"น้องชาม"คว้า มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2549

"น้องชาม"คว้า มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2549
เมื่อค่ำวันที่ 25 มี.ค. ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กองประกวดมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส จัดการประกวดมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2549 รอบตัดสิน สัญญา คุณากร ศศินา วิมุตตานนท์ และอารยา เอ. ฮาร์เก็ต เป็นพิธีกรของการประกวด เริ่มต้นด้วยการแสดงของเหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 44 คน ในชื่อชุด "ปากน้ำโพ...รวมสายน้ำ ร่วมวัฒนธรรม" ผู้เข้าประกวดปรากฏออกมาในชุดว่ายน้ำ พร้อมกับดาราช่อง 7 ได้แก่ ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, ธาวิน เยาวพลกุล, ศุกลวัฒน์ คณารศ, จีรนันท์ มะโนแจ่ม, ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ และอุษามณี ไวทยานนท์ ต่อด้วยการเปิดตัวพิธีกรดำเนินรายการทั้ง 3 คนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะประกาศผลสาวงามผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ตามด้วยการประกาศตำแหน่งมิสป๊อปปูล่าร์ ได้แก่ หมายเลข 18 น.ส.พิชญา พงษ์ชีพ จากจังหวัดจันทบุรี รับรางวัล 100,000 บาท จากนั้นพิธีกรสัมภาษณ์ผู้เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย เริ่มที่หมายเลข 1 น.ส.ชญานี กล่าวถึงการเล่นดนตรีไทยว่าทำให้ผ่อนคลาย สร้างสมาธิ และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย หมายเลข 5 น.ส.เกษมณี อธิบายถึงคำพูดที่ว่าเมืองแห่งสายน้ำสองสีว่า มีสีเขียวหมายถึงแม่น้ำปิงและแม่น้ำวังบรรจบกันพื้นที่ดินทราย ส่วนสีแดงหมายถึงแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านบรรจบตรงพื้นที่ดินเหนียว ส่วนหมายเลข 16 น.ส.ชาม ได้คำถามว่า มีกีฬาหรือดนตรีอะไรที่อยากเล่นอีก นอกจากที่เล่นอยู่แล้ว ซึ่งตอนแรกน.ส.ชามกล่าวว่า ไม่เข้าใจคำถาม และเมื่อพิธีกรอธิบายอีกครั้ง จึงตอบว่า อยากเต้นลีลาศ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของคุณแม่ สร้างสมาธิและทำให้ผู้หญิงสวย หมายเลข 21 น.ส.ยุวนุช กล่าวถึงสิ่งที่สำคัญของการเป็นแม่ คือเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก ในชีวิตประจำวัน เช่น เก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อย เข้าใจลูก เพราะครอบครัวสำคัญที่สุดเพื่อให้ลูกมีอนาคตก้าวไกล หมายเลข 24 น.ส.ชนิกานต์ กล่าวถึงการที่เด็กจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ แม้จะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ว่า อย่างตนก็ไม่ได้ผิดหวัง หาอย่างอื่นทำเพื่อให้ตนเองมีความสุข เช่น เต้นบัลเล่ต์ และสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนหมายเลข 25 น.ส.กิ่งกาญจน์ ตอบคำถามว่าทำไมถึงควรไปเที่ยวนครสวรรค์ ว่าควรไปเที่ยวช่วงตรุษจีน เพื่อชมประเพณีที่ใหญ่ที่สุด เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หมายเลข 30 น.ส.รวีวรรณ มีคำแนะนำการใช้ชีวิตกับน้องสาวว่า อยากให้น้องตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตและทำให้พ่อแม่ภูมิใจ และตนจะแนะนำน้องทุกๆ ด้าน ทั้งมีแฟนหรือเพื่อนสนิท ให้อยู่ในกรอบ ด้านหมายเลข 31 น้องกุ่กกุ๊ก อธิบายถึงสิ่งที่เรียนและสิ่งที่อยากเป็นว่า ที่เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เพราะชอบคำนวณ และพอเรียนไปแล้วรู้ว่าไม่เหมาะกับฟิสิกส์ แต่ยังชอบคณิตศาสตร์ รู้สึกชอบตรวจสอบบัญชี รายรับ รายจ่ายมีที่มาที่ไปอย่างไร รู้ข้อมูลบริษัท ส่วนที่อยากเป็นพิธีกรเพราะอยากนำความรู้ด้านเอกการสื่อสาร รวมถึงความรู้ด้านบัญชี ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำประโยชน์ต่อคนอื่น เช่น พิธีกรในงานเทคโนโลยี หมายเลข 33 น.ส.สุวรัตน์ กล่าวถึงการเรียนรู้จากการประกวดครั้งนี้ ว่าการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก การช่วยเหลือเกื้อกูล ปรับตัวเข้าหากัน เพราะผู้เข้าประกวดมาจากพื้นเพต่างกัน รวมถึงสามัคคีกัน เห็นได้จากการแสดงโชว์ และตนอยากได้ประสบการณ์ดีๆ ไม่ใช่ตำแหน่ง หมายเลข 38 น.ส.ศิริจิต กล่าวถึงคุณสมบัติของครูที่นักศึกษารัก คือเข้าใจจิตใจของวัยรุ่น ไม่ดุมากเกินไป กล้าเข้ามาปรึกษา ไม่ได้สอนแต่วิชาการอย่างเดียว แต่ชี้ทางในการเป็นคนดีของสังคมด้วย ส่วนหมายเลข 41 น.ส.สุพัชรี ตอบคำถามถึงแผนดูแลคนชราของตนเองในอนาคต ว่าต้องทำความเข้าใจว่าคนชราคิดอย่างไร ใส่ใจและดูแลพวกเขา ใจเย็น และสุดท้ายหมายเลข 42 น.ส.ภัทรา ตอบคำถามผลไม้ไทยที่จะไปแนะนำในต่างประเทศว่า สับปะรดและกล้วย ซึ่งเมืองไทยมีกล้วยหลายแบบ ดีต่อสุขภาพ และขอแนะนำให้เด็กไทยดื่มนมมากขึ้นด้วย ต่อมาเวลา 23.10 น. สาวงามทั้ง 12 คนออกมาบนเวทีอีกครั้งในชุดราตรียาว ในการแสดงชุดที่ 3 "ที่นี่ นครสวรรค์" โดยมีนักร้องรับเชิญร่วมแสดง ต่อด้วยการประกาศผลรางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลงามอย่างไทย ผู้ได้รับรางวัล คือ น้องแอ้ น.ส.วรรณิศา จงสถาพรพง รางวัลรักษ์ความเป็นไทย ผู้ได้รับรางวัล คือ น้องชาม น.ส.ชาม โอสถานนท์ รางวัลพิเศษไปขั้วโลกเหนือ ผู้ได้รับรางวัล คือ น้องกุ่กกุ๊ก น.ส.อัมภิกา ชวนปรีชา และรางวัลมิสสลิม แอนด์ สเลนเดอร์ ผู้ได้รับรางวัล คือ น้องแพร น.ส.นันทิยา อึ้งเจริญ โดยในแต่ละรางวัลสาวงามจะได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า 100,000 บาท จากนั้นพิธีกรประกาศผลรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน โดยสาวงามที่คว้ารางวัลนี้ไป ได้แก่ น.ส.ชาม โอสถานนท์ รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า 200,000 บาท การประกวดช่วงสุดท้ายเป็นการสัมภาษณ์สาวงามที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 คนของพิธีกรด้วยคำถามจาก sms ของผู้ชม น.ส.ชาม ตอบคำถามที่ว่า ถ้าให้พูดเพียงประโยคเดียวจะพูดว่าอะไร น.ส.ชามกล่าวว่า "ชามรักแม่มากที่สุดในโลกค่ะ" ด้านหมายเลข 42 น.ส.ภัทรา ได้คำถามว่า เมื่อคุณเสียใจ ร้องไห้และคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรก สาวงามตอบว่า "คิดถึงครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นคนที่ให้กำลังใจได้ดีที่สุด เวลามีปัญหาจะคุยกับพ่อแม่ แล้วจะทำให้สบายใจขึ้น" หมายเลข 1 น.ส.ชญานี ได้คำถามว่า อะไรคือสิ่งที่สังคมไทยต้องการมากที่สุด คำตอบคือ "ความรัก และความสามัคคีมากที่สุด เพราะทุกคนอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารเดียวกัน แผ่นดินเดียวกัน" ขณะที่หมายเลข 31 น.ส.อัมภิกา ตอบคำถามให้ขายสินค้าโอท็อปแก่ชาวต่างชาติ ว่าจะเลือกตุ๊กตาช้างแกะสลัก เนื่องจากช้างเป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมืองมายาวนาน สื่อถึงความเป็นไทยมากที่สุด และหมายเลข 33 น.ส.สุวรัตน์ ตอบคำถามถึงเสน่ห์ของหญิงไทยอยู่ตรงไหน ว่าคือ รอยยิ้ม ตรงกับสยามเมืองยิ้มของเรา หลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น น้องน้อด น.ส.ชนันภรณ์ รสจันทน์ มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์สประจำปี 2548 ขึ้นบนเวทีเพื่อกล่าวอำลาตำแหน่ง ตามด้วยประกาศผลการตัดสิน ตำแหน่งมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2549 ได้แก่ หมายเลข 16 น.ส. ชาม โอสถานนท์ (ชาม) อายุ : 18 ปี ส่วนสูง : 170 เซนติเมตร น้ำหนัก : 52 กิโลกรัม สัดส่วน : 33 - 23 - 36 การศึกษา : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ปี 1 รองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส อันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 42 น.ส. ภัทรา รุ่งรัตนสุนทร (ไพลิน) เจ้าของตำแหน่งธิดาโดม จากสหรัฐอเมริกา อายุ : 23 ปี ส่วนสูง : 168 เซนติเมตร น้ำหนัก : 56 กิโลกรัม สัดส่วน : 34 - 25 - 36 การศึกษา : 3rd Year / Academy of Art University, Sanfrancisco, USA รองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส อันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 1 น.ส. ชญานี ผ่องแผ้ว (เป๊กกี้) อายุ : 21 ปี ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร น้ำหนัก : 48 กิโลกรัม สัดส่วน : 33 - 24 - 35 การศึกษา : ม.เกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร / พัฒนาผลิตภัณฑ์ฯ ปี 3 รองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส อันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 31 น.ส. อัมภิกา ชวนปรีชา (กุ่กกุ๊ก) อายุ : 21 ปี ส่วนสูง : 170 เซนติเมตร น้ำหนัก : 48 กิโลกรัม สัดส่วน : 30 - 25 - 35 การศึกษา : สถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร ม.ธรรมศาสตร์ คณะการสื่อสาร, ระบบอุปกรณ์และการควบคุม ปี 3 รองมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส อันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 33 น.ส. สุวรัตน์ การกรณ์ (เหน่ง) อายุ : 23 ปี ส่วนสูง : 170 เซนติเมตร น้ำหนัก : 52 กิโลกรัม สัดส่วน : 33 - 26 - 36 การศึกษา : ปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา สำหรับประวัติของมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2549 น้องชาม น.ส.ชาม โอสถานนท์ อายุ 18 ปี สูง 170 เซนติเมตร เรียนปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาฯ เป็นลูกสาวของ พ.ต.อ.ธีรัชช์ โอสถานนท์ ผกก.กิ่งสภ.กิ่งจำสูง จ.ขอนแก่น และนางพชรพรหม สุขะจาติ เจ้าของโรงเรียนดุริยารมย์ ย่านติวานนท์ ในการประกวดครั้งนี้น้องชามเป็นหนึ่งในสาวตัวเก็ง น้องชามกล่าวถึงชื่อ "ชาม" ว่า เดิมเป็นชื่อเล่นอย่างเดียว แต่ต่อมาเห็นว่าเป็นชื่อที่โดดเด่น และสอดคล้องกับภาษาอังกฤษว่า charm แปลว่า เสน่ห์ จึงตั้งเป็นชื่อในการประกวด สำหรับชื่อตามบัตรประชาชนคือ น.ส.อรวรินธ์ ชารี โอสถานนท์ งานอดิเรกของตนคือเล่นเปียโน และเป็นครูสอนเปียโนพิเศษให้กับโรงเรียนของแม่ นอกจากนั้น ยังเคยเป็นนักกีฬากอล์ฟเยาวชน ของสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศมาแล้วหลายรายการ มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์สคนใหม่กล่าวว่า ที่มาประกวดเพราะเป็นความฝันมาตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบ ว่าอยากจะประกวดนางงาม ซึ่งเมื่อก่อนคิดว่าคนที่เป็นนางงามได้จะต้องสวยเลิศมากๆ แต่พอโตขึ้นรูปแบบของการเป็นนางงามเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ความสวยอย่างเดียวแต่ต้องใช้ความสามารถด้วยจึงตัดสินใจมาประกวด เพราะเชื่อในความสามารถที่มีอยู่หลายด้านของตัวเอง อนาคต อยากเป็นนักแสดง พิธีกร มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2549 ได้รับรางวัลเงินสด 1,000,000 บาท รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ 1 คัน, มงกุฎเพชร และเครื่องประดับ, สายสะพาย และถ้วยรางวัลเกียรติยศ รวมถึงรางวัลจากผู้สนับสนุนต่างๆ อีกมากมาย ส่วนรองอันดับ 2 ได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า 500,000 บาท สายสะพาย พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ รางวัลจากผู้สนับสนุนต่างๆ และรองอันดับ 3 ทั้ง 3 คน จะได้รับรางวัลเงินสดคนละ 200,000 บาท ถ้วยเกียรติยศ สายสะพาย และรางวัลต่างๆ จากผู้สนับสนุน