ตั้งศูนย์ล้อคืออะไร? ส่วนสำคัญที่ต้องรู้หลังเปลี่ยนยางรถ

ตั้งศูนย์ล้อคืออะไร? ส่วนสำคัญที่ต้องรู้หลังเปลี่ยนยางรถ

ตั้งศูนย์ล้อคืออะไร? ส่วนสำคัญที่ต้องรู้หลังเปลี่ยนยางรถ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 หลับจากที่ Sanook Auto เคยเล่าเรื่องว่ายางเส้นหนึ่งต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ไปแล้ว อีกเรื่องที่หลายคนก็คงอาจจะสงสัยว่า ทำไมเวลาเปลี่ยนยางเสร็จจะมีอีกบริการเข้ามาคือ การตั้งศูนย์และถ่วงล้อรถใหม่ทุกครั้ง ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นแลต้องทำหลังเปลี่ยนอย่างงเพราะอะไร เรามีคำตอบเริ่มกันเลย

 gettyimages-560457627-170667a

การตั้งศูนย์ / ถ่วงล้อ คืออะไร

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกระหว่าง "ตั้งศูนย์" กับ "ถ่วงล้อ" ซึ่งมีผลกับการขับขี่ของคุณแบบชัดเจนต้องแบ่งออกดังนี้

  • ถ่วงล้อ: คือการทำให้ล้อหมุนได้อย่างสมดุล ไม่สั่น โดยการแปะตะกั่วถ่วงน้ำหนักที่กระทะล้อ มักทำตอนเปลี่ยนยางใหม่

  • ตั้งศูนย์ล้อ (Wheel Alignment): คือการปรับ "มุม" ของล้อและระบบช่วงล่างทั้งหมด ให้กลับมาอยู่ในค่ามาตรฐานจากโรงงาน เพื่อให้ล้อทุกวงทำงานสอดประสานกันอย่างถูกต้อง

นึกภาพตามง่ายๆ ครับ เหมือนร่างกายของเราที่ต้องยืนตัวตรง เท้าวางขนานกันเพื่อการเดินที่มั่นคง รถยนต์ก็เช่นกัน ล้อทั้งสี่ต้องมีมุมที่ถูกต้องเพื่อให้รถวิ่งตรง ควบคุมง่าย และปลอดภัย นั่นเอง

 917712

รู้จัก 3 มุมล้อ แคมเบอร์, แคสเตอร์, โท

3 มุมตั้งศูนย์ที่ต้องรู้

การตั้งศูนย์คือการปรับมุมหลักๆ 3 มุมนี้ ไม่ต้องจำให้ปวดหัว แต่ให้เข้าใจคอนเซปต์ก็พอกับตัวรถได้แก่

  1. มุมแคมเบอร์ (Camber) - มุมล้อแบะหรือหุบ

    • มันคืออะไร?: คือมุมของล้อเมื่อเรามองจาก "ด้านหน้ารถ"

    • มีผลยังไง?: ถ้าล้อแบะออกหรือหุบเข้ามากเกินไป จะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นไม่เต็มที่ และเกิดปัญหายางสึกเป็นบั้งๆ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "กินยาง" นั่นเอง (กินขอบใน หรือกินขอบนอก)

  2. มุมแคสเตอร์ (Caster) - มุมทรงตัวของพวงมาลัย

    • มันคืออะไร?: คือมุมของแกนหมุนพวงมาลัยเมื่อมองจาก "ด้านข้างรถ"

    • มีผลยังไง?: มุมนี้สำคัญต่อการควบคุมพวงมาลัยโดยตรง ถ้าค่าถูกต้องจะช่วยให้ พวงมาลัยคืนกลับมาตำแหน่งตรงได้เอง หลังจากเลี้ยว และทำให้รถวิ่งนิ่งที่ความเร็วสูง แต่ถ้าค่าผิดเพี้ยนไป อาจทำให้พวงมาลัยหนักหรือเบาเกินไป

  3. มุมโท (Toe) - มุมล้อหุบหรือถ่างเมื่อมองจากด้านบน

    • มันคืออะไร?: คือมุมของล้อเมื่อเรามองจาก "มุมบน" ว่าล้อคู่หน้ามันชี้เข้าหากัน (Toe-in) หรือชี้ออกจากกัน (Toe-out)

    • มีผลยังไง?: ส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองของพวงมาลัยและการสึกของยาง หากล้อถ่างหรือหุบมากไป จะทำให้หน้ายาง "ครูด" ไปกับพื้นถนนตลอดเวลา เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางสึกหรอไวกว่าปกติ

แล้วเมื่อไหร่ถึงจะต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อ

เมื่อคุณขับรถไปจะมีสัญญาณเหล่านี้ออกมา เมื่อศูนย์ล้อเริ่มเพี้ยนได้เช่น

  • พวงมาลัยเอียง: ขับทางตรง แต่พวงมาลัยไม่ตรง

  • รถดึงไปซ้ายหรือขวา: ต้องคอยขืนพวงมาลัยไว้ตลอดเวลาเพื่อให้รถวิ่งตรง

  • พวงมาลัยสั่น: มีอาการสั่นผิดปกติส่งมาถึงพวงมาลัย

  • ยางสึกไม่เท่ากัน: สังเกตเห็นดอกยางที่ขอบด้านใดด้านหนึ่งสึกเร็วกว่าอย่างชัดเจน

  • พวงมาลัยไม่คืน: หลังจากเลี้ยวแล้วพวงมาลัยไม่ยอมหมุนกลับตำแหน่งกลางเหมือนเดิม

เปลี่ยนยางใหม่ ทำไมต้องตั้งศูนย์ด้วย?

แล้วทำไมเปลี่ยนยางทุกทั้งถึงต้องตั้งศูนย์ใหม่เสมอนั้นก็เพราะเหตุผลต่อไปนี้ 

  1. เพื่อปกป้องยางชุดใหม่ของคุณ: ยางรถยนต์ชุดหนึ่งราคาหลายพันหรือหลายหมื่นบาท การตั้งศูนย์คือการลงทุนเพียงไม่กี่ร้อยบาทเพื่อให้แน่ใจว่ามุมล้อทั้งหมดถูกต้อง ยางชุดใหม่ของคุณจะได้สัมผัสพื้นถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ สึกหรอช้าลง และใช้งานได้คุ้มค่าที่สุด

  2. เพื่อแก้ไขปัญหาเดิมที่ซ่อนอยู่: สาเหตุที่ทำให้ยางชุดเก่าของคุณสึกหรอผิดปกติ ก็คือ "ศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้อง" นั่นเอง การใส่ยางใหม่เข้าไปโดยไม่แก้ที่ต้นเหตุ ก็เท่ากับว่าคุณกำลังจะทำให้ยางชุดใหม่พังเหมือนเดิมเป๊ะๆ

  3. เพื่อให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ที่ค่ามาตรฐาน: การถอด-ใส่ยาง หรือการสลับยาง อาจทำให้ค่าต่างๆ คลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย การตั้งศูนย์จึงเป็นการ "รีเซ็ต" ทุกอย่างให้กลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง

เปรียบง่ายๆ เหมือนคุณซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ราคาแพง แต่กลับไม่ยอมจัดท่าทางการวิ่งให้ถูกต้อง สุดท้ายนอกจากรองเท้าจะพังเร็วแล้ว คุณอาจบาดเจ็บได้อีกด้วย

และนอกจากเปลี่ยนยาง ควรตั้งศูนย์ก็จะเกิดจากเรื่องต่างๆ เข่น

  • เช็ครถตามระยะทาง: ทุกๆ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร หรือปีละครั้ง

  • หลังเกิดอุบัติเหตุ: แม้จะชนไม่แรง ก็ควรเช็กศูนย์ล้อเสมอ

  • เมื่อขับตกหลุมแรงๆ หรือชนขอบทาง: เหตุการณ์เหล่านี้สามารถทำให้มุมล้อเพี้ยนได้ทันที

  • เมื่อมีการซ่อมบำรุงช่วงล่าง: เช่น เปลี่ยนโช้คอัพ, ลูกหมาก, ปีกนก

เรามาสรุปกันว่า การตั้งศูนย์ล้อไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่คือ การลงทุนเพื่อความปลอดภัย, การประหยัด และยืดอายุการใช้งาน ทั้งของยางและชิ้นส่วนช่วงล่าง เมื่อคุณเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ครั้งต่อไปที่คุยกับช่าง คุณจะสามารถสอบถามได้อย่างมั่นใจและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้รถที่คุณรักได้รับการดูแลที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล