รีวิว Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic ดาวหรูดวงใหม่ในมาดสปอร์ต

รีวิว Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic ดาวหรูดวงใหม่ในมาดสปอร์ต
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เมอเซเดส-เบนซ์ ถือเป็นแบรนด์หรูคู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยภาพลักษณ์ความหรูหราแบบเต็มเปี่ยม เวลาขับไปไหนมาไหนก็จะได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

     ล่าสุด เมอเซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก็ได้นำเอา อี-คลาส เจเนอเรชั่นใหม่มาให้เศรษฐีชาวไทยได้ควักกระเป๋ากันเป็นที่เรียบร้อย หลังจากเปิดตัวในตลาดโลกได้เพียงไม่นาน ถือเป็นเสือปืนไวที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดรถหรูในบ้านเราก็มีความสำคัญไม่แพ้ตลาดอื่นเลย

 

     Mercedes-Benz E-Class ใหม่ นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 แล้ว ถูกเปิดตัวในบ้านเราครั้งแรกที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ 2016 เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นรถยนต์ในกลุ่ม Contemporary Luxury หรือรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราตามฉบับเมอเซเดส-เบนซ์

     ปัจจุบัน E-Class ใหม่ ทำตลาดในบ้านเราด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ E220d Exclusive และ E220d AMG Dynamic ซึ่งทั้งคู่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเดียวกัน จะแตกต่างกันก็ที่การตกแต่งภายนอก-ภายใน รวมถึงอ็อพชั่นที่ต่างกันออกไป โดยทั้งคู่เป็นรถนำเข้าสำเร็จรูปแบบทั้งคัน (CBU) เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าชาวไทย ส่วนรุ่นประกอบในประเทศก็จะถูกเปิดตัวตามมาอีกครั้ง

 

     สำหรับการทดสอบ อี-คลาส ใหม่ครั้งนี้เป็นเส้นทางกรุงเทพฯ-สัตหีบ ซึ่งก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แต่ก็มีเวลาพอที่จะได้สัมผัสความหรูหราของรถหรูตราดาวคันนี้กันอย่างจุใจ โดยคันที่เราได้รับทดสอบเป็นรุ่น E220d AMG Dynamic ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดที่วางจำหน่ายในขณะนี้ มาพร้อมฟังก์ชั่นที่มีให้เล่นเยอะสุด แถมยังหล่อขึ้นด้วยชุดแต่งจาก AMG รอบคัน

     ภายนอกของ E-Class ใหม่ ถูกออกแบบในแนวทางเดียวกับ C-Class และ S-Class อย่างไม่มีผิดเพี้ยน หากมองแบบเผินๆในช่วงแรก เราแทบจะแยกความแตกต่างกันไม่ออกระหว่างอีคลาสกับซีคลาสเลยทีเดียว เพราะทั้งคู่ต่างมีเส้นสายที่ดูคล้ายกันมาก

 

     รูปลักษณ์ภายนอกของ E220d AMG Dynamic ติดตั้งไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์หรูหรา พร้อม Daytime Running Light แบบไฟเบอร์ออพติกที่ออกแบบให้มีข้างละ 2 เส้นเช่นเดียวกับโฉมที่แล้ว มาพร้อมระบบ ILS – Intelligent Light System ที่สามารถปรับรูปแบบการส่องสว่างได้ตามสภาพการขับขี่

     รวมถึงยังติดตั้งระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist ที่ช่วยให้สามารถเปิดไฟสูงค้างไว้โดยไม่แยงสายตาผู้ร่วมทางคันอื่น ด้วยการทำงานประสานกันระหว่างกล้องที่ติดตั้งไว้บริเวณกระจกบังลมหน้าและไฟหน้าที่ประกอบด้วยหลอด LED จำนวนกว่า 84 ดวง จะคอยตรวจจับรถคันอื่นๆ รวมถึงป้ายจราจร และลดไฟหน้าลงเฉพาะส่วนเพื่อไม่ให้ไฟสูงไปกระทบกับวัตถุนั้นๆ

 

     ในรุ่น AMG Dynamic ติดตั้งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตแบบ 2 เส้น พร้อมโลโก้เมอเซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ จานเบรกด้านหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน ปั๊มสัญลักษณ์เมอเซเดส-เบนซ์ไว้บนคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า มาพร้อมล้ออัลลอยจาก AMG ดีไซน์แบบ 5 ก้านคู่ขนาด 19 นิ้ว และยางแบบรันแฟลตขนาด 245/40 R19 คู่หน้า ส่วนคู่หลังมีขนาด 275/35 R19

     เส้นสายด้านข้างถูกออกแบบคล้ายกับซีคลาสที่ถูกยืดลำตัวออก ดีไซน์ที่ดูโค้งมนตลอดทั้งคัน โป่งสันที่ดูชัดเจนคล้ายกับมัดกล้ามที่ช่วยให้รถดูภูมิฐาน แข็งแรง ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายแบบ LED ตกแต่งฝากระโปรงด้วยโครเมี่ยมขนาดใหญ่ ติดตั้งปลายท่อไอเสียเสริมโครเมี่ยมแบบคู่ พร้อมตกแต่งด้วยแถบโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีกขั้น

 

     ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร ก็สัมผัสได้ถึงความประณีตในการออกแบบ ใช้วัสดุตกแต่งที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมมากกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

     ในรุ่น E220d AMG Dynamic ติดตั้งหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ โดยแยกจอหนึ่งไว้สำหรับระบบอินโฟเทนเม้นท์ และอีกจอสำหรับชุดมาตรวัดผู้ขับขี่ ออกแบบให้ดูเรียบกลืนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นดีไซน์แบบเดียวกับที่พบใน S-Class ใหม่ นั่นเอง

     หน้าจอดังกล่าวสามารถใช้ควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถไว้เกือบทั้งหมด ซึ่งการใช้งานครั้งแรกแทบจะเรียกได้ว่า ‘หลงทาง’ เพราะสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้หลากหลายมาก ตั้งแต่การปรับไฟ Ambient Light ภายในห้องโดยสาร ที่เลือกโทนสีได้ถึง 64 เฉด ไปจนถึงการตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ COMAND Online เป็นต้น

 

     การสั่งงานหน้าจอดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีสัมผัสหน้าจอได้ แต่จะใช้วิธีควบคุมโดยปุ่ม Controller ที่ติดตั้งอยู่บนคอนโซลกลางระหว่างผู้โดยสารตอนหน้า โดยมีปุ่มหมุนสีเงินขนาดใหญ่เป็นปุ่มหลัก พร้อมปุ่มโฮมและปุ่ม Back ช่วยเพิ่มความสะดวกมากขึ้น รวมถึงมีแป้น Touchpad สีดำเงาที่สามารถขีดเขียนตัวอักษรลงไปได้ ช่วยให้การป้อนสถานที่ระบบนำทางง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาการหมุนปุ่มสีเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะขัดใจนิดนึงสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ถนัดมือขวา เพราะถ้านั่งอยู่ฝั่งคนขับก็จะต้องเขียนด้วยมือซ้าย (แต่กลับกันถ้าเป็นเวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้ายก็จะลงตัวพอดี)

 

     อีกจุดหนึ่งคือปุ่มควบคุมแบบสัมผัสที่ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัยทั้งฝั่งซ้ายและขวา โดยฝั่งซ้ายจะใช้ควบคุมหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ตรงกลาง ส่วนฝั่งขวาก็จะใช้สำหรับหน้าจอมาตรวัดความเร็วแยกกันไปเลย สามารถเลื่อนนิ้วซ้าย-ขวา-ขึ้น-ลงได้ ทำให้ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยขณะขับขี่ และยังสามารถใช้ควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ได้เทียบเท่าปุ่ม Controller บริเวณคอนโซลกลาง

 

     ระบบเครื่องเสียงเป็นแบบ MB Audio 20 พร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Burmester ซึ่งให้คุณภาพเสียงในระดับไฮเอนด์ สามารถจำลองเสียงรอบทิศทางที่ช่วยให้ Soundstage กว้างประหนึ่งกับฟังคอนเสิร์ตอยู่หน้าเวที เสียงที่ได้จะออกในแนวชัดใสแจ๋ว ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีครบทุกชิ้น เรียกว่าไม่ต้องไปปรับอีควอไลเซอร์ให้ยุ่งยากเลย ค่า Default ที่ตั้งมาให้ก็ถือว่าอยู่ในระดับสุดยอดแล้ว หากจะปรับก็ควรเป็นการปรับเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของไฟล์เพลงเสียมากกว่า มิเช่นนั้นบอกเลยว่า ‘เสียของ’

     หน้าจอดังกล่าวยังรองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ โดยปัจจุบันทางกูเกิ้ลยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขณะเดียวกันทางแอปเปิ้ลแม้ว่าจะให้ใช้ระบบคาร์เพลย์ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถใช้โปรแกรมแผนที่ในตัวเครื่องได้ ซึ่งหวังว่าอนาคตคงจะได้ใช้กันในเร็วๆนี้

 

     อย่างไรก็ดี E220d AMG Dynamic มีระบบนำทางมาให้ในตัวเสร็จสรรพ ซึ่งการใช้งานอาจจะต้องชินมือเสียหน่อยจึงจะสามารถหาจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีระบบสั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC มาให้ด้วย ซึ่งถือเป็นระบบสั่งงานที่ค่อนข้างฉลาด ใช้งานง่าย แต่รองรับคำสั่งภาษาอังกฤษเท่านั้น

     นอกจากนั้น บริเวณด้านล่างของแผงคอนโซลยังติดตั้งที่วางแก้ว 2 ตำแหน่งแบบมีฝาปิดมาให้ รวมถึงแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สายพร้อมแผ่นกันลื่นมาให้ด้วย แถมยังมีแป้นสัมผัสระบบ NFC สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์และพอร์ต USB มาให้ 1 ตำแหน่ง

 

     ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ THERMATIC สามารถแยกปรับอุณหภูมิได้ 2 ฝั่ง พร้อมฟังก์ชั่น AIR BALANCE Package ที่ช่วยปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร ซึ่งระบบแอร์ของ E220d AMG Dynamic คันนี้ จะมีลักษณะการทำงานแบบเดียวกับเมอเซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆ ที่ออกจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย เพราะแอร์จะมีการดึงเอาอากาศภายนอกเข้ามาผสมอยู่เป็นระยะๆ แม้ว่าจะกดปุ่มให้อากาศไหลเวียนภายในรถแล้วก็ตามที ทำให้มีกลิ่นไอเสียจากภายนอกเข้ามาเป็นระยะๆ พอรู้สึกตัวทีก็ต้องมากดปิดที ไม่อย่างนั้นได้รมก๊าซคาร์บอนในรถแน่นอน

     ระบบ Cruise Control ของ E220d AMG Dynamic เป็นแบบตั้งความเร็วธรรมดา ไม่มีระบบเรดาร์ช่วยเพิ่มหรือลดความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้าแต่อย่างใด โดยมีฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว SPEEDTRONIC มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

     เบาะนั่งของ E220d AMG Dynamic ถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa คู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่จำนวน 3 ตำแหน่ง ตัวเบาะมีปีกด้านข้างขนาดใหญ่ช่วยโอบกระชับร่างกาย ซึ่งหากเป็นหนุ่มร่างใหญ่ (อ้วนนั่นแหละพูดง่ายๆ) อาจทำรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่ก็ถือว่าช่วยไม่ให้ร่างกายเคลื่อนไหวมากเกินไปขณะเข้าโค้ง และยังเป็นเบาะที่สามารถโดยสารทางไกลได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกปวดเมื่อยเลยตลอดทาง ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างดี

     เหนือศรีษะติดตั้งหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ในเวลากลางวันหากแดดส่องแบบเปรี้ยงๆ ก็อาจมีไอร้อนแผ่ลงมาอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ ถ้ากังวลจริงๆ แนะนำให้ติดฟิล์มกรองแสงเพิ่ม รับรองว่าไม่ร้อนแน่นอน

 

     ขณะที่ฝากระโปรงด้านหลังเป็นแบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า รวมถึงมีระบบ HAND-FREE ACCESS ที่เพียงแค่พกกุญแจไว้กับตัว ก็สามารถใช้เท้าลากผ่านเซ็นเซอร์บริเวณใต้กันชน เพื่อเปิดฝากระโปรงท้ายแบบไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เหมาะสำหรับใครที่ช็อปปิ้งหิ้วของมาเต็มสองมือ ก็ไม่ต้องต้องวางถุงเพื่อไปกดปุ่มเหมือนกับรถญี่ปุ่นหลายค่าย

     ระบบความปลอดภัยของ E220d AMG Dynamic ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของรถยุโรปรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ถึงกับโดดเด่น แต่ก็มีทุกอย่างที่จำเป็นมาให้ครบ ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 2 ตำแหน่ง, ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

 

ม่านกรองแสงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

     ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว ESP มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น Hold และ Hill-start Assist} ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE ระบบเตือนแรงดันลมยาง, ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST, เซ็นเซอร์ช่วยจอด PARKTRONIC, กล้องมองภาพรอบคัน ที่สามารถเลือกมุมมองได้ เป็นต้น

     จุดเด่นของ E220d ทั้งรุ่น Exclusive และ AMG Dynamic คือ ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Park Assist ที่เหนือกว่าระบบช่วยจอดอัตโนมัติในรถหลายๆรุ่น คือ มันสามารถควบคุมการเข้าเกียร์ และการปล่อย-เหยียบเบรกให้เองเลย ต่างจากที่พบในรถรุ่นอื่น ซึ่งเรายังคงต้องปล่อยเบรกและควบคุมเกียร์ด้วยตัวเอง ดังนั้น ผู้ขับขี่เพียงแต่เปิดฟังก์ชั่นนี้เอาไว้ เพื่อให้รถค้นหาช่องจอดอัตโนมัติ จากนั้นรถจะทำงานทุกอย่างด้วยตัวของมันเองจนกว่าจะจอดเสร็จ ซึ่งเท่าที่เราทดสอบพบว่ามันสามารถทำงานได้ทั้งจอดเข้าซองและจอดเทียบขนานฟุตบาท รวมถึงยังสามารถนำรถออกจากช่องจอดในกรณีที่จอดแบบขนานฟุตบาทให้อัตโนมัติได้อีกด้วย

 

     ขุมพลังของ อี220ดี ทั้งรุ่น เอ็กซ์คลูซีฟ และ เอเอ็มจี ไดนามิค ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC  พร้อมปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยมาให้

     ช่วงล่างของรุ่น AMG Dynamic ถูกลดความสูงตัวถังลง 15 มิลลิเมตร พร้อมกับระบบ Selective Dynamic Select ที่เปลี่ยนเป็นแบบสปอร์ตได้ เพื่อช่วงล่างที่เฟิร์มมากขึ้น รวมถึงมีระบบ Dynamic Select ที่สามารถเลือกได้ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ Eco, Comfort, Sport, Sport+ ตามลักษณะการขับขี่ที่ต้องการในขณะนั้น รวมถึงโหมด Individual ที่ผู้ขับสามารถปรับตั้งลักษณะการทำงานของช่วงล่างและพวงมาลัยเองได้

 

     เราเริ่มออกเดินทางจากจุดสตาร์ทบริเวณถนนสาทร ซึ่งการจราจรช่วงเช้าก็อย่างที่ทราบดีว่าติดขัดแน่นอน แต่การนั่งอยู่ภายในห้องโดยสารของ E220d AMG Dynamic ที่เต็มเปี่ยมด้วยความหรูหรา และเงียบจนแทบจะตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดเลย ซึ่งการขับขี่ในเมืองนั้น ถือว่าเป็นรถขนาดใหญ่ที่สามารถให้ความคล่องตัวได้เป็นอย่างดี ด้วยพวงอัตราทดพวงมาลัยที่รู้สึกกระฉับกระเฉง หมุนเพียงเล็กน้อยก็สามารถมุดการจราจรได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยขนาดของตัวรถอาจทำให้รู้สึกกะระยะลำบากนิดนึง ถ้าขับจนชินก็ไม่น่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด

 

     เมื่อมาถึงช่วงถนนมอเตอร์เวย์ที่พอทำความเร็วได้นั้น เราก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของช่วงล่าง ที่แม้ว่าจะเป็นรุ่น AMG Dynamic ที่มาพร้อมล้อขนาด 19 นิ้ว แต่ก็ยังไม่ทิ้งความนิ่มนวลตามสไตล์เมอเซเดส-เบนซ์ ซึ่งการใช้ความเร็วในย่านกฎหมายกำหนดที่ประมาณ 120 กม./ชม. ถือว่าให้ความมั่นใจดี ควบคู่ไปกับความผ่อนคลาย แต่หากใช้ความเร็วตั้งแต่ 140 กม./ชม. เป็นต้นไป จะเริ่มรู้สึกว่าต้องใช้สมาธิในการควบคุมพวงมาลัยมากขึ้นเล็กน้อย เพราะพวงมาลัยจะมีอาการดิ้นตามสภาพพื้นถนนอยู่เป็นระยะๆ แต่ทั้งนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

 

     การตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่มีแรงม้าสูงสุด 194 ตัว และแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ถูกเคลมอัตราเร่งเอาไว้ที่ 7.3 วินาที ท็อปสปีดอยู่ที่ 240 กม./ชม. ซึ่งจากการทดสอบจริงนั้น พบว่าอัตราเร่งค่อนข้างจะหลอกความรู้สึกอยู่เหมือนกัน คือ ในช่วงที่เหยียบคันเร่งเพื่อให้รถพุ่งไปข้างหน้า แม้ว่าเข็มความเร็วจะตวัดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เรากลับไม่รู้สึกดึงแรงดึงขนาดนั้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเซ็ทช่วงล่างที่เมอเซเดส-เบนซ์ เน้นความนุ่มนวลนั่งสบายเป็นหลัก แต่ความเป็นจริงถือว่าแรงใช่เล่น กล่าวโดยสรุปคือหากวัดกันด้วยตัวเลขจริงๆ มันเป็นรถที่ให้สมรรถนะจัดจ้านพอตัว แต่ยังคงให้ฟีลลิ่งแบบผู้ใหญ่ที่อยากได้ความสบายมากกว่านั่นเอง

     การเบรกสามารถทำได้อย่างนิ่มนวล แต่หากลดความเร็วแบบกะทันหัน จะต้องใช้น้ำหนักเท้ามากกว่าที่ควรเล็กน้อย แต่ก็ลดความเร็วได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

     เมื่อลองขยับไปเป็นผู้โดยสารเบาะหลังนั้น พบว่าพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิดไว้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ ที่ทำให้เบียดเบียนพื้นที่เหนือศีรษะไปบ้าง ส่วนพื้นที่วางขาก็มีมาให้แบบพอดีๆ ไม่ถึงกับกว้างขวางนัก แต่ก็โดยสารได้ไม่อึดอัด

 

     สรุป Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic ใหม่ แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะออกไปในแนวสปอร์ต แต่ก็ยังคงฟีลลิ่งการขับขี่ในสไตล์นุ่มนวล เครื่องยนต์ให้สมรรถนะดี ช่วงล่างนิ่มสบายถูกใจผู้ใหญ่แน่นอน พิ้นที่ภายในห้องโดยสารด้านหน้าผ่านฉลุย ขณะที่ด้านหลังไม่ได้กว้างขวางอย่างที่คิด แต่ก็โดยสารได้อย่างไม่อึดอัด ถือเป็นรถครอบครัวระดับหรูอีกรุ่นที่ใช้แล้วรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

    ราคาจำหน่าย Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic อยู่ที่ 4,790,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เมอเซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้