยเฉพาะในน้ำมันเบรกเก่าที่ดูดซับความชื้นไว้ เมื่อน้ำมันเบรกเดือด จะกลายสภาพจากของเหลวเป็น "ฟองอากาศ" ในระบบ และเนื่องจากอากาศสามารถบีบอัดตัวได้ เมื่อคุณเหยียบเบรก แรงดันที่ส่งไปจึงไปบีบอัดฟองอากาศแทนที่จะไปดันลูกสูบเบรก ผลคือ เบรกจม หรือ เบรกหาย
สัญญาณเตือน! อาการเบรกเฟด สังเกตอย่างไร?
เบรกเฟดนั้นเช็คได้ไม่ยากแต่ต้องสังเกตโดยมีวิธีดังนี้
- กดแป้นเบรคกแล้วรถหยุดช้าลง
- กดแป้นเบรคแล้วจมลึกแต่รถไม่หยุด
- เบรกแล้วมีอาการยวบๆ ไม่สู้เท้า
- เบรกแล้วแข็งแต่รถไม่หยุด
- หรือได้กลิ่นไหมเวลาเบรก
เบรกเฟดอันตรายแค่ไหน
ต้องบอกว่าอันตรายมากเพราะการที่รถเกิดเบรกเฟด เท่ากันคุณจะไม่สามารถหยุดรถได้ ซึ่งอาจจะทำให้รถพุ่งลงข้างทาง, ชนรถข้างหน้า และรวมถึงตกเหวเวลาลงเข้าก็ได้เช่นกัน
วิธีแก้ปัญหา เบรคเฟต
เห็นแบบนี้แล้วเรามาดูวิธีรับมือหากเบรกเฟดดังนี้
- หากคุณกำลังขุบรถลงเข้าขับรถลงเขา! ให้ใช้เกียร์ต่ำ (เช่น D2, L, หรือใช้ Paddle Shift ลดเกียร์) เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยหน่วงความเร็วรถแทนการ "เหยียบเบรกแช่" หรือ "เลียเบรก" ตลอดทาง
- หากคุณขับทางปกติ ให้เข้าเกียร์ว่าง หรือเกียร์ N แล้วขอเข้าข้างทาง พยายามให้เกิดเหตุให้น้อยที่สุด
- ใช้เบรคมือ โดยค่อยๆ กดให้ระบนั้นค่อยๆ หยุดรถเอง หากเป็นเบรกมือไฟฟ้ากดแล้วค่อยๆ ประคองรถเข้าข้างทาง
- รอจนกว่าเบรคเย็นแล้วค่อนยเดินทางต่อ แต่ถ้ารถมีเครื่องหมายเบรกสีแดงออก แม้ว่าจะปลดเบรกมือแล้ว ให้โทรหาช่างหรือศูนย์บริการเพื่อนำรถเข้ามาแก้ไข

วิธีป้องกันและดูแล
เพื่อไม่ให้เกิดป้ญหาดังกล่าวแนะนำว่า จะต้องดูสิ่งที่อยู่กับรถบบเบรคดังนี้
- เช็คและเลปี่ยนน้ำมเบรก เพราะ น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติดูดความชื้น (Hygroscopic) ยิ่งเก่ายิ่งมีน้ำปนเปื้อน ทำให้จุดเดือดต่ำลง ควรเปลี่ยนทุก 1-2 ปี หรือตามคู่มือกำหนด
- ตรวจสอบผ้าเบรคกว่าอยู่ในสภาพปกติหรือไม่
- ใช้เกรดผ้าเบรกที่เหมาะสมกับงานเช่นถ้าคุณต้องใช้เบรกบ่อยๆ แนะนำว่าหผ้าเบรกที่ทนความร้อน อย่าเน้นของถูกจนทำให้มีปัญหา
เห็นแบบนี้ต้องบอกว่าระบบเบรกสำคัญมาก ควรต้องเช็คตลอดเพราะมันเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุบนท้องถนนที่หลายคนไม่อยากให้เกิดนั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



