Q&A จีจ้า ญาณิน “เล่นจริง เจ็บจริง“ ใน ต้มยำกุ้ง 2 ตอนที่ 2

Q&A จีจ้า ญาณิน “เล่นจริง เจ็บจริง“ ใน ต้มยำกุ้ง 2 ตอนที่ 2

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทสัมภาษณ์ จีจ้า ญาณิน ที่เล่นจริง เจ็บจริง อีกครั้งใน หนังต้มยำกุ้ง 2 ซึ่งบทความนี้เป็นตอนที่ 2 ต่อจากตอนแรก ที่ทาง S! Movie ได้นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (จีจ้า ญาณิน ที่กลับมา เล่นจริง เจ็บจริง อีกครั้ง ในต้มยำกุ้ง 2 ตอนที่ 1)



 

Q : แสดงว่าการเล่นแอ็คชั่นยังไงก็ยังคู่กับการบาดเจ็บที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จีจ้า ญาณินมักจะเจออยู่เสมอ

J : เรื่องเจ็บเนื้อเจ็บตัว มันมียิบย่อย  ช้ำ เลือดออก โดยบาดบ้าง โดนนั้นโดนนี้บาดเล็กๆ น้อย ๆ  มันเป็นปกติของหนังแอ็คชั่นในทุกเรื่องที่ผ่านมาอยู่แล้ว แต่ในเรื่องนี้ยังไม่ได้โดนอะไรมากมายเพราะว่าคำนวณการซ้อมและการเซฟตี้ค่อนข้างดีแล้ว

 

Q : เห็นในภาพข่าวจะมีฉากมอเตอร์ไซด์ 300 คันไล่ล่าจ่าพนมไปบนถนนพระราม3ชนิดที่ว่าปิดถนนกันเลย มีภาพจีจ้าไปเป็นช่างภาพเบื้องหลังตอนถ่ายทำด้วย

J : (หัวเราะ) ก็จริงๆ บางวันที่ไม่มีคิว ก็จะมีแวะไปดู ไปเชียร์ ไปให้กำลังใจพี่ๆ ในกองถ่ายบ้างเหมือนกันค่ะ อยากเห็นความอลังการ ฉากขับมอเตอร์ไซค์ไล่ล่าเป็นฉากที่อลังการมากๆ เพราะว่ารวมแก๊งมอเตอร์ไซค์ประมาณกว่า 300 คัน ซึ่งเป็นการถ่ายทำที่คนค่อนข้างเยอะ รถค่อนข้างเยอะ แล้วการถ่ายทำยากมาก ต้องมีการถ่ายฉากฮ.ช็อต คือ ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการถ่ายทำด้วย เสียงดังมากแล้วก็ไม่อยากจะหลุดเข้าไปอยู่เลยในนั้นแน่นอนเพราะต้องโดนรถเหยียบแน่ๆ เพราะกว่า 300 คันเลย แล้วก็เห็นว่าต้องมีรถตำรวจคอยนำ แล้วก็คอยตามตลอด เพราะว่า 1. คือพยายามไม่ให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นเพราะถ้าล้มคันหนึ่งอาจจะลำบากอีกหลายคันเลยซึ่งก็ดูแลได้ยากมากเลยค่ะพูดถึงความปลอดภัยของอันนี้ แต่ว่าสำหรับภาพที่ออกมากที่เห็นคือสวยเลย เห็นในตัวอย่างแล้วรู้สึกว่าสวยคุ้มค่าที่ถ่ายทำแบบนั้น นอกจากนี้ยังมีฉากอลังการอีกหลายๆ ฉากมากๆ ที่จ้าแอบไปดูก็คือเป็นฉากที่ว่าขามหรือพี่จาต้องกระโดดสะพานกาญจนาภิเษกซึ่งค่อนข้างสูงมากให้ความรู้สึกเหมือนเล่นปันจี้จ้ำแอบอยากไปกระโดดด้วยแต่เราไม่มีฉากนั้น ตอนไปยืนดูก็รู้สึกลุ้นเหมือนกัน เพราะว่ามันค่อนข่างสูงมาก ค่อนข้างอันตรายมาก

 

Q : หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้มยำกุ้ง 2-3D ใช้เวลาถ่ายทำนานมาก ไม่เห็นจะฉายซะที

J : หลายๆ คนอาจจะมีความสงสัยถึงวิธีการถ่ายทำต้มยำกุ้ง 2 (3D) ทำไมถึงได้ถ่ายทำนาน ซึ่งมันจะมีความละเอียดอ่อนหลายอย่างค่ะ เอาเป็นว่าตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนบทซึ่งเป็นสิ่งที่บอกได้เลยว่าวงการหนังไทยเรามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแล้ว พยายามทำออกมาให้ดีที่สุดเพื่อที่จะให้คนดูได้ดูกันแล้วรู้สึกดีที่สุดนะค่ะ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงหลายครั้งเพื่อให้บทออกมาสมบูรณ์ ในเรื่องของการทำแอ็คชั่นก็ต้องมีวิธีการซ้อม เตรียมการซ้อมนานเพราะว่าด้วยความที่เรามีนักแสดงต่างชาติมาก ต่างชาติต่างภาษา ก็ต้องมีการเก็บตัวซ้อมด้วยกัน แล้วก็ฉากมันก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแอ็คชั่นการต่อสู้คู่ 3 เส้าอย่างที่บอก คนโน้นสู้กับคนนี้ คนนี้สู้กับคนนั้น ก็เลยต้องมีการซ้อมเพื่อที่จะให้เล่นได้เข้าขากัน ฉากแต่ละฉากสำหรับต้มยำกุ้ง 2  ที่ต้องเตรียมการจะค่อนข้างใหญ่อลังการ และที่สำคัญเลยคือ เรื่องนี้เป็นแอ็คชั่น 3D เรื่องแรกของเมืองไทย เรื่องแรกเนี้ยะ กล้อง 1 ตัว 40 กิโลลองแบกแล้วค่ะ เอาวางบนบ่าเฉยๆ ขยับตัวไม่ได้แล้วระหว่างนั้นต้องมีคนประคอง เข้าใจเลยว่าคนเป็นตากล้องเนี้ยะต้องแข็งแรงมากจริงๆ ที่สำคัญคือเวลาเรามูฟหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ เขาไม่ได้ถือถ่ายไปถ่ายมาแต่เขาต้องแบกวิ่ง แบกขึ้นแบกลงด้วย คือภาพเนี้ยะด้วยความที่ว่ามันเป็น 3D จังหวะมุมต้องได้จริงๆ เพราะฉะนั้นในการถ่ายทำแต่ละซีนแต่ละฉากจะต้องค่อนข้างพิถีพิถัน ต้องใช้คำนี้เลยพิถีพิถันเหมือนเรากว่าจะทำอาหาเสร็จอย่างหนึ่งก็ต้องใช้เวล อันนี้ก็เหมือนกันกว่าจะเซ็ทกล้อง ระยะของ3มิติ ถ่ายทำกว่าจะถ่ายได้ฉากหนึ่งนี้สำหรับกล้อง 3D ค่อนข้างยาก แล้วต้องใช้อย่างต่ำคือ 2 กล่อง เรื่องนี้ใช้ 2 กล้อง กล้อง 1 ก็ 40 กิโลกรัมแบกกันคนละ 40 กิโลกรัมค่ะแล้วก็อย่างที่บอกกล้องหนักจริงๆ นะแล้วก็บางทีมุมมันไม่ชัด ไม่ได้จริงๆ ก็ต้องถ่ายใหม่ แล้วก็ต้องใช้ระยะเวลาในการเซ็ตกล้องระยะหนึ่งนะค่ะ เซ็ตกล้องจัดมุม รอกล้องโหลดนั้นโน้นนี้ หรือแม้กระทั่งก็จะมีปัญหาบ้างครั้งที่นักแสดงถ่ายได้แล้ว แต่ถ้ามุมกล้องยังไม่ได้ก็ต้องมีการเทคใหม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการถ่ายทำหนังอยู่แล้ว ที่ต้องเกิดเหตุการอย่างนี้ขึ้น

 

Q :ฟังๆ ดูแล้วการถ่ายทำหนัง 3D โดยเฉพาะแอ็คชั่นจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะกว่าหนังปกติโดยทั่วไป

J : ค่ะ สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ระยะเวลาในการถ่ายทำนานขึ้น ก็คือแต่ละฉากนะค่ะ เช่นฉากพูดก็ต้องคำนึงถึงระยะความเป็น 3D เช่นคนยืนพูดกับฉากจะต้องสัมพันธ์กันให้ออกมาเป็น 3D มีระยะห่างระหว่างหน้ากับหลังมีความลึกความตื้นระหว่างคนกับฉากให้ดูเป็นมิติค่ะ หรือว่าเป็นฉากที่มีระยะห่างระหว่างมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งออกมาจากฉากก็ต้องกะระยะของกล้องให้ดีๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคน ของ กล้อง  มันถึงทำให้การทำงานทุกอย่างค่อนข้างละเอียดมากขึ้น มันไม่เหมือนถ่ายธรรมดา อันนี้ก็เป็นงานที่ยากขึ้นมาหน่อย แต่ที่ถ่ายกล้องปกติก็รู้สึกว่าไม่ง่ายนะอันนี้ต้องบอกว่ายาก แต่อันนี้ยากกว่าค่ะ งาน 3D มันยากขึ้น อย่างที่บอกค่ะว่าถ้ากล้องธรรมดาส่วนใหญ่จะมีผู้ช่วย แค่2 คนหรือ 1 คน แต่ถ้าเป็นกล้อง 3 D จะมีผู้ช่วยเป็นหางว่าวเลยค่ะ อย่างฉากที่ต้องถ่าย 360 องศาคนรอบนอกก็ต้องเคลียร์หมด จะต้องไม่เห็นคนรอบนอกเลย ทีนี้อารมณ์เหมือนเล่นงูกินหางกันนะค่ะ คนที่ไลน์สายกล้องก็ต้องเก็บสายให้เร็วที่สุด กล้อง 40 กิโลแล้วต้องหมุนให้เร็วที่สุด คนช่วยแบกกล้องก็ประมาณ 3-4 คนเข้าไปแล้ว แล้วไลน์เส้นอีก อย่างถ้ากล้องหันมาแล้วลายสายยังเก็บไม่หมดก็ต้องเทคใหม่ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน แต่ก็น่ารักดี

 

Q : กว่าจะเสร็จออกมาเป็นหนัง1เรื่อง คนทำ คนสร้าง รวมไปถึงนักแสดงเองดูตั้งใจกันมากๆที่จะสร้างหนังออกมาให้คนๆดูกันในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

J : คือจ้าคิดอย่างนี้ค่ะ จ้าว่าหนังไทยตอนนี้ สำหรับแอ็คชั่นไทยหลายๆ เรื่องมีคนต่างชาติรู้จักหนังไทยมากขึ้น ในส่วนของแอ็คชั่นค่อนข้างเป็นไปได้เยอะ ตั้งแต่มีองค์บาก ตั้งแต่มีต้มยำกุ้งอย่างนี้ ที่นี้ต้มยำกุ้ง 2 (3D) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จ้าว่าจะทำให้คนทั่วโลกจดจำอะไรได้มากขึ้น แต่ว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลุ่มคนที่ทำให้หนังสำเร็จออกมาก็คือ ตั้งแต่คนสร้างเลยเสี่ยเจียง คนทำอย่างพี่พันนา  ฤทธิไกร, พี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว,  พี่ท็อป วีระพล แล้วก็พี่สตั้นแมนหลายๆ คน สำหรับต้มยำกุ้ง 2 มันมีความแปลกแตกต่างไปจากเดิม มันมีดีไซน์ที่คิดค้นขึ้นใหม่เพิ่มเติมขึ้นจากเดิมโดยที่ทุกคนล้วนแล้วแต่ตั้งใจให้ไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น เรื่องของต้มยำกุ้งนี้จะมีความน่าสนใจในเรื่องของอย่างที่บอกเราจะจับอะไรหลายๆ อย่างมาเล่น อย่างเช่น เรามีการนำมอเตอร์ไซค์มาเล่นแอ็คชั่น แล้วก็จะเป็นฉากที่จะขายโลเคชั่นในเมืองไทยที่สวยๆ หลายอย่าง เช่น สะพานกาญจนาภิเษก วิวที่เราจะไม่ค่อยได้เห็นกัน อย่างภาคแรกที่ผ่านๆ มาจะไปบุกที่เมืองนอกใช่ไหมค่ะ แต่ในเรื่องนี้บุกเข้าเมืองไทยโลเคชั่นจะยากมาก อย่างเช่น ถนนพระราม 3 ที่เราจะเห็นมอเตอร์ไซค์ 300 กว่าคันบุกกลางเมืองเลยแล้วเสียงจะดังมาก วงเวียน 22 กรกฎา แถวเยาวราช อย่างนี้ หรือไม่ก็ปิดถนนถ่ายอันนี้ก็ถ่ายยากพอสมควร แต่ก็สำเร็จกันได้วยดี สะพานกาญจนาภิเษกที่เราจะได้เห็นวิว ถ้าเราไม่ได้ไปยืนตรงนั้นเราก็จะไม่ค่อยได้เห็นวิวตรงนั้นสักเท่าไหร่  หรือขยับเข้ามาในเมืองอีกโลเคชั่นหนึ่งก็คือถนนราชดำริ อันนั้นก็ถือว่ากลางเมืองเลยนะ ใกล้สี่แยกราชประสงค์ค่อนข้างจะยากตรงที่ 1. คือแหล่งชุมชน จะเป็นการยากตอนการทำงานมาก แต่ก็จะฝ่าฟันไปถ่ายทำกันได้ด้วยดี

 

Q : แน่นอนว่ารวมทั้งการที่เราจะได้เห็น 2แอ็คชั่นซูเปอร์สตาร์ของบ้านเรา จีจ้าญาณินและจาพนม เล่นบู๊แอ็คชั่นร่วมกันเป็นครั้งแรกบนจอด้วย

J :ใช่แล้ว จ้ารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนดูหลายคนรอคอยมีคนรีเควสมานานแล้วว่าเมื่อไรจีจ้ากับจา จะได้มาเจอกันสักที เรื่องนี้ได้มาเจอกันแน่นอนค่ะ ได้มาเจอกันไม่เท่าไร ผู้กำกับแต่ละคน พี่ปรัชญา พี่พันนา พี่ท็อปนี้ บอกว่าเจอกันธรรมดาไม่ได้เอามาสู้กันดีกว่า ก็คือเรื่องนี้มาสู้กัน แต่จะสู้กันอยางไร เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร จ้าก็อยากให้ติดตามชมกันบอกไป เดี๋ยวจะไม่มันส์ (หัวเราะ)

 

Q : มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงอยากรู้แล้วว่า ต้มยำกุ้ง 2-3D เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร

J : เรื่องราวของต้มยำกุ้ง 2 จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับขามกลับมาตามหาช้างอีกครั้ง แต่คราวนี้จะไม่เหมือนเดิมหละ เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลายตัวที่เข้ามาเป็นตัวแปร เช่น อย่างในเรื่องจ้าจะเล่นเป็นปิงปิงซึ่งเป็นหลานลุงสุชาติ ซึ่งชอบสะสมสัตว์หายากบังเอิญลุงได้ส่งคนไปลงพื้นที่ ไปเจอขอน ซึ่งเป็นช้างของขาม ลุงดันถูกใจมากก็เลยทำทุกวิถีทาง ขอซื้อก็แล้ว นั้นโน้นนี้ก็แล้ว ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ขอนมา ที่นี้ได้ขอนมาด้วยวิธีไหนไม่รู้หละ ขามตามหาเพราะขามเริ่มเป็นห่วงขอนก็เลยตามหาว่าช้างหายไปไหน จนเกิดเข้ามาพัวพันเป็นผู้ต้องหารอะไรสักอย่างหนึ่ง คือเกิดเป็นเรื่องราวขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หลานของลุงสุชาติก็เลยมีการตามล่าจนเกิดเป็นเรื่องที่พัวพันที่ใหญ่ขึ้นตามมาค่ะ ก็ติดตามชมกันได้ในเรื่องต้มยำกุ้ง 2 (3D) ค่ะ 


หลากหลายแง่มุมที่คุณยังไม่รู้

ทะลุจอออกมาสัมผัสตัวตนอีกด้านของแอ็คชั่นหญิง จีจ้า ญาณิน

 

Q : ดูจากในหนังเราจะเห็นว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้แกร่งมากสู้กับสตันท์ อัดกับผู้ร้ายแล้วตัวจริงของจีจ้าญาณินเป็นอย่างไร

J : เป็นคนหลากอารมณ์ค่ะ แล้วแต่เลยว่า บ้างทีจะชิลล์ก็ชิลล์ เป็นคนซีเรียสกับงานก็ซีเรียส บทจะเป็นคนขี้กังวลก็กังวล บทจะเป็นคนที่สบายก็สบาย แต่ก็เป็นคนโผงผางบ้างทีก็พูดไม่ค่อยคิด ตรงไปตรงมา บ้างทีก็ขวานผ่าซากไป แล้วแต่เป็นคนมี 2 พาร์ทเลย บทจะใจเย็นก็ใจเย็น บทจะใจร้อนก็ใจร้อน เป็นคนจริงจัง จริงใจค่ะ บทอยากจะเล่นก็เล่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปเลย บทจะอยู่นิ่งๆ ก็นิ่งไปเลย อยากอ่านหนังสือ ปิดตัวเก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียวเงียบๆ อะไรอย่างนี้ เป็นคนโรเมนติกบางเวลา

 

Q : แสดงว่าจีจ้าตัวจริงกับที่เห็นในหนังไม่เหมือนกัน

J : จริงๆ จีจ้าเป็นจีจ้าค่ะ คือถ้าเริ่มจากนิสัยคิดอย่างไงก็พูดอย่างนั้น จนพอเริ่มโตแล้วก็จะรู้สึกว่าควรเก็บอารมณ์เก็บความรู้สึกไว้บ้าง เริ่มต้องใจเย็นมากขึ้น โตมาก็ใจเย็นมากขึ้นนะ ตอนเด็กๆ จะหุนหันพันแล่นใจร้อนโผงผางกว่านี้ พยายามบอกกับตัวเองให้มีเหตุผลกับทุกอย่างๆ มากขึ้น อย่าใช้อารมณ์มากเกินไป ใครที่ได้รู้จักจ้า ทุกคนจะมองภาพในฟิล์มมองภาพจากหนังจะดูเป็นสาวห้าวแก่นโน้นนี้นั้น ซึ่งจริงๆ แล้วจ้าจะเป็นคนที่เซนซิทีฟพอสมควร แล้วก็เป็นคนคิดเยอะ คิดมาก ขึ้กังวล เหมือนจะมีความมั่นใจในตัวเอง แต่บ้างครั้งก็ไม่ได้มีความมั่นใจมากนะค่ะ เหมือนเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองนะค่ะ

แต่มันคงไม่ถึงกับบอบบางเป็นคนอดทนต่อเรื่องของความลำบากๆ  ได้ดีพอสมควร เพียงแต่ว่าเรากังวลไปเองกับในสิ่งที่เรายังไม่รู้ คิดมากไปก่อน ซึ่งหลายคนๆ คนหรือเพื่อนที่รู้จัก ก็จะค่อยบอกว่าอันนี้ยังไม่เกิดเลย อย่าพึ่งไปคิดมาก อย่าพึ่งไปอย่างนั้นอย่างนี้สิ อย่าพึ่งคิดไปก่อนอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่พอตัวเราได้เผชิญหรือได้เจอกับอุปสรรคตัวนั้นเข้ามาในชีวิตเราจริงๆ ก็ผ่านมันไปได้เกือบทุกครั้ง เกือบทุกเรื่องนะ ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนที่อ่อนแออะไรมาก แต่จะเป็นคนที่ขี้กังวลไปก่อน อย่างในหนังคนจะคิดว่าสาวนักบู๊ต้องห้าวนั้นโน้นนี้ วันๆ นั่งเล่นเวทอะไรหรอเปล่า จริงๆ คือ อันนั้นมันเป็นพาร์ทของการทำงาน  พอชีวิตเราหลังเลิกงาน ชีวิตก็เหมือนปกติทั่วไปเลย  คือ ช็อปปิ้ง ชอบหาขนมอร่อยทาน วันหยุดนี้ไปสรรหาในเน็ตว่าร้านเค้กร้านไหนอร่อย บุฟเฟ่ต์ร้านเค้กร้านไหนอร่อย  ราเม็งร้านไหนน่ากิน คือก็จะอย่างนี้ค่ะ ช็อปปิ้งของกระจุกกระจิก ตามเทรนด์เปล่า  หรือซื้อนิตยสารแฟชั่นมาดูบ้าง เพียงแต่ความชอบของเราคือ ชอบบางอย่าง แต่ขี้เกียจทำบ้างอย่าง เช่น ขี้เกียจแต่งหน้า กระโปรงบ้าง อย่างไม่กล้าใส่ กระโปรงบ้าง อย่างกล้าใส่ อย่างกระโปรงสั้นไปอยากใส่นะแต่เรารู้สึกว่าขาเรามันเป็นกล้ามเราไม่กล้า แล้วก็จะปรับกระโปรงให้มันยาวลงมาน้อย หรือช่วงไหนที่อ้วนๆ ก็จะใส่เป็นกระโปรงยาวไปเลย อะไรอย่างนั้นมากกว่า

 

Q : มาถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์บ้าง ถ้าไม่ถ่ายหนังจีจ้าชอบทำอะไร

J : ดูหนัง ฟังเพลง เพลงยังชอบแนวบอสซ่าเลย คือฟังเพลงง่ายๆ หวานๆ คือไม่ใช่ฮาสคอกระโชกโฮกฮากอะไรตลอดเวลาแบบนี้ ชอบไปทะเล แต่อารมณ์นี้ไปได้ทั้งทะเลและภูเขา ถ้ามีวันหยุดและมีตังค์ ไปหมดไปไหนก็ได้ของให้มีกลุ่มเพื่อนที่สนุกๆ ไปด้วยกันก็เท่านั้น

 

Q : จีจ้าญาณินมีใครเป็นไอดอล

J : มีคุณแม่เป็นไอดอลค่ะ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและอดทนที่สุดและแกร่งที่สุด ผู้หญิงที่เรียกว่า  แม่

 

Q : สิ่งที่เรียนรู้และได้รับจากการเป็นจีจ้า ญาณิน

J : เก็บตัวตั้งแต่ปี 47 ช็อคโกแลตออกปี 51  ปี 2547-2551 อุ๊ยนาน คนก็รู้หมดเลยว่าตอนนี้อายุเท่าไร ตั้งแต่ปี 47-51 มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก จากผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้จักในช่วงข้ามคืน อยู่ดีๆ ก็เป็นไอดอลของใครหลายๆ คน อยู่ดีๆ ก็มีคนมายกย่องให้เป็น ฮีโร่แอ็คชั่นหญิง  จะ 10 ปีอยู่แล้วยังเขิลอยู่เลย แต่อย่างที่บอกให้นิยามว่าจ้าคืออะไร จ้าก็คือจ้าแบบนี้ ตอนปี 47 เป็นอย่างไงก็เป็นอย่างงั้น แต่จะพยายามแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง นิสัยที่มันไม่ดี นิสัยที่มันแย่ก็พยายามลดลง มุมมองอะไรที่มองในแง่ร้ายๆ ก็พยายามมองมันให้ดีขึ้น อย่างที่บอกก็พยายามมีเหตุผลกับตัวเองมากขึ้น เพราะเราโตขึ้นมากกว่า

ย้อนกลับไปในตอนแรกสุดเลย ตอนที่จ้าได้มาทำงานตรงนี้ สิ่งที่คาดฝันไว้ มันมาก แต่กลายเป็นว่าผลตอบรับที่ได้กลับมามันมากกว่า คนชอบในสิ่งที่เราทำ และตอบรับในสิ่งที่เราทำมากๆ เลย คือ มีคนมาชื่นชม เป็นที่รักของใครต่อใคร อยู่ดีๆ มีคนรู้จักทั้งโลกอย่างนี้ จากคนโนเนมเลย และสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้พยายามรักษาระดับของตัวเอง เขาเรียกว่าอะไร สำนึก เพื่อที่จะให้รู้ไม่ลืมตัวตนตลอดเวลา คือ เตือนตัวเอง ตลอดเวลาว่าเรามาจากไหน แล้วเราอยู่แค่ไหนเราถึงจะมีความสุขที่สุด อยู่ได้แค่ไหน พยายามไม่ให้ตัวเองลอยขึ้นไป บอกความรู้สึกตัวเอง เพราะว่าเมื่อวันไหนที่เราตก เราจะได้ไม่เจ็บมากตั้งใจทำงานทุกวันอยู่แล้วค่ะ เพื่อให้คนดูเขารู้สึกว่าคุ้มค่ากับการที่เสียเงินมาดูเรา เพื่อจะได้ความบันเทิง ความรู้สึกอิ่มใจ กลับไป

อยากให้นึกถึงเวลาที่จ้าตั้งใจทำงาน ในไลฟ์สไตล์ชีวิตที่จ้าจะใช้อย่างไรก็ตามนี้ คือโอเคนั้นคือชีวิตข้างนอก ชีวิตส่วนตัวละ แต่อยากให้คนเริ่มชอบเราด้วยผลงาน เพราะฉะนั้นอยากให้ตั้งใจดูผลงานที่ออกมาต่อๆ ไปมากกว่า  ว่างานที่เราจะทำออกมา เนื้องานออกมาเป็นอย่างไร งานมันเป็นอย่างไร อยากให้ดูกันที่ตัวงานค่ะ

 

Q : สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต

J : สิ่งที่ดีที่สุด คือ ภูมิใจในความที่หาเงินได้เองโดยการใช้ชีวิตสุจริตทุกวัน ทุกวัน คือไม่ได้ไปเบียดเบียนใครเขา ไม่ได้ไปทำร้ายใครเขาอะไรแบบนี้ หรือว่าถ้าได้ไปทำร้ายใครโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องขอโทษ ณ ตรงนี้  ทุกวันนี้ คืออยู่อย่างนี้แฮปปี้

 

Q : สุดท้ายแล้วภาพแอ็คชั่นหญิงเล่นจริงเจ็บจริง ถ้าเลือกได้นอกจากบทบาทแอ็คชั่นแล้วมีบทแบบไหนที่อยากเล่นอีกบ้าง

J : คือมันเป็นภาพจำไปแล้วเนอะ คำว่า เล่นจริงเจ็บจริง ใครคิดคำนี้ (หัวเราะ) แต่ว่ามันก็เจ็บจริง ในตอนแรก ครั้งแรกสุด คือมันเจ็บจริงนะ ชินบอกไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันมันชินไปเอง กับคำๆ นี้  แต่ในชีวิตจริงถ้าเลือกได้ก็ไม่ได้อยากเจ็บจริงตลอดเวลา อยากจะหวานจริง โรแมนติกจริงๆ นะคะ