Mercedes-Benz Vision Iconic Concept ย้อนยุค 30s ผสานขุมพลัง EV-AI ล้ำโลก

ต้องบอกว่ารถต้นแบบแต่ละคันก็ทำให้หลายคนเห็นแล้วล้ำและตะลึง ล่าสุดนี้ Mercedes-Benz เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Vision Iconic Concept ที่เซี่ยงไฮ้ คูเป้สองประตูสุดหรูคันนี้คือการประกาศชัดเจนว่า Mercedes ยังคงเป็นเจ้าแห่งความสง่างาม โดยผสมผสานสไตล์คลาสสิกแห่งยุค 1930s เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต ทั้งการขับขี่อัตโนมัติระดับสูง และนวัตกรรม 'สีโซลาร์เซลล์' ที่ปฏิวัติวงการ

ดีไซน์ภายนอก ความงามเหนือกาลเวลาที่ฉาบด้วยเทคโนโลยี
Mercedes-Benz Vision Iconic Concept คือการคารวะ "ยุคทองของยานยนต์" ตามคำกล่าวของ Gorden Wagener หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Mercedes-Benz ด้วยสัดส่วนที่สง่างามและทรงพลัง
- แรงบันดาลใจจากอดีต: ตัวรถมีฝากระโปรงหน้าที่ยาวเหยียด, กระจกหน้าลาดเอียง และส่วนท้ายที่โค้งมนอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงตำนานอย่าง 300 SL Gullwing, W111 และ 600 Pullman
- กระจังหน้าเรืองแสง (Iconic Grille): กระจังหน้าทรงตั้งขนาดใหญ่ที่เคยถูกนำมาใช้ใน GLC EV ได้ถูกยกขึ้นมาอยู่บนคอนเซ็ปต์นี้อย่างภาคภูมิ โดยเป็นแผงที่ติดตั้งไฟเรืองแสง พร้อมสัญลักษณ์ ดาวสามแฉกแบบตั้งตรงบนฝากระโปรง ที่สว่างไสว สร้างเอกลักษณ์แห่งยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว

ห้องโดยสาร Art Deco หรูหราล้ำยุคด้วย 'Hyper-Analogue'
ภายในของ Vision Iconic ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Art Deco เน้นความหรูหราสะดวกสบายในแบบ 'Lounge-like Comfort' สำหรับยุคของการขับขี่อัตโนมัติ
- งานฝีมือสุดปราณีต: ใช้เบาะนั่งแบบม้านั่ง (Bench Seat) หุ้มด้วย กำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม เสริมด้วยชิ้นส่วนตกแต่งที่ทำจาก เปลือกหอยมุก (Mother-of-Pearl) และพื้นห้องโดยสารปูด้วยงานฝีมือ ลายฟาง (Straw Marquetry) ซึ่งย้อนยุคไปถึงศตวรรษที่ 17
- แผงหน้าปัด Zeppelin: แผงควบคุมด้านหน้ามาในรูปทรงโปร่งใสคล้ายเรือเหาะ (Zeppelin-shaped) ที่รวมเอามาตรวัดแบบ Analogue ที่เคลื่อนไหวเหมือนนาฬิกาโครโนกราฟหรูหรา พร้อมจอแสดงผลแบบดิจิทัลที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
- พวงมาลัยทรงกลม 4 ก้าน ดีไซน์ย้อนยุค และนาฬิกาคลาสสิก 4 เรือนตรงกลาง ซึ่งหนึ่งในนั้นทำหน้าที่เป็น AI Companion เพิ่มลูกเล่นแห่งอนาคต


นวัตกรรมแห่งอนาคต พลังงานแสงอาทิตย์และสมองกลอัจฉริยะ
Vision Iconic Concept ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ Mercedes กำลังวิจัยเพื่อใช้ในรถ EV รุ่นถัดไป
- สีโซลาร์เซลล์ (Solar Coating): ตัวถังทั้งหมดถูกเคลือบด้วยวัสดุโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพ 20% ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ แต่ยังสามารถสร้างพลังงานเพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุดถึง 12,000 กิโลเมตรต่อปี ภายใต้สภาพอากาศที่เหมาะสม
- ขับขี่อัตโนมัติ Level 4: รองรับการขับขี่อัตโนมัติแบบ Eyes-off, Hands-off บนทางหลวง และการจอดรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
- ระบบ Neuromorphic Computing: คอมพิวเตอร์สำหรับการขับขี่อัตโนมัติที่จำลองการทำงานของสมองมนุษย์ ทำให้การประมวลผล AI ประหยัดพลังงานลงได้ถึง 90% และรวดเร็วกว่าระบบปัจจุบันถึง 10 เท่า
- Steer-by-Wire: ระบบบังคับเลี้ยวแบบไร้กลไก (ไม่มีการเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างพวงมาลัยกับล้อ) ผสานรวมกับระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการควบคุมที่แม่นยำ
แม้ว่า Vision Iconic จะยังเป็นเพียงรถต้นแบบที่ไม่ได้มีแผนเข้าสู่สายการผลิตโดยตรง แต่การออกแบบที่เน้นความหรูหราสง่างามและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างชัดเจนนี้ เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งว่า Mercedes-Benz กำลังเตรียมนำ Flagship Grand Coupe กลับมาสู่ไลน์อัพอีกครั้ง โดยอาจเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับ S-Class Coupe เจเนอเรชันถัดไปที่จะมาพร้อมกับขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบในช่วงปลายทศวรรษนี้
อัลบั้มภาพ 12 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



