"วางแผนมีลูก" ให้ลูกน้อยน่ารักและสุขภาพดีเหมือนลูกดารา ไม่ใช่เรื่องยาก!

"วางแผนมีลูก" ให้ลูกน้อยน่ารักและสุขภาพดีเหมือนลูกดารา ไม่ใช่เรื่องยาก!
HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงนี้คู่รักดาราต่างพากันมีทายาทตัวน้อยน่ารักน่าชังมาอัพเดทพัฒนาการผ่านสื่อโซเชียลให้เราเห็นกันอยู่ไม่ขาด ไม่ว่าจะเป็น น้องเป่าเปา ลูกสาวกุ๊บกิ๊บ น้องดิน ลูกชายสุดหล่อของคุณพ่อกัปตัน และคุณแม่เอ้ก น้องเรซซิ่งของคุณแม่แพท ที่เรียกได้ว่าครองสื่อแทบทุกพื้นที่จนมีคนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งแน่นอนว่าความน่ารักของเด็กๆ ย่อมทำให้คู่แต่งงานหลายๆ คู่คงอยากจะมีเจ้าตัวน้อยน่ารักๆ มาคอยกวนใจเหมือนกันกับเขาบ้างแล้ว

แต่ว่าการจะมีบุตรสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย คู่แต่งงานที่อยากเป็นคุณพ่อคุณแม่จะต้องมีการวางแผนที่ดี และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่และคุณลูกมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีในทุกๆ ด้าน ซึ่งคู่แต่งงานที่กำลังอยากจะมีน้อง จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

  
ภาพความน่ารักของคุณพ่อกัปตัน - ภูธเนศ และ คุณแม่เอ้ก - บุษกร
eggbusakorn IG


พูดคุยปรึกษากับแพทย์

การวางแผนการตั้งครรภ์กับแพทย์จะช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยแพทย์อาจมีขั้นตอนการพูดคุยและให้คำแนะนำ สอบถามถึงประวัติด้านสุขภาพ การใช้ยา และโรคประจำตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โลหิตจาง โรคหอบหืด หัวใจ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภาวะเสี่ยงทางพันธุกรรม  รวมถึงปัญหาสุขภาพทางจิต โดยการเจ็บป่วยจากภาวะใด ๆ ควรต้องได้รับการรักษาหรือควบคุมอาการของโรคก่อนการตั้งครรภ์ หากเคยตั้งครรภ์มาก่อนควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงการตั้งครรภ์ในอดีตว่ามีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อที่แพทย์จะได้พิจารณาความเสี่ยงและแนะนำแนวทางป้องกันเพื่อสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรงสมบูรณ์

 
เลิกพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อลูกน้อย 

พฤติกรรมเสี่ยงของตัวคุณพ่อคุถณแม่สามารถส่งผลให้ทารกในครรภ์ได้รับอันตรายหรือโอกาสในการตั้งครรภ์ลดน้อยลง ซึ่งหากเป็นไปได้คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรม ดังนี้ เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะปริมาณมากน้อยเพียงใดก็เป็นอันตรายต่อลูกน้อย รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิด ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นการแท้งบุตร ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด พัฒนาการล่าช้า และการมีปัญหาด้านพฤติกรรมและการเรียนรู้

 
เตรียมร่างกายให้พร้อม

เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่ควรดูและตัวเองให้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และอุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน โดยเน้นรับประทานวิตามินแร่ธาตุให้มากและหลากหลาย การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ วันละ 7-8 ชั่วโมง รวมถึงการสำรวจร่างกายตัวเองในกรณีที่อ้วนหรือผอมเกินไปอาจจะต้องเพิ่มกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ฝึกการหายใจ หากิจกรรมที่ช่วยลดความตรึงเครียดที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ เช่น การเล่นโยคะ ฟังเพลง หรืออาบน้ำอุ่น เป็นต้น

 
รับประทานอาหารเสริม 

หญิงที่วางแผนมีบุตรควรเริ่มรับประทานกรดโฟลิคตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน ไปจนถึงระยะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ในปริมาณวันละ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความพิการทางสมองของทารก ซึ่งเป็นภาวะพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสมองและไขสันหลังของเด็ก รวมทั้งวิตามินรวมที่ประกอบด้วยวิตามินบี 6 ก่อนตั้งครรภ์จนถึงสัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์จะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ ทั้งนี้การใช้ยาหรืออาหารเสริมใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง

 
การหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด

ผู้ที่เคยรับประทานยาคุมกำเนิดมาก่อนที่จะพยายามเริ่มมีบุตรนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ทันที หรืออาจใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนจึงจะเริ่มมีการตกไข่เป็นปกติอีกครั้ง ทั้งนี้การตั้งครรภ์ทันทีหลังหยุดยาคุมจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ แต่การหยุดรับประทานยาคุมกำเนิดล่วงหน้าก็มีส่วนช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ง่ายขึ้น

 
การดูแลสุขภาพจิตของว่าที่คุณแม่

สุขภาพจิตซึ่งเป็นเรื่องของความคิด ความรู้สึก และควบคุมการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเป็นอีกสิ่งสำคัญ การรู้สึกดีและเห็นคุณค่าของชีวิตตนเองนั้นบ่งบอกถึงการมีสุขภาพจิตที่ดี เพราะแม้จะเกิดความเศร้า กังวล หรือเครียดได้ในบางครั้ง แต่ก็ต้องมีวิธีกำจัดความรู้สึกให้หายไป ผู้ที่มีความรู้สึกแย่ ๆ อย่างต่อเนื่องจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันนั้นควรพูดคุยปรึกษากับแพทย์และรักษาให้หายเสียก่อนที่จะพยายามตั้งครรภ์ เพราะสุขภาพจิตถือว่าสำคัญพอ ๆ กับสุขภาพกายเลยทีเดียว

 

น้องดิน ลูกชายของกัปตัน-เอ้ก ว่าที่ขวัญใจมหาชนคนใหม่
eggbusakorn IG

มาดูกันว่าปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้สามีภรรยาที่มีบุตรยาก

คู่สามีภรรยาบางคู่ที่ต้องการมีบุตรอาจต้องพยายามหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากโอกาสที่ผู้หญิงจะเกิดการตั้งครรภ์ในแต่ละเดือนนั้นอยู่ที่ 15-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ดังนี้

1 อายุของคุณแม่ : สำหรับหญิงที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์ในแต่ละเดือนจะยิ่งลดลงไปเรื่อย ๆ ตามอายุ และยิ่งลดต่ำลงมากในช่วงอายุ 40 ปี

2 การมีรอบเดือนที่ไม่ปกติ : ทำให้ยากต่อการคำนวนช่วงเวลาตกไข่ และส่งผลให้คู่สามีภรรยาไม่รู้ว่าควรมีเพศสัมพันธ์ช่วงใดจึงจะมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์

3 ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ : คู่รักที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อยก็ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงตามไปด้วย

4 จำนวนครั้งที่พยายามมีบุตร : หลังการพยายามมีบุตรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี หากยังไม่ประสบความสำเร็จ โอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ก็อาจมีน้อย กรณีนี้คู่สามีภรรยาควรพูดคุยปรึกษาแพทย์และรับการตรวจดูว่ามีใครคนใดคนหนึ่งมีปัญหาภาวะมีบุตรยากหรือไม่

5 การเจ็บป่วยจากโรคบางชนิด : อาจเป็นสาเหตุให้การตั้งครรภ์กลายเป็นเรื่องยากได้เช่นกัน

การวางแผนมีลูกที่ดีจะช่วยให้คู่สามีภรรยามีบุตรที่น่ารักสมบูรณ์แข็งแรงอย่างที่ตั้งใจ ทั้งยังช่วยลดความวิตกกังวลของว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี ซึ่งถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากๆ เพียงเท่านี้ คู่แต่งงานที่อยากมีลูกน้อยคล้องใจจะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สมใจแน่นอนค่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ วางแผนมีลูก