รัฐบาลเยอรมนีสั่ง "โฟล์ค" รีคอล 8.5 ล้านคันทั่วยุโรป

รัฐบาลเยอรมนีสั่ง "โฟล์ค" รีคอล 8.5 ล้านคันทั่วยุโรป
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

     นายอเล็กซานเดอร์ โดบรินดท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของเยอรมนี ออกแถลงการณ์เมื่อวานกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรณีกำหนดระยะเวลาให้บริษัทโฟล์คสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ยื่นเสนอเเผนปรับปรุงระบบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2 ลิตร ภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และต้องยื่นเสนอแผนปรับปรุงเครื่องยนต์ดีเซล 1.2 เเละ 1.6 ลิตร ภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้


     ล่าสุด รัฐบาลเยอรมนีมีคำสั่งให้บริษัทโฟล์คสวาเกนเรียกคืนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลทั่วยุโรปทั้งสิ้นจำนวนราว 8.5 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้ 2.4 ล้านคัน เป็นการเรียกคืนเฉพาะในประเทศเยอรมนี ซึ่งจะเริ่มเรียกคืนรถยนต์ 2.4 ล้านคันในเยอรมนีในช่วงต้นปี 2559 นี้

     ทั้งนี้ สำนักงานตรวจสอบด้านยานยนต์ของเยอรมนียังปฏิเสธข้อเสนอของโฟล์คสวาเกนที่เสนอให้เจ้าของรถยนต์ นำรถยนต์ของตนเข้ารับการซ่อมได้ด้วยความสมัครใจโดยโฟล์คสวาเกนอีกด้วย ขณะที่ตำรวจอิตาลีได้บุกตรวจค้นสำนักงานของโฟล์คสวาเกนในเมืองเวโรนาและสำนักงานของลัมโบร์กินีในเมืองโบโลญญา

     โดยอัยการอิตาลีกำลังตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตทางธุรกิจของบริษัทโฟล์คสวาเกนในอิตาลีด้วย



     สำหรับคำสั่งเรียกคืนรถยนต์โฟล์คสวาเกนครั้งใหญ่มีขึ้นหลังจากสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้บริษัทโฟล์คสวาเกน เรียกคืนรถยนต์กว่า 482,000 คัน ที่จำหน่ายในสหรัฐ

     ทำให้บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายราว 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 600,000 ล้านบาท เนื่องจากพบอุปกรณ์ในรถยนต์ที่มีการปลอมแปลงค่าระดับมลพิษ เพื่อให้รถยนต์ผ่านการทดสอบมาตรฐานมลพิษทางอากาศในห้องทดลอง เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

     ด้านนักวิเคราะห์บางคน ให้ความเห็นว่า ปัญหาอื้อฉาวของโฟล์คสวาเกนครั้งนี้อาจทำให้บริษัทต้องสูญเสียเงินสูงถึง 35,000 ล้านยูโร หรือกว่า 1,400,000 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าซ่อมบำรุง ค่าปรับและค่าดำเนินการทางกฎหมาย

     เคราะห์กรรมของโฟล์คสวาเกนคงยังไม่จบลงง่าย ๆ