เปลี่ยนเกียร์ขณะรถยังไม่หยุดสนิท เสี่ยงเกียร์พังจริงหรือ?

หนึ่งในข้อสงสัยยอดฮิตของผู้ขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติคือ การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จาก D (เดินหน้า) ไปเป็น R (ถอยหลัง) หรือ P (จอด) ในขณะที่รถยังไม่หยุดสนิท จะส่งผลเสียต่อระบบเกียร์หรือไม่? ความเชื่อนี้ถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน และทำให้ผู้ขับขี่หลายคนเกิดความกังวล บทความนี้ Sanook Auto จะมาไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่ถูกต้องกัน
เข้าใจการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ
เพื่อให้เข้าใจถึงความเสี่ยงของการเปลี่ยนเกียร์ขณะรถยังไม่หยุดสนิท เราจำเป็นต้องทราบกลไกการทำงานเบื้องต้นของเกียร์อัตโนมัติ เกียร์อัตโนมัติอาศัยชุดเฟืองหลายชุดที่ทำงานร่วมกับระบบคลัตช์และเบรกภายใน (Bands and Clutches) เพื่อเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ต่างๆ การเปลี่ยนเกียร์จะถูกควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์และแรงดันน้ำมันเกียร์ เมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนตำแหน่งคันเกียร์ ระบบจะสั่งการให้ชุดคลัตช์และเบรกภายในทำงานเพื่อเลือกชุดเฟืองที่เหมาะสมกับตำแหน่งเกียร์นั้นๆ
เปลี่ยนเกียร์ก่อนรถนิ่งสนิทเสี่ยงเกียร์พังอย่างไร?
การพยายามเปลี่ยนเกียร์ไปยังตำแหน่งตรงข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของรถในขณะที่รถยังไม่หยุดสนิท เช่น การเปลี่ยนจาก D ไป R หรือจาก R ไป D จะสร้างภาระให้กับระบบเกียร์อย่างมาก เนื่องจากชุดคลัตช์และเบรกภายในจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหยุดการหมุนของชุดเฟืองหนึ่ง และเริ่มการหมุนของอีกชุดเฟืองหนึ่งในทิศทางตรงกันข้าม แรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการพยายามเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถยังมีโมเมนตัม จะส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนภายในเกียร์โดยตรง ดังนี้
ชุดคลัตช์และเบรกภายในสึกหรอเร็วขึ้น - แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการพยายามหยุดและเปลี่ยนทิศทางการหมุนของชุดเฟืองอย่างรวดเร็ว จะทำให้แผ่นคลัตช์และผ้าเบรกภายในเกียร์สึกหรอเร็วกว่าปกติ เมื่อใช้งานไปนานๆ อาจทำให้คลัตช์ลื่น หรือเบรกจับไม่อยู่ ส่งผลให้การเปลี่ยนเกียร์ไม่ราบรื่น หรือเกียร์ไม่ทำงานในที่สุด
เฟืองเกียร์และชิ้นส่วนอื่นๆ รับแรงกระแทก - แรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถยังเคลื่อนที่ จะส่งผลโดยตรงต่อเฟืองเกียร์ เพลา และชิ้นส่วนอื่นๆ ภายในเกียร์ อาจทำให้ฟันเฟืองบิ่น แตก หรือชิ้นส่วนภายในเกิดความเสียหายได้
น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น - ความร้อนที่เกิดจากการทำงานหนักของชุดคลัตช์และเบรกภายใน จะทำให้อุณหภูมิของน้ำมันเกียร์สูงขึ้น ส่งผลให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ สูญเสียคุณสมบัติในการหล่อลื่นและระบายความร้อน ซึ่งจะยิ่งเร่งการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเกียร์
ข้อควรปฏิบัติเพื่อยืดอายุเกียร์อัตโนมัติ
เพื่อป้องกันความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่รถยังไม่หยุดสนิท ควรรอให้รถหยุดนิ่งสนิทเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปยังตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการ นอกจากนี้ การดูแลรักษาระบบเกียร์ตามระยะทางที่กำหนด เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และไส้กรองเกียร์ตามคู่มือรถ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
การรอให้รถหยุดนิ่งสนิทก่อนทำการเปลี่ยนเกียร์ และการบำรุงรักษาระบบเกียร์ตามระยะ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาเกียร์อัตโนมัติให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
