5 เคล็ดลับเลี้ยงลูกปี 2018 ปั้นลูกให้สมบูรณ์แบบ เป็นคนเก่ง นิสัยดี ไม่ขี้โกง

5 เคล็ดลับเลี้ยงลูกปี 2018 ปั้นลูกให้สมบูรณ์แบบ เป็นคนเก่ง นิสัยดี ไม่ขี้โกง

5 เคล็ดลับเลี้ยงลูกปี 2018 ปั้นลูกให้สมบูรณ์แบบ เป็นคนเก่ง นิสัยดี ไม่ขี้โกง เกี่ยวกับ เคล็ดลับเลี้ยงลูก

th.theasianparent.com

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ว่าใครก็อยากมีลูกหัวไว เรียนเก่ง เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด้วยกันทั้งนั้น แต่เรื่องทั้งหมดก็อาจจะขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูเป็นสำคัญ เรามาดูกันว่า 5 เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้เป็นคนสมบูรณ์แบบมีอะไรบ้าง

 บ้าน
คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน (รวมไปถึงลุงป้าน้าอาที่เห่อหลานด้วย) มันจะเลี้ยงลูก เลี้ยงหลานแบบตามใจมากเกินไป ซึ่งก็เข้าใจนะครับว่าเพราะความรัก ไม่อยากให้ลูกเหนื่อย อยากให้ลูกสนใจแต่การเรียน บรรดาพ่อแม่ ลุงป้าน้าอาจึงตามใจมาตั้งแต่เล็ก ไม่เคยให้ทำงานบ้านเลย มีคนทำให้ทุกอย่าง ซึ่งหารู้ไม่ว่า สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เด็กเสียนิสัย เมื่อโตขึ้นในวัยที่ต้องเข้าสังคมจะลำบาก

การหัดให้ลูกทำงานบ้าน จะช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเติบโตขึ้นมาก็จะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างไม่มีปัญหา

 

2. ตามใจได้ แต่ต้องมีเหตุผล
คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่าน (รวมไปถึงลุงป้าน้าอาด้วยเช่นกัน) เมื่อเห็นว่าลูกอยากได้อะไร หรือรู้ว่าหลานต้องการอะไร ก็มักจะซื้อมาให้เสมอแบบไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ว่าของชิ้นนั้นจะมีราคาแพงเกินจำเป็นหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่เจ้าตัวเล็กอยากได้ ไม่นานของชิ้นนั้นก็จะถูกซื้อมาอยู่ในบ้านทันที

การตามใจเด็กมากจนเกินไป อาจส่งผลเสียต่อเด็กได้ในอนาคต ทำให้เด็กไม่รู้จักความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักอดทน และไม่รู้จักคำว่าเพียงพอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามไม่ให้ซื้ออะไรให้ลูกเลยนะครับ

เพียงแค่ก่อนที่จะซื้อ ควรให้ลูกไปทำการบ้านมาก่อนว่า เหตุผลที่จะซื้อนั้นคืออะไร และอาจจะลองให้เด็กไปหาข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างของที่อยากได้ในแต่ละยี่ห้อว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ราคาชิ้นไหนแพงกว่ากันเพราะอะไร แล้วจึงมาบอกคุณพ่อคุณแม่ แล้วจึงค่อยซื้อให้ลูก

ที่สำคัญยังมีผลดีกับคุณพ่อคุณแม่เองด้วยนะครับ เพราะบางครั้ง สิ่งที่ลูกอยากได้ พ่อแม่อย่างเราอาจจะไม่รู้จักมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ว่ามันดีไม่ดีอย่างไร

 

3. ให้ลูกเรียนเสริมได้ แต่ต้องใส่ใจลูกด้วย
ทุกวันนี้ เด็กๆ มักจะมีการเรียนพิเศษเพิ่มจากการเรียนปกติกันแทบจะทุกคน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ คุณพ่อคุณแม่หลายคนเพียงแค่จ่ายเงินค่าเรียนแล้วก็จบ ไม่เคยติดตาม หรือรับรู้เลยว่าลูกเรียนอะไรมาบ้าง ปัจจุบันโรงเรียนสอนพิเศษหลายแห่งอาจจะเป็นการเรียนกับหน้าจอ และอาจจะไม่ได้เป็นการสื่อสารสองทาง ดังนั้นเมื่อลูกกลับมาจากเรียนพิเศษ คุณพ่อคุณแม่ควรกลับมานั่งคุยกับลูกว่าเรียนอะไรไปบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ที่มีให้กับลูก

และที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ เด็กหลายคนอาจจะอยากไปโรงเรียนกวดวิชา เพียงเพื่อตามเพื่อน ไม่ได้ไปเรียนจริง ๆ ก็มี

หลายครอบครัวเสียเงินค่าเรียนพิเศษให้กับลูกจนเกินความสามารถในการหาเงินของครอบครัว แต่หากต้องการให้ลูกเรียนจริง ๆ ก็อาจจะต้องทำข้อตกลงกันว่า หลังจากเลิกเรียนแล้ว ให้กลับมาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่าได้อะไรจากที่เรียนบ้าง แม้ว่าจะดูเข้มงวดเกินไปหน่อย แต่ก็จะเป็นผลดีต่อตัวลูกนะครับ

 

4. หัดให้ลูกจ่ายเงิน
การรู้จักเก็บเงินให้ได้มากๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรหัดให้ลูกรู้จักจ่ายเงินบ้าง อย่างเช่นค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือหัดให้ลูกเก็บเงินเพื่อของที่อยากได้สักชิ้น หลังจากอธิบายเหตุผลกับคุณพ่อคุณแม่ตามข้อ 2

เพราะสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เด็กโตขึ้นมาไม่เป็นคนที่เอาแต่ได้ เพราะคิดว่าเดี๋ยวไปกับคนอื่นที่โตกว่าก็ไม่ต้องรับผิดชอบ การหัดให้ลูกจ่ายเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยให้ลูกโตขึ้นมาเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และรู้จักการให้ และการเสียสละ

 

5. ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว
คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาร่วมกัน ไปเที่ยวด้วยกันเป็นครอบครัว หรือแม้แต่ตอนอยู่ที่บ้าน ควรจัดเวลาสำหรับครอบครัวเพื่อพูดคุย หรือทำอะไรร่วมกัน

เด็กบางคนเมื่อเริ่มโตขึ้นก็มักจะมีโลกส่วนตัว อยู่แต่ในห้อง ไม่ออกมาพูดคุยกับคนในครอบครัว การจัดเวลาอยู่ด้วยกันจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัว ดังนั้นจึงควรหาเวลาทำกิจกรรมร่วมกันให้มาก ๆ

 

อย่าลืมว่า เวลา แต่ละเดือน แต่ละปีนั้นผ่านไปเร็วมาก แถมยังย้อนเวลากลับไปไม่ได้ด้วย หากคุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาร่วมกันมาตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง ไปจนลูกเติบโตก็ยังทำเหมือนเดิม จะทำให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก เพราะเมื่อจิตใจเป็นสุขแล้ว สมองก็จะพัฒนาตามไปด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด